กรุงเทพธุรกิจ

  •  

Life Style : ศิลปวัฒนธรรม

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 01:00

7 ข้อเสนอ จากชาวพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นถึงรัฐบาล

เรือสำเภาจำลอง (ระหว่างการก่อสร้าง) ที่บริเวณแหล่งโบราณคดีอู่ต่อเรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ บ้านเสม็ดงาม อ.เมือง จ.จันทบุรี

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ขณะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสิน โดยมี พ.จ.อ.กามนิต ดิเรกศิลป์ ผู้รู้ท้องถิ่นนำชม

ภาพประกอบข่าว

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เป็นเจ้าภาพเปิดเวทีระดมพลังและความคิด

  สำหรับคนทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และพิพิธภัณฑ์เอกชน เพื่อสรุปข้อเรียกร้องผ่านกระทรวงวัฒนธรรมสำหรับนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในลำดับต่อไป

 นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ย้ำว่านโยบายของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่าจะสนับสนุนงานด้านวัฒนธรรมเนื่องจากเป็นรากฐานของการเรียนรู้ ดังนั้นในฐานะที่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในชุมชน ตนจึงยินดีสนับสนุน

 "ผลสรุปของการประชุมวันนี้ ผมจะนำไปชี้แจงและเสนอในระดับกรรมาธิการงบประมาณ จะได้จัดสรรแผนระยะยาวและแผนงบประมาณปี 2553 ข้อเสนอจะเป็นไปตามข้อมูลจากการระดมสมองของภาคประชาชนนี่เอง" รมว.วัฒนธรรม กล่าวตอนหนึ่ง

 ในแง่วิชาการ ดร.ปริตตา เฉลิมเผ่า กอออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ให้ข้อมูลว่าผลการวิจัยในช่วง 5 ปี ทำให้สามารถสร้างฐานข้อมูลเครือข่ายงานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น พบว่าประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา มีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและพิพิธภัณฑ์เอกชนเกิดขึ้นจำนวนมาก ช่วงปี พ.ศ.2548-2551 มีจำนวนถึง 1,050 แห่ง ปัจจุบันเพิ่มขึ้นอีกเป็น 1,105 แห่ง จนกล่าวได้ว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศไทยมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นมากที่สุด และจำเป็นต้องอาศัยระบบการจัดการในเงื่อนไขของการเกิดพิพิธภัณฑ์และประเภทของพิพิธภัณฑ์ที่แตกต่างหลากหลายมากที่สุดเช่นกัน

 "ตอนนี้เราต้องทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นใหม่ โดยเฉพาะบทบาทระหว่างรัฐกับคนทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ด้านหนึ่งชาวบ้านมองว่ารัฐเป็นที่พึ่งซึ่งอาจผิดหวังว่าทำไมรัฐไม่ช่วย อีกด้านหนึ่งก็มองรัฐอย่างระแวดระวังว่าจะเข้ามากำกับดูแลมากไปหรือไม่ หรือมองว่ารัฐครอบครองทรัพยากรมหาศาลโดยเฉพาะงบประมาณขณะเดียวกันก็แย้งว่าถ้าของบจากราชการก็ต้องติดกับกฎระเบียบทำให้ขอยาก หรือบางสถานการณ์ข้าราชการก็ต้องทำตามคำสั่งนาย ไม่ได้ละเอียดอ่อนกับชาวบ้าน ดังนั้นดิฉันเห็นว่าภาครัฐควรวางบทบาทเป็นผู้สนับสนุนแต่ไม่ครอบงำและต้องให้เกียรติชาวบ้าน" ดร.ปริตตา เสนอทัศนะ

 การประชุมในภาคบ่ายยังมีการแบ่งหัวข้อย่อย เพื่อให้ผู้ร่วมประชุมเลือกเข้าร่วมแสดงความเห็นได้ตรงวัตถุประสงค์ และเลือกตัวแทนมานำเสนอในเวทีใหญ่ก่อนจะสรุปเป็นข้อเรียกร้องของคนทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี อ.ภูธร ภูมะธน นักวิชาการจากชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานและสิ่งแวดล้อม จ.ลพบุรี เป็นผู้สรุปประเด็นการสัมมนา ได้ข้อสรุปเชิงนโยบาย 2 ประเด็น ได้แก่ ข้อสรุปเพื่อเรียกร้องจากรัฐ และข้อสรุปเพื่อการพัฒนาตนเองในกลุ่มพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านด้วยกัน

 เฉพาะข้อสรุปเพื่อเรียกร้องจากรัฐมี 7 ประการ ดังนี้

 ประการที่หนึ่ง รัฐควรให้ความสำคัญกับงานพิพิธภัณฑ์มากขึ้น อาจกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และควรกระจายความรับผิดชอบให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน) ร่วมเป็นแม่งาน ไม่ควรมุ่งหวังเฉพาะกรมศิลปากรหน่วยงานเดียว ส่วนความรู้ในการพัฒนาคนนั้นต้องตรงเป้าประสงค์ ไม่ถูกแทรกแซง

 ประการที่สอง รัฐต้องส่งเสริมการศึกษาและการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน เพื่อให้พิพิธภัณฑ์ชาวบ้านอยู่รอดได้
 ประการที่สาม พิพิธภัณฑ์ชาวบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้นอกระบบ ภาครัฐควรออกกฎหมายสนับสนุน เช่น การลดหย่อนภาษี การจัดตั้งมูลนิธิ

