กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ

ไอที-นวัตกรรม : วิทยาศาสตร์

วันที่ 17 กรกฎาคม 2555 04:00

แง้มประตูสู่‘จักรวาล’

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ถึงเวลาที่มนุษย์เตรียมไขกล่องแพนโดร่า เข้าใกล้ ‘ฮิกส์’ (Higgs) กุญแจที่จะไขปริศนาความลับของจักรวาล

          แม้จะต้องลุ้นถึงปลายปี 2555 กว่าจะได้คำตอบว่า อนุภาคใหม่ที่องค์กรแห่งยุโรปเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์หรือเซิร์นค้นพบเป็นฮิกก์ส (Higgs) หรือไม่ แต่มีความเคลื่อนไหวที่ไม่ต้องลุ้นก็คือ "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ได้ลงนามเป็นรายแรกในอาเซียนเข้าเป็นสมาชิกประจำสถานีตรวจวัดอนุภาคซีเอ็มเอส เรียบร้อยแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 

          เซิร์นมีสถานีทดลองสำคัญ 2 แห่ง คือสถานีตรวจวัดอนุภาคซีเอ็มเอส (CMS) และสถานีตรวจวัดแอตลาส (ATLAS) จุฬาฯ ต้องชำระค่าสมาชิกแรกเข้า 8.6 ล้านบาท และเตรียมงบอีก 7 ล้านบาทจัดตั้งศูนย์ข้อมูลซีเอ็มเอสเทียร์-2 (CMS Tier-2 Data Center) เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลผลการทดลองจากซีเอ็มเอสและงานวิจัยเชิงคำนวณของไทย โดยจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการประมวลผลแบบกริด ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

 

จุฬาฯ ประตูเชื่อมเซิร์น

           ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเข้าเป็นสมาชิกของซีเอ็มเอสนี้ จะทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีความร่วมมือกับเซิร์นโดยตรง ซึ่งจะเป็นการยกระดับความร่วมมือด้านฟิสิกส์อนุภาคของไทยกับซีเอ็มเอส เปิดโอกาสให้นักวิจัยเข้าถึงข้อมูลการทดลองของซีเอ็มเอสและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเสาะหาฟิสิกส์ใหม่ๆ ทั้งยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้เป็นส่วนหนึ่งของการค้นพบใหม่ๆ ที่สำคัญ เช่น การยืนยันการมีอยู่ของอนุภาคฮิกก์ส การมีอยู่ของอนุภาคสมมาตรยิ่งยวด การศึกษาสสารมืดและพลังงานมืด เป็นต้น

          "นอกจากนักวิจัยไทยที่จะมีโอกาสไปทำงานวิจัยแลกเปลี่ยนที่ซีเอ็มเอส นักวิจัยที่อยู่ในไทยยังสามารถดึงข้อมูลที่สนใจของซีเอ็มเอสและเซิร์นผ่านโครงข่ายกริดคอมพิวติ้งที่ได้พัฒนาขึ้น โดยไม่มีการจำกัด เพราะเป็นข้อมูลที่สมาชิกของเซิร์นทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย" 

          การสนับสนุนและความร่วมมือต่างๆ เหล่านี้ ประโยชน์ที่ได้คือ โอกาสและการเปิดมุมมองให้กับนักฟิสิกส์ไทยเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาต่อยอดงานวิจัย รวมถึงเด็กรุ่นใหม่ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับฟิสิกส์และธรรมชาติอีกด้วย

          ขณะเดียวกัน ศ.ไพรัช ธัชยพงษ์ ประธานคณะอนุกรรมการโครงการความร่วมมือด้านวิชาการและวิจัยกับเซิร์น กล่าวว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่ได้เสด็จเยือนเซิร์นถึง 4 ครั้งในช่วงปี 2543-2553 ตั้งแต่เซิร์นยังไม่มีเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีจนถึงได้เดินเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีแล้ว

          ในการเสด็จเยือนครั้งที่ 3 ปี 2552 ได้ลงนามในเอกสารแสดงเจตจำนงที่จะมีความร่วมมือกันระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กับกลุ่มวิจัยสถานีตรวจวัดซีเอ็มเอส และเมื่อวันที่ 14 ก.ค.2553 เซิร์นได้ลงนามกับ 13 หน่วยงานวิทยาศาสตร์ของไทยเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามพระราชดำริ

           การลงนามทั้ง 2 ครั้งทำให้เกิด 4 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ 1.โครงการคัดเลือกนักศึกษาและครูฟิสิกส์เพื่อร่วมโปรแกรมภาคฤดูร้อนของเซิร์น 2.โครงการเซิร์นสคูลไทยแลนด์และโครงการบรรยายเชิงปฏิบัติการด้านฟิสิกส์อนุภาค 3.โครงการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลแบบกริดร่วมกัน และ 4.โครงการส่งเสริมให้การทำวิจัยร่วมกับเซิร์น ซึ่งคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้การรับรองเป็นสมาชิกประจำของสถานีตรวจวัดอนุภาคซีเอ็มเอสเมื่อเดือน มิ.ย.2555 และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสมทบของสถานีตรวจวัดอนุภาคแอตลาส

 

เปิดโลกที่กว้างขึ้น 

           ดร.บุรินทร์ อัศวพิภพ นักฟิสิกส์อนุภาค อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า นักฟิสิกส์จุฬาฯ สนใจศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอนุภาคสมมาตรยวดยิ่ง หรือ Super Symmetry ตัวชี้วัดสสารมืด ซึ่งไม่สามารถวัดได้โดยตรง เพราะสังเกตไม่ได้และมีอันตรกิริยาน้อย สิ่งที่ทำได้คือ การวัดอนุภาคสมมาตรยิ่งยวด

          การศึกษาวิจัยทั้งอนุภาคสมมาตรยวดยิ่งและอนุภาคฮิกก์ส จะเป็นประโยชน์ในด้านของฟิสิกส์พื้นฐานที่จะตอบสมมติฐานและทำความเข้าใจในประเด็นของอนุภาค สสารและเอกภพ

          "จากปัจจุบัน ที่เรามีความรู้ความเข้าใจเพียง 4% ของสสารที่สามารถอธิบายได้จากแบบจำลองมาตรฐาน ฉะนั้น อนุภาคสมมาตรยวดยิ่งและอนุภาคฮิกก์สในรูปแบบต่างๆ จะเป็นสะพานเชื่อมให้เราเข้าใจสสารที่เหลืออีก 96%" ดร.บุรินทร์ย้ำ 

          ประตูสู่คำตอบในเรื่องกำเนิดเอกภพเริ่มแง้มขึ้นแล้ว

Tags : ฮิกส์ เซิร์น ซีเอ็มเอส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สวทช.

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement