ข้อมูลการจราจรที่แม่นยำ ณ เวลาจริงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ขับขี่ในกรุงเทพฯในการวางแผนเลี่ยงเส้นทางรถติด เนคเทคพัฒนาระบบข้อมูลจราจรอัจฉริยะ
อาศัยคลื่น 101.5 ของสถานีวิทยุจุฬาฯส่งต่อสัญญาณให้ปรากฏเป็นตัวอักษรวิ่งและภาพกราฟฟิกบนอุปกรณ์นำทาง คนกรุงลุ้นใช้งานราวเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจาก กทช.อนุมัติให้ใช้คลื่นเอฟเอ็ม
สมาคมระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะไทย หรือ ITS Thailand จัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการจราจร มหาวิทยาลัย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) รวมถึงค่ายรถยนต์ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือและบริษัทแผนที่นำทาง
ภารกิจแรกของสมาคมคือ ความพยายามผลักดันให้ไทย เป็นเจ้าภาพจัดประชุมความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการจราจรระดับเอเชียแปซิฟิก ซึ่งบรรลุผลแล้วโดยการประชุมกำหนดจัดในวันที่ 8 มิ.ย.นี้
ภารกิจต่อมาคือ การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลจราจร ที่ส่งข้อมูลผ่านคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 101.5 เมกะเฮิร์ตซ์ของสถานีวิทยุจุฬาฯ ซึ่งเป็นครั้งแรกของการส่งข้อมูลการจราจรในรูปแบบข้อความ ไปยังตัวรับสัญญาณที่อยู่ในรูปของระบบนำทาง ซึ่งมีอุปกรณ์รองรับอยู่แล้ว
“เนคเทคพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจราจร ซึ่งสามารถรับจากเขตกรุงเทพฯและหน่วยงานจราจร มาปรับให้อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ก่อนที่จะส่งข้อมูลจราจรดังกล่าวไปยังสถานีวิทยุจุฬาฯ แล้วจึงถ่ายทอดสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุเอฟเอ็มมายังตัวรับในรูปของอักษรตัววิ่ง” นายวิบูลย์ รักษ์สานส์เจริญผล เลขาธิการสมาคมระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะไทย กล่าว
นอกเหนือจากอักษรตัววิ่งแล้ว ข้อมูลจราจรอัจฉริยะยังมีโหมดแอดวานซ์ ซึ่งแสดงข้อมูลจราจรในรูปกราฟฟิก เหมือนกับที่ปรากฏบนป้ายจราจรอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็น การแสดงแผนที่ สีแสดงความหนาแน่นของรถ ที่ปรากฏตามเวลาจริง ณ ขณะนั้น
ปัจจุบันสมาคมอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตถ่ายทอดสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุ ไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) หากได้รับการอนุมัติจะนำร่องใช้ระบบนี้ในเขตกรุงเทพฯชั้นใน 15 เดือน คาดว่าจะเริ่มได้ตั้งแต่เดือนพ.ค.นี้เป็นต้นไป และหากเฟสแรกเสร็จสมบูรณ์ก็จะเดินหน้าเฟสสอง ขยายระบบให้ครอบคลุมกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วนเฟสสามจะขยายไปยังทางหลวงสายต่างๆ
ด้านนายภาสกร ประถมบุตร ผู้อำนวยการโปรแกรมระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ เนคเทค กล่าวว่า สิ่งสำคัญสำหรับระบบนำทางการจราจรอัจฉริยะ (Traffic Navigator) คือข้อมูลจราจรต้องน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่มาจากการตัดสินของคน เช่น การแจ้งข้อมูลว่ารถติด แต่สภาพความที่จริงแล้วรถติดนั้นมาจากสัญญาณไฟแดงบริเวณสี่แยก
ฉะนั้น การพัฒนาระบบนำทางจราจรอัจฉริยะ จึงจำเป็นต้องพัฒนาฐานข้อมูลที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ ไม่คลาดเคลื่อน และที่สำคัญต้องสามารถรายงานตามเวลาจริง ทั้งนี้ ทีมวิจัยโปรแกรมระบบขนส่งฯ ยังทำงานร่วมกับหน่วยปฏิบัติการวิจัยวิทยาการมนุษยภาษาของเนคเทค พัฒนาระบบรายงานจราจรที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลด้วยเสียง
“เราพยายามอุดช่องโหว่ของการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ หรือการอ่านรายงานจราจรผ่านแมสเสจ โดยพัฒนาระบบจดจำเสียง โดยคนขับโทรศัพท์ไปยังเบอร์ 02 565 7007 (10 คู่สาย) ผ่านบลูทูธ จากนั้นสามารถพูดชื่อถนนที่ต้องการฟังข้อมูลจราจร ซึ่งระบบจะประมวลผลแล้วรายงานเป็นเสียงกลับมา”
ปัจจุบันระบบดังกล่าวอยู่ระหว่างการทดสอบ พบว่าจะต้องพัฒนาเพิ่มด้านการจดจำเสียง รวมถึงฐานข้อมูลของถนนและการจราจรต่างๆ จุดมุ่งหมายของระบบดังกล่าว ต้องการให้ใช้งานได้กับโทรศัพท์มือถือทุกรุ่น และในอนาคตจะพัฒนาให้สามารถบันทึกข้อมูลเฉพาะบุคคล เช่น การบันทึกเส้นทางจราจรที่ต้องใช้ประจำทุกวัน จากนั้นระบบจะรายงานข้อมูลจราจร ณ เวลาที่ต้องการ มายังอีเมล์หรือโปรแกรมทวิสเตอร์ (twitter)
Tags : จราจรอัจฉริยะ • เนคเทค