 ประการที่สี่ รัฐต้องสร้างพื้นที่สื่อให้กับพิพิธภัณฑ์โดยตรง โดยเฉพาะสื่อออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์
 ประการที่ห้า ควรจัดตั้งศูนย์ประสานงานในการฝึกอบรมต่างๆ เช่น อบรมการเขียนโครงการเพื่อขอทุนสนับสนุน
 ประการที่หก รัฐต้องตระหนักว่าพิพิธภัณฑ์คือสถานศึกษา ไม่ใช่สถานที่ประกอบธุรกิจ
 ประการสุดท้าย รัฐต้องบรรจุเงื่อนไขว่าสถาบันการศึกษาต้องนำนักศึกษาเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อการเรียนรู้

 ทั้งหมดนี้คือข้อเสนอที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมรับปากว่าจะสานต่อถึงรัฐบาลต่อไป

 ส่วนในภาคปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นนั้น เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่บ้านเสม็ดงาม ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยมี พ.จ.อ.กามนิต ดิเรกศิลป์ วัย 62 ปี รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ในฐานะวิทยากรชุมชนเป็นผู้นำชม

 อาคารเล็กๆ ริมปากแม่น้ำจันทบุรีต่อกับปากน้ำแหลมสิงห์ เป็นพิพิธภัณฑ์(ยังไม่มีงบจัดทำป้ายชื่อ)แนวประวัติศาสตร์-โบราณคดี เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านเสม็ดงาม หลังจากได้ข้อมูลวิชาการของกรมศิลปากรจากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีแหล่งเรือจมเสม็ดงาม หรืออู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ลำดับที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2525-2527 (แหล่งโบราณคดีกลางแจ้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์) และแหล่งโบราณคดีอู่ต่อเรือ ลำดับที่ 2 พ.ศ.2545

 พ.จ.อ.กามนิต เล่าความเป็นมาว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับทุนสนับสนุนการก่อสร้างจากกระทรวงมหาดไทย 6 ล้านบาท และได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากกระทรวงวัฒนธรรม จัดแสดงเรื่องราวของเรือสำเภาโบราณที่สันนิษฐานว่าเป็นหนึ่งในจำนวนเรือที่ถูกทิ้งร้างในอู่ซ่อม-สร้างเรือสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อยกทัพเรือไปทำศึกกู้กรุงศรีอยุธยาคืนจากพม่า หลัง พ.ศ.2310

 "ที่นี่มีข้อมูลทางโบราณคดีครบถ้วน เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญ ชาวบ้านที่นี่บริจาคที่ดินให้เพื่องานวิชาการ ภาครัฐก็ควรสนับสนุนมากกว่านี้ ผมมาทำงานที่นี่ 10 เดือน ได้งบมาบริหารงานจัดแสดงแค่ 1,000 บาท มันก็เดินงานลำบาก แค่หลอดไฟเสียอันละ 15 บาท ถ้ามัวแต่รองบอบต.หนองบัว ก็นาน ผมเลยควักเงินส่วนตัวซ่อมเองหมด"

 เกี่ยวกับเรือจมเสม็ดงามนั้นเป็นเรือสำเภาแบบจีน ใช้ตะปูรูปสี่เหลี่ยมยึดไม้สน อายุราวต้นรัตนโกสินทร์ ความยาว 25 เมตร กว้าง 8 เมตร ฐานเสาใบ 2 เสา โบราณวัตถุเกือบทั้งหมดเป็นเครื่องถ้วยจีน มีเครื่องถ้วยไทยเล็กน้อย

 "เราพบหลักฐานตอตะเคียนหลายสิบตอที่บ้านเสม็ดงามที่คาดว่าน่าจะถูกตัดมาใช้สร้างเรือขุดในสมัยนั้นเพื่อบรรทุกกำลังคนไป ที่นี่เป็นแนวป่าชายเลนที่เหมาะกับการเติบโตของต้นตะเคียน ทุกวันนี้ก็มีไม้ตะเคียนเต็มอยู่ เพราะตรงนี้เป็นปากแม่น้ำจันท์ออกสู่ทะเลใหญ่ สันนิษฐานว่าเรือลำนี้ถูกรวบรวมมาแต่ซ่อมไม่เสร็จเลยถูกทิ้งร้างไว้ เรายังพบร่องรอยการตีเหล็กบริเวณข้างศาลเจ้า ผมกำลังจะขออนุญาตกรมศิลปากรขุดค้น แล้วห่างจากนี้ไปประมาณ 500 เมตร ชาวบ้านเรียกว่าทุ่งค่าย มีแนวคูเมือง กำแพงเมือง เบื้องต้นผมคิดว่าน่าจะเป็นที่ฝึกทหาร เจ้าของที่ดินเคยบอกจะให้เราเข้าไปขุดตรวจแต่ตอนนี้เงียบไป ถ้าเราได้ขุดที่นี่ทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบ คือมีที่ตีเหล็กทำอาวุธ มีที่ต่อเรือ มีที่ซ้อมรบ ถ้าทางกรมศิลป์ไม่มีกำลังคนมาขุดค้น ผมยินดีลงแรงให้ ให้งบมาก็แล้วกัน" พ.จ.อ.กามนิต กล่าวในที่สุด

 พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคเงินสมทบทุนทางวิชาการได้ ด้วยการหย่อนเงินลงตู้รับบริจาคภายในพิพิธภัณฑ์ หรือสามารถติดต่อโดยตรงที่ พ.จ.อ.กามนิต ดิเรกศิลป์ โทร.089-507-7806

 

 

Tags : พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์เอกชน

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า