กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม : เทคโนโลยี

วันที่ 19 มกราคม 2553 06:00

ชีวมวล : จุดแข็ง-จุดตาย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

วิกฤติพลังงานยังเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับมนุษยชาติ ประเทศพัฒนาแล้วต่างเร่งวิจัยค้นหาแหล่งพลังงานใหม่ ที่ไม่เป็นภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

ที่ผ่านมา ความพยายามจากนักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่มทดลองฟิวชั่นแบบเย็น หรือปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดทางเคมี หรือปฏิกิริยานิวเคลียร์พลังงานต่ำ เพื่อสร้างแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัย และราคาถูกเพื่อไม่ต้องพึ่งพาปฏิกิริยานิวเคลียร์จากสารกัมมันตรังสี

 ทว่า ผลการทดลองยังเป็นที่กังขา และยังไม่เสถียร แตกต่างกับองค์ความรู้ในการควบคุม "ปฏิกิริยาลูกโซ่" ที่สุกงอมจนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์กว่า 439 แห่งทั่วโลก

 บางครั้งทางออกที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่นวัตกรรมอันเลอเลิศ ที่กลั่นกรองจากมันสมองของนักวิทยาศาสตร์ระดับรางวัลโนเบล เพราะนิยามของคำว่า "ดีที่สุด" หาใช่สิ่งที่เป็นคำตอบตายตัวแต่อย่างใด หากเป็นสิ่งที่แปรผันตามสภาพแวดล้อมและภูมิหลังทางสังคม รวมไปถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณของแต่ละประเทศ

 สำหรับประเทศไทยการนำเศษไม้ชีวมวลจากพืชทางเศรษฐกิจมาใช้เป็นเชื้อเพลิง น่าจะเป็นทางออกในการแก้ไขวิกฤติด้านพลังงาน ที่ฟังดูสมเหตุสมผล เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตของประชาชนเข้าไปเสี่ยงกับการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสี อันเนื่องจากความบกพร่องของระบบรักษาความปลอดภัย รวมทั้งความสะเพร่าของพนักงานในโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์

 พลังงานชีวมวลยังมีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้า หรือแผงโซลาร์เซลล์ แต่ยังมีอุปสรรคอีกหลายจุดที่ต้องเร่งพัฒนา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

 ประการแรก พลังงานความร้อนที่ได้รับจากเชื้อเพลิงชีวมวล คิดเป็นอัตราส่วนกิโลแคลอรี อาทิเช่น ขี้เลื่อย (4,990) ชานอ้อย (4,510) แกลบ (3,860) กะลามะพร้าว (4,830) ทะลายปาล์ม (4,500) และไม้ยางพารา (4,560) มีค่าน้อยกว่าน้ำมันเตา (10,450) และถ่านโค้ก (7,150) เกือบสองเท่า

 ประสิทธิภาพในการให้ค่าพลังงานความร้อนที่ต่ำของเชื้อเพลิงชีวมวล คือ หนึ่งในหลายปัจจัยที่ลิดรอนเสน่ห์ในการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานของชาติ

 เหตุสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพการให้พลังงานความร้อนของชีวมวลไม่สูงเท่าที่ควร คือ "ความชื้น" ที่สูง และ "ความหนาแน่น" ที่ต่ำของเนื้อไม้ ดังนั้น หากนำเศษไม้มาอบให้แห้งเพื่อไล่ความชื้นออก แล้วค่อยนำไปหั่นให้ละเอียด ก่อนนำมาอัดเม็ดเพื่อเพิ่มความหนาแน่น น่าจะเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้พลังงานความร้อนของชีวมวล

 ประการที่สอง ต้นทุนลำเลียงเศษชีวมวลจากแหล่งผลิตสู่โรงงาน หากมีค่าสูงเกินไปอาจไม่คุ้มต่อการลงทุน ดังนั้น ตำแหน่งที่ตั้งของโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลแห้งอัดเม็ด ควรอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง

 ประการที่สาม ภาครัฐควรส่งเสริมความรู้ เรื่องประโยชน์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับ เมื่อเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงชีวมวล เพราะสามารถลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสารก่อมะเร็งจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล อาทิเช่น ถ่านหินลิกไนต์ ถ่านโค้ก และน้ำมันเตา เป็นต้น

