นักวิจัยจากสหรัฐนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการพิมพ์อวัยวะเทียม ประเดิมหมึกชีวภาพสำหรับการพิมพ์ไตเทียม คาดเป็นจริงภายใน 25 ปี
ในงานสัมมนาเทคโนโลยีการพิมพ์อวัยวะเทียม (Organ Printing) ที่จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) รศ.วลาดิเมียร์ เอ. มิโรนอฟ ผู้อำนวยการศูนย์เนื้อเยื่อและเส้นใยชีวภาพ คณะเวชศาสตร์ฟื้นฟูและชีววิทยาของเซลล์ มหาวิทยาลัยเซาท์ คาโรไลนา เปิดเผยความสำเร็จของการพัฒนาคิดค้นหมึกพิมพ์ชีวภาพ เพื่อใช้พิมพ์อวัยวะเทียมด้วยเครื่องพิมพ์ชีวภาพ ที่สามารถพิมพ์เส้นใยชีวภาพแบบเรียงชั้นสำหรับเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
เทคโนโลยีการพิมพ์อวัยวะเทียมเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่มีหลักการทำงานเหมือนเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เพียงแต่ใช้มีน้ำหมึกชีวภาพและโครงสร้างเนื้อเยื่อ ทำหน้าที่เหมือนน้ำหมึกและกระดาษ โดยเครื่องพิมพ์ชีวภาพจะฉีดน้ำหมึกพิเศษให้เรียงโครงสร้างต่อกันไปในรูปแบบ ที่จะทำให้สามารถเติบโตและทำงานได้เหมือนอวัยวะที่ต้องการ โดยสามารถออกแบบให้มีรูปร่างเหมือนหรือไม่เหมือนอวัยวะต้นแบบก็ได้
รศ.วลาดิเมียร์เผยว่า งานวิจัยการพิมพ์ไตเทียมที่กำลังดำเนินการศึกษา ปัจจุบัน สามารถพัฒนาน้ำหมึกชีวภาพและจัดวางโครงสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือในส่วนของเส้นเลือดฝอยต่างๆ ที่มีจำนวนมากและซับซ้อน จำเป็นต้องใช้เงินทุนและระยะเวลาในการวิจัยเพื่อให้ไตเทียมที่พิมพ์ขึ้นทำงานได้สมบูรณ์
"เราอาจจ้องใช้เงินสูงถึง 7.5 หมื่นล้านบาท และใช้เวลากว่า 25 ปี เพื่อพัฒนาเทคนิคพิมพ์ไตเทียมให้สมบูรณ์พร้อมใช้งาน แต่หากสำเร็จก็จะสามารถช่วยผู้ป่วยโรคไต ให้สามารถใช้เซลล์ของตนมาเป็นวัตถุตั้งต้นทำหมึกชีวภาพ พิมพ์ไตเทียมของตนเองที่ลดเสี่ยงภูมิคุ้มกันในร่างกายปฏิเสธอวัยวะที่ปลูกถ่ายเข้าไป ในขณะเดียวกัน ก็จะลดค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวเอง รวมถึงเงินภาษีของประเทศอีกด้วย" นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาท์ คาโรไลนากล่าว
ดร.วนิดา จันทร์วิกูล นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวัสดุทางการแพทย์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวว่า ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเครือข่าย Biofabrication ครอบคลุมประเทศสมาชิกแถบเอเชีย ยุโรป และอเมริกา และเข้าร่วมสัมมนาระดับนานาชาติว่าด้วย 2010 International Conference of Biofabrication ที่ฟิลาเดลเฟีย สหรัฐ
"รศ.วลาดิเมียร์ ยังได้เชิญเอ็มเทคเยี่ยมชมศูนย์เนื้อเยื่อและเส้นใยชีวภาพ ในมหาวิทยาลัยเซาท์ คาโรไลนา นั่นเพื่อแลกเปลี่ยนและศึกษาความเป็นไปได้สู่การลงนามความร่วมมือ (MOU) หรือแลกเปลี่ยนงานวิจัยกัน เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่จะต้องมีการศึกษาร่วมกันก่อน เพื่อหาแนวทางทำวิจัยต่อไป" ดร.วนิดากล่าว
ศูนย์เอ็มเทคมีงานวิจัยเกี่ยวกับการทำเนื้อเยื่อเทียมอยู่ก่อนแล้ว เป็นการศึกษาในกลุ่มของเนื้อเยื่อกระดูก ส่วนความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานของเอ็มเทค ที่จะเป็นประโยชน์กับคนไทยในอนาคต
Tags : อวัยวะเทียม • บริจาค • การแพทย์ • ไต
