มีท่านผู้รักสุขภาพรายหนึ่ง มาหาด้วยอาการตุ่มน้ำใสพุพองบริเวณครึ่งปากครึ่งจมูก ท่านเล่าไปก็กังวลไปว่าจะกลายเป็น ไวรัสงูสวัด หรือไม่
เรื่องจะจับให้มั่นคั้นให้แน่ว่าเป็น “งูสวัด” จริงหรือไม่ พอมีวิธีอยู่ แต่ที่ยกมาให้ดูเป็นอุทาหรณ์ของเรื่องผื่นก็เพราะว่ามีหลายต่อหลายโรคที่ถูกโยนลงถังขยะใบใหญ่ไป เช่น ถ้าปวดหัวก็บอกว่าเป็นไมเกรนกันทุกคน หรือถ้ามีผื่นก็ว่าน่าจะเป็นภูมิแพ้ ซึ่งก็ไม่รู้อีกว่าแพ้อะไร เพราะก็ไม่ได้กินสิ่งใดผิดปกติ เครื่องสำอางก็ล้วนแต่ใช้ของเดิม
บางทีอุตส่าห์ไปหาหมอตรวจเลือดดูหาผู้ร้ายว่าแพ้ตัวไหนกันแน่ แต่พอรู้มาก็ปรากฏว่าไม่ได้ช่วยในการรักษาแต่อย่างใด เพราะบรรดาของที่แพ้นั้นก็เรียงรายอยู่รอบกายไม่ว่าจะไรฝุ่น ขนแมลงสาบ ขนแมว ขนหมาหรือละอองหญ้า ถ้าจะแก้ให้ได้ก็คงต้องไปอาศัยอยู่นอกโลกแทน
ดังนั้น จึงขอนำเรื่องผื่นตามตัวนี้มาเสนอให้สังเกตตัวเองดู ขอเริ่มจากงูสวัดก่อนเพราะว่าเป็นโรคที่ถ้ารักษาไปผิดทางแล้วจะเข้ารกเข้าพงกลายเป็นเรื่องใหญ่โตลามไปเหมือนในข่าวทีเดียวครับ สำหรับอาการของงูสวัด ซึ่งเป็นไวรัสจะมีดังนี้ครับ
1) มีไข้ปวดเมื่อยตามตัวคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่แต่ไม่ใคร่จะมีเจ็บคอไอจามนัก 2) มีตุ่มน้ำใสหรือตุ่มสีแดงขึ้นเป็นแถบยาวคล้ายทางช้างเผือก เพราะไวรัสนี้ชอบวิ่งรี่ไปหาเส้นประสาทยาวๆในร่างกาย 3) มีอาการปวดแสบร้อนหรือคัน 4) บางทีแม้ผื่นหายแล้วก็ยังคงมีอาการแสบร้อนอยู่ได้ 5) มักเกิดในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำอ่อนแอเช่นเด็กแบเบาะ, คนชราหรือว่าผู้ป่วยเอดส์และผู้ที่กินยากดภูมิคุ้มกัน
จะเห็นว่าถ้าดูไปแล้วนั้นมันช่างต่างกับผื่นแพ้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว เอาง่ายๆ แค่ข้อแรกข้อเดียวที่ว่า ถ้าเป็นผื่นงูสวัดมักจะมีไข้ การเป็นแค่ผื่นแพ้หรือลมพิษไม่มีไข้เมื่อยตัวอยู่แล้วครับเพราะมันไม่ใช่การติดเชื้อ
5 ประการนี้เองเป็นสัญญาณอันตรายของไวรัสร้ายงูสวัดที่ช่วยให้ท่านแยกได้เองง่ายๆ ด้วยว่าบางทีตอนแรกงูสวัดอาจ “ทำเนียน” แฝงตัวมาคล้ายกับผื่นภูมิแพ้หรือแค่คันธรรมดาเป็นรอยแดง แต่ทิ้งไว้นานหรือบางทียิ่งไปหาสเตียรอยด์มาทาซ้ำด้วยเพราะคิดว่าเป็นภูมิแพ้จะยิ่งแกล้งให้แย่กันไปยกใหญ่
เพราะสเตียรอยด์มีฤทธิ์เหมือนน้ำมันชั้นดี ไปราดบนกองไฟอักเสบแห่งงูสวัด จะยิ่งทำให้มันสะบัดหัวหางไม่ว่างเว้นจากเป็นน้อยก็จะค่อยลามปามเป็นมากไปได้อย่างไม่น่าจะเป็นทีเดียวครับ
Tags : สเตียรอยด์ • งูสวัด • ลมพิษ • กฤษดา ศิรามพุช
