ห้องเรียนที่เน้นให้เด็กคิดโจทย์ และหาคำตอบให้ได้เองกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปี เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนรักวิทย์-คณิตย์มากวก่าที่ผ่านมา
ทฤษฎีแอปเปิ้ลตกจากต้นของเซอร์ไอแซก นิวตัน ระบบสุริยะมีทั้งดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ พายอาร์กำลังสองที่นำมาใช้คำนวณหาพื้นที่รูปเลขาคณิต และอีกสารพัดทฤษฎีที่ต้องนั่งท่องในสมัยเป็นนักเรียน แม้จะยังจำกันได้ แต่คงเลือนรางเต็มที เพราะไม่มีการนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเหมือนวิชาลูกเสือที่สอนหุงข้าวด้วยเตาถ่านหรือยำปลากระป๋องกินในเวลาเดินทางไกลซึ่งหยิบเรื่องใกล้ตัวมาสอนให้จำง่ายและใช้ได้จริง
ดร.ปิยะบุตร ชลวิจารณ์ รองประธานกรรมการ สถาบันคีนันแห่งเอเชีย กล่าวว่า ปัญหานักเรียนไม่ชอบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ด้วยความคิดว่ายาก ขี้เกียจท่องจำ กำลังระบาดทั่วทุกมุมโลก เพราะวิธีการสอนของครูและเนื้อหากำลังล้าสมัย ขาดแบบฝึกหัดและสื่อที่โดนใจผู้เรียนชนิดจดจำง่าย และใช้ได้จริงกับชีวิตประจำวัน
โมเดลปลูกรักเรียน
รองประธานกรรมการ สถาบันคีนันแห่งเอเชีย กล่าวว่า เมื่อ 6 ปีที่แล้ว สถาบันคีนันแห่งเอเชีย ได้ร่วมงานกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และบริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทสาขาของ เมอร์ค แอนด์ โก อิงค์ บริษัทยาระดับโลกที่ทุ่มงบประมาณ 30 ล้านบาท สนับสนุนในส่วนของการพัฒนาครูและสื่อการเรียนการสอนวิชาวิทย์-คณิตทั่วโลก ให้มีความทันสมัยน่าเรียนยิ่งกว่าเดิมภายใต้โครงการ IN-STEP
“โครงการดังกล่าวถูกนำร่องในโรงเรียน 53 แห่งของจังหวัดพังงา โดยเน้นพัฒนาครูอาจารย์ผู้สอนให้มีเทคนิคการสอนแนวใหม่ที่เน้นให้เด็กสังเกต ตั้งคำถามและคิดวิเคราะห์ปัญหาที่อยู่รอบๆตัวหรือชุมชนตัวเอง แทนที่จะนั่งเรียนจากตำราและกระดานดำอยู่แต่ในห้องเรียนสี่เหลี่ยมเท่านั้น”ดร.ปิยะบุตร กล่าว
ตลอด 5 ปีของโครงการ IN-STEP กระทั่งปิดโครงการไปเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา ตอนนี้มีครูที่ผ่านการอบรมไปหลายพันคน และนักเรียนที่เรียนภายใต้โครงการนี้อีกเป็นหมื่นคน โดยมีการแปลตำราที่พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกาและสร้างห้องปฏิบัติการในโรงเรียนที่ยังขาดอุปกรณ์การเรียนรู้ และปรับเนื้อหาให้สอดรับกับครูและนักเรียนไทยเพื่อนำมาใช้ในการเรียนการสอนในห้องเรียนต้นแบบของไทย สำหรับปลูกฝังให้ผู้เรียนมีหัวใจรักในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จากความรู้สึกไม่ใช่แค่การเรียนเพื่อสอบแข่งขันเหมือนที่เคยเป็นมา
“การเรียนวิทย์และคณิต จริงๆแล้วมันเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตประจำวัน สิ่งต่างๆรอบตัวล้วนนำมาใช้เป็นแบบฝึกหัด สำหรับการฝึกคิด ฝึกวิเคราะห์และหาคำตอบได้ทั้งสิ้น หากครูมีการพัฒนาเทคนิคการสอนให้น่าสนใจและมีสื่อที่ดีทันสมัยยิ่งขึ้น เชื่อว่าเด็กจะยิ่งอยากเรียนรู้ไม่รู้เบื่อ และหันมารักการเรียนทั้งสองวิชานี้ได้ในที่สุด” รองประธานกรรมการ สถาบันคีนันแห่งเอเชีย กล่าวอย่างมั่นใจ
วิจัยสู่การใช้จริง
ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2553 สสวท. ร่วมกับสพฐ. สถาบันคีนันแห่งเอเซีย และ teachers college แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา พยายามสร้างมาตรฐานหลักสูตรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ขึ้นใหม่เพื่อทดแทนหลักสูตรเก่า หวังยกระดับเด็กไทยเก่งเทียบชั้นเด็กต่างชาติ
หลักสูตรวิชาวิทย์-คณิตที่จัดทำขึ้นใหม่ จะเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงมากกว่าการเรียนแต่เนื้อหาจากตำรา เพื่อให้เด็กเกิดความสนุกจากการได้ทดลองและอยากที่จะเรียนคณิตและวิทยาศาสตร์จากความรู้สึกชอบไม่ใช่เรียนเพราะถูกบังคับ หรืออ่านความรู้เก่าๆที่เคยมีมาจากตำราอันแสนน่าเบื่อ
“เด็กตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมปลาย จะต้องมีกรอบการเรียนที่ชัดเจนว่าแต่ละช่วงปีที่เขาเรียน จะต้องรู้อะไรบ้าง และจะต้องทำอะไรได้บ้าง เพื่อสอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและความร่วมมือในสมาคมอาเซียนที่กำลังเกิดขึ้น” ผู้อำนวยการสสวท. กล่าว
ทั้งนี้เป้าหมายความร่วมมือดังกล่าว ผู้อำนวยการสสวท. กล่าวไว้ว่า เพื่อจัดทำกรอบมาตรฐานการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่มีความทันสมัย โดยอ้างอิงจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากโครงการ IN-STEP ซึ่งใช้งานได้จริง นำมาใช้งานในปี 2556 ทดแทนฉบับเก่าที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งมีแบบฝึกหัดและรูปแบบการเรียนรู้ที่ล้าสมัยไม่น่าสนใจ”ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าว
Tags : วิทย์คณิตในฝัน • สสวท. • สพฐ. • สถาบันคีนันแห่งเอเซีย •
