กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : ศิลปวัฒนธรรม

วันที่ 7 พฤษภาคม 2555 08:00

So What? ศิลปะแล้วไง (ต่อ)?

ผลงานของภานุ สรวยสุวรรณ

ผลงานของอติ กองสุข

ผลงานของประจักษ์ สุปันตี

ผลงานของพลุตม์ มารอด

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ณ บรรยากาศของการส่งผ่านงานศิลปะจากศิลปินสู่ผู้ชม เป็นที่มาของคำว่า “So What…?” ศิลปะแล้วไงต่อ?

 เมื่อการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเสร็จสิ้น ก็ถึงเวลาแห่งการส่งผ่านผลงานศิลปะจากมือศิลปิน สู่การเสพชม ไปจนถึงการวิคราะห์ วิจารณ์ จากผู้ชมและสังคม

 ณ บรรยากาศของการส่งผ่านงานศิลปะจากศิลปินสู่ผู้ชม เป็นที่มาของคำว่า “So What…?” คำถามแบบเปรยเล่นๆ ที่ใช้เรียกสถานการณ์ที่เป็นรอยต่อ เป็นจังหวะโอกาสที่ผู้ชมกับผลงานศิลปะมาเผชิญหน้ากัน 

 อติ กองสุข ประจักษ์ สุปันตี พลุตม์ มารอด สนสิริ สิริสิงห และภานุ สรวยสุวรรณ คือ 5 ศิลปิน ที่แม้จะไม่ได้รวมตัวกันเป็น "กลุ่มศิลปิน" ไม่มีการกำหนดประเด็นร่วมของการสร้างสรรค์ จุดร่วมกันถ้าหากมีก็คงเป็นความเป็น "เอกเทศ" ในการทำงานตามเรื่องราวที่เป็นความสนใจพิเศษส่วนตัวของแต่ละคน

 "งานศิลปะมันต้องถูกตีความ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกประเมินคุณค่า คำว่า “So What? เกิดขึ้นเมื่อศิลปินกำลังจะทำงานอยู่กับคนดู โดยที่ศิลปินเองก็เป็นผู้ทำหน้าที่นั้นเช่นเดียวกับคนดู จึงถ้าแปลเป็นคำถามว่า “แล้วไง?” ก็จะฟังดูเหมือนไม่แยแส แต่ในขณะเดียวกันถ้าแปลเป็นคำถามที่ว่า "แล้วไงต่อไป" ก็เป็นคำถามที่ศิลปินกับคนดูกำลังจะต้องค้นหาคำตอบไปด้วยกัน" ภานุ สรวยสุวรรณ ขยายความ


 หลังจากที่แขนขวาประสบปัญหาเกี่ยวกับเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อจนต้องเข้ารับการรักษาและต้องพักการทำงานประติมากรรมอย่างที่เคย อติ กองสุข เลือกผลงานชุดวาดเส้นที่เขียนจากมือซ้ายมาแสดงในนิทรรศการ ผลงานชุดนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ในการก้าวเดินต่อของการทำงานศิลปะของเขา


 อติ นำความเจ็บป่วยทางกาย ความวิตกกังวล ความกลัว ความเป็นทุกข์จากสิ่งที่ไม่แน่นอนและสิ่งที่คิดไปเองมาเป็นกิจกรรมประจำวันของการทำงานศิลปะ ศิลปะกลายเป็นการระบายเพื่อประนีประนอมความขัดแย้งทางอารมณ์ให้เป็นการบำบัดตัวเองอย่างที่คิดว่าควรจะเป็นเช่นนั้น


 ประจักษ์ สุปันตี ซึ่งเป็นประติมากรเช่นเดียวกัน เขาใช้สื่อวัสดุประสมประสานร่วมกับรูปคนเพื่อสร้างชีวิตชีวาให้ผลงานประติมากรรมในแบบต่างๆ ในนิทรรศการนี้เขาได้นำรูปคนนอนตะแคงและคว่ำหน้ามาติดลอยบนผนังพร้อมกับใช้หลอดไฟนีออนมากองสุมทับแบบหยาบๆ ไว้ข้างบน แล้วปล่อยให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าไปสร้างความสว่างแบบดับบ้างติดบ้างเหนือร่างทั้งสอง เหมือนกับการเข้าไปแก้ไขความเป็นวัตถุไร้ชีวิตของรูปปั้น แม้แสงไฟอาจช่วยให้ผลงานดูมีชีวิตชีวา แต่วิธีการประกอบกันและการนำเสนอรูปร่างของคนเข้ามาใช้ร่วมกับสื่อวัสดุในครั้งนี้ในอีกด้านหนึ่งกลับขับความรู้สึกให้นึกถึงความตายขึ้นมาพร้อมๆ กันด้วย