ชีวมวล : จุดแข็ง-จุดตาย
ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์

พลังงาน,ชีวมวล,เชื้อเพลิง

 วิกฤติพลังงานยังเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับมนุษยชาติ โดยเฉพาะในช่วงสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ประเทศพัฒนาแล้วต่างเร่งวิจัยค้นหาแหล่งพลังงานใหม่ ที่ไม่เป็นภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

 ที่ผ่านมา ความพยายามจากนักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่มทดลองฟิวชั่นแบบเย็น หรือปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดทางเคมี หรือปฏิกิริยานิวเคลียร์พลังงานต่ำ เพื่อสร้างแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัย และราคาถูกเพื่อไม่ต้องพึ่งพาปฏิกิริยานิวเคลียร์จากสารกัมมันตรังสี

 ทว่า ผลการทดลองยังเป็นที่กังขา และยังไม่เสถียร แตกต่างกับองค์ความรู้ในการควบคุม "ปฏิกิริยาลูกโซ่" ที่สุกงอมจนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์กว่า 439 แห่งทั่วโลก

 บางครั้งทางออกที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่นวัตกรรมอันเลอเลิศ ที่กลั่นกรองจากมันสมองของนักวิทยาศาสตร์ระดับรางวัลโนเบล เพราะนิยามของคำว่า "ดีที่สุด" หาใช่สิ่งที่เป็นคำตอบตายตัวแต่อย่างใด หากเป็นสิ่งที่แปรผันตามสภาพแวดล้อมและภูมิหลังทางสังคม รวมไปถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณของแต่ละประเทศ

 สำหรับประเทศไทยการนำเศษไม้ชีวมวลจากพืชทางเศรษฐกิจมาใช้เป็นเชื้อเพลิง น่าจะเป็นทางออกในการแก้ไขวิกฤติด้านพลังงาน ที่ฟังดูสมเหตุสมผล เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตของประชาชนเข้าไปเสี่ยงกับการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสี อันเนื่องจากความบกพร่องของระบบรักษาความปลอดภัย รวมทั้งความสะเพร่าของพนักงานในโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์

 พลังงานชีวมวลยังมีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้า หรือแผงโซลาร์เซลล์ แต่ยังมีอุปสรรคอีกหลายจุดที่ต้องเร่งพัฒนา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

 ประการแรก พลังงานความร้อนที่ได้รับจากเชื้อเพลิงชีวมวล คิดเป็นอัตราส่วนกิโลแคลอรี อาทิเช่น ขี้เลื่อย (4,990) ชานอ้อย (4,510) แกลบ (3,860) กะลามะพร้าว (4,830) ทะลายปาล์ม (4,500) และไม้ยางพารา (4,560) มีค่าน้อยกว่าน้ำมันเตา (10,450) และถ่านโค้ก (7,150) เกือบสองเท่า

 ประสิทธิภาพในการให้ค่าพลังงานความร้อนที่ต่ำของเชื้อเพลิงชีวมวล คือ หนึ่งในหลายปัจจัยที่ลิดรอนเสน่ห์ในการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานของชาติ

 เหตุสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพการให้พลังงานความร้อนของชีวมวลไม่สูงเท่าที่ควร คือ "ความชื้น" ที่สูง และ "ความหนาแน่น" ที่ต่ำของเนื้อไม้ ดังนั้น หากนำเศษไม้มาอบให้แห้งเพื่อไล่ความชื้นออก แล้วค่อยนำไปหั่นให้ละเอียด ก่อนนำมาอัดเม็ดเพื่อเพิ่มความหนาแน่น น่าจะเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้พลังงานความร้อนของชีวมวล

 ประการที่สอง ต้นทุนลำเลียงเศษชีวมวลจากแหล่งผลิตสู่โรงงาน หากมีค่าสูงเกินไปอาจไม่คุ้มต่อการลงทุน ดังนั้น ตำแหน่งที่ตั้งของโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลแห้งอัดเม็ด ควรอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง

 ประการที่สาม ภาครัฐควรส่งเสริมความรู้ เรื่องประโยชน์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับ เมื่อเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงชีวมวล เพราะสามารถลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสารก่อมะเร็งจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล อาทิเช่น ถ่านหินลิกไนต์ ถ่านโค้ก และน้ำมันเตา เป็นต้น

* ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Tags : พลังงาน ชีวมวล เชื้อเพลิง

advertisement

advertisement

advertisement