นักวิจัยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ คว้าทุนวิจัยออสเตรเลีย พัฒนาระบบนำส่งยาจิ๋วรักษามะเร็งปากมดลูก บรรจุใส่ซิลิกอนนำส่งยาจู่โจมถึงเป้าหมาย
ดร.พิกุลทอง ขอเพิ่มทรัพย์ นักวิจัยห้องปฏิบัติการระบบนำส่ง ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ในสังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็น 1 ใน 19 นักวิจัยไทยที่ได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยหลังปริญญาเอก Enbavour Awards ปี 2010 จากประเทศออสเตรเลีย คิดเป็นเงินสนับสนุนประมาณ 6.5 แสนบาท ในเวลา 6 เดือน
นักวิจัยมีแผนทำวิจัยร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ ซึ่งเป็นสถาบันการเรียนที่เปิดสอนหลักสูตรด้านนาโนเทคโนโลยีมานานถึง 10 ปี เพื่อศึกษาวิจัยภายใต้โจทย์เรื่อง นาโนซิลิกอนที่มีโครงสร้างรูพรุนขนาดนาโนกับการพัฒนาเป็นระบบส่งยารักษามะเร็งปากมดลูก
ก่อนหน้านี้ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคร่วมกับองค์การเภสัชกรรม และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาองค์ความรู้ในการวิจัยระบบนำส่งยาระดับนาโนเมตรรักษามะเร็งปากมดลูกมาประมาณ 1 ปีกว่าแล้ว จากระยะเวลาโครงการรวมทั้งสิ้น 5 ปี
ปัจจุบัน ทีมวิจัยสามารถพัฒนาความรู้ในส่วนของการนำเอาไลโปโซม ซึ่งทำจากผนังเซลล์ตัวบรรจุยาทรงกลมขนาด พัฒนาเป็นโครงสร้างสำหรับใส่เทคโนโลยีดีเอ็นเอ และสารสกัดจากขมิ้นได้แล้ว และกำลังจะศึกษาต่อด้วยการสังเคราะห์ซิลิกอน ที่มีโครงสร้างรูพรุนขนาดนาโน ซึ่งปกติเป็นธาตุที่ใช้ทำวงจรรวม หรือไอซี สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แต่ยังนำมาประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ ได้เช่นกัน
การสังเคราะห์ซิลิกอน เพื่อใช้เป็นระบบนำส่งยาเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่กำลังได้รับความสนใจจากวงการวิทยาศาสตร์ นักวิจัยยังเตรียมศึกษาความรู้ทางวิชาการด้านอื่น เช่น ประสิทธิภาพของยารักษามะเร็งเมื่อบรรจุอยู่ในโครงสร้างระดับนาโนเมตร ความสม่ำเสมอในการปลดปล่อยสารสำคัญของตัวยา พิษวิทยาต่อเซลล์ปกติ ความรู้ดังกล่าวนักวิจัยมั่นใจว่าสามารถนำมาต่อยอดในไทย เพื่อนำไปสู่การพัฒนายารักษาโรคมะเร็งปากมดลูกตัวใหม่ได้ในอนาคต
"หากการพัฒนาโครงสร้างสำหรับกักเก็บและนำส่งยาสำเร็จ ไม่เพียงจะเป็นผลดีต่อการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกที่มีอุบัติการณ์สูงในคนไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถนำองค์ความรู้ในการพัฒนาระบบนำส่งยาไปใช้กับยารักษาโรคอื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้อีกด้วย" นักวิจัยกล่าว
นักวิจัยที่ได้รับทุน Enbavour Awards ยังประกอบด้วย นักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของ สวทช. 2 ท่าน และอีก 16 ท่านที่เหลือเป็นนักวิจัยจากหลายสถาบันทั่วประเทศ
"นอกจากสานต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว การมอบทุนวิจัยยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสถาบันวิจัยระหว่างประเทศ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการรู้จักคนที่มีความรู้และทักษะในเรื่องเดียวกัน ซึ่งอาจนำไปสู่การต่อยอดในอนาคต" นักวิจัยนาโนเทคกล่าว