 พลุตม์ มารอด ศิลปินที่เพิ่งจัดนิทรรศการเดี่ยว “Spirit  of  Woman” ที่ ARDEL’s Third Place Gallery ในนิทรรศการนี้ เขาได้นำภาพโทนสีสดกึ่งลึกลับแสดงลักษณะของอิสตรีที่แฝงซ่อนไว้ด้วยภาวะทางอารมณ์ที่หลากหลายมาแสดง เขาวาดความลุ่มลึกในอารมณ์ของผู้หญิงที่ผู้ชายยากจะเข้าใจ 


 สนสิริ สิริสิงห มีผลงานที่ดูนิ่งสงบ พิถีพิถัน และมีลักษณะที่เป็นนามธรรมในการพูดเรื่อง "เพศสภาพ" (Sexuality) เขาคำนึงถึง "ภาวะจากการครุ่นคิดถึงสถานะและบทบาทของตนเอง โดยมีสภาพทางเพศเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่คำตอบและนำไปสู่คำถามด้วยในขณะเดียวกัน" ในผลงานของเขาหากมองโดยผิวเผินจะเห็น "ที่ว่าง" และ "ความราบเรียบ" เป็นองค์ประกอบหลัก แต่มีการซ่อนเร้นบางอย่างของรูปทรงแอบไว้เป็นค่าน้ำหนักในภาพ เพื่อตั้งคำถามเกี่ยวกับความสุข-ทุกข์ ดี-ชั่วในชีวิตของคนเรา


 ภานุ สรวยสุวรรณ ศิลปินอีกคนในนิทรรศการนี้ เขานำวัสดุและวิธีการที่ใช้ในงานโฆษณามาสร้างภาพใบหน้าผู้หญิงที่กำลังมองจ้องออกมาทางผู้ดู ดวงหน้านั้นเหมือนจะขอให้ร่วมกันพินิจพิจารณาเรือนร่างที่กำลังถูกใช้เป็นภาพตัวแทนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสินค้า ภาพลักษณ์ที่เป็นตัวแทนที่ดูทันสมัย สุขภาพดี มีเสน่ห์เย้ายวนใจ สมบูรณ์แบบตามสมัยนิยม ภาพเรือนร่างโก้เก๋ที่ปรากฏจึงเปรียบเป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะที่ดึงดูดสายตาให้ผู้บริโภคจ้องมอง ในขณะเดียวกันเรือนร่างก็ดำเนินการส่งสารความเป็นตัวตนจากภาพลักษณ์ที่ถูกกำหนดโดยผู้ผลิตสินค้านั้นๆ ด้วย


 ข้อเท็จจริงสำคัญที่ภานุพูดถึงคือ ผู้บริโภคมักถูกกระตุ้นให้เห็นข้อบกพร่องในเรือนร่างตนเองอยู่เสมอ การแก้ไขจุดบกพร่องในเรือนร่างจึงพึงจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้บริโภคสินค้านั้นๆ ซึ่งในความเป็นจริงเรือนร่างย่อมมีข้อบกพร่องในตนเองอยู่เป็นปกติธรรมดา อาทิเช่น ริ้วรอยจากความชรา ความอ้วนจากไขมันสะสม ฯ ดังนั้นการแก้ไข ดัดแปลงและเสริมแต่งจุดบกพร่องในเรือนร่างจึงเป็นโครงการที่ไม่จบสิ้น ผู้ผลิตสินค้าที่ได้เล็งเห็นประโยชน์จากข้อเท็จจริงนี้ได้คิดกลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์บนภาพตัวแทนเรือนร่างให้มีจุดบกพร่องน้อยที่สุดเพื่อแสดงถึงต้นแบบของเรือนร่างอันพึงปรารถนาตามสมัยนิยมซึ่งเป็นความสมบูรณ์แบบเชิงมายาคติ ภาพตัวแทนเรือนร่างเหล่านี้จึงทำหน้าที่ โน้มน้าว กระตุ้นและมอมเมาผู้บริโภคได้ไม่สิ้นสุดเช่นกัน 


 หากปลายทางของผลงานศิลปะ(จากศิลปิน)คือประสบการณ์ต้นทางของคนดู อะไรจะ ณ จุดเชื่อมโยงนั้นยังคงเป็นบทสรุปที่ไม่แน่นอนอยู่เสมอสำหรับนิทรรศการศิลปะ นิทรรศการ “So What?” จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร จนถึง 26 พฤษภาคม 2555 สอบถามโทร.0 2281 2224

Tags : ศิลปะ

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement