วิทยาศาสตร์ในยุคนี้ เห็นทีต้องยกให้กับผู้นำหญิง ตั้งแต่เจ้ากระทรวง เรื่อยมาจนถึงปลัดหญิง และล่าสุดกับตำแหน่งผู้ว่าการ วว.ที่พึ่งได้ข้อสรุป
วิทยาศาสตร์ในยุคนี้ เห็นทีต้องยกให้กับผู้นำหญิง ตั้งแต่เจ้ากระทรวง เรื่อยมาจนถึงปลัดหญิง และล่าสุดกับตำแหน่งผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว. ที่พึ่งหาข้อสรุปได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
นางเกษมศรี หอมชื่น ได้รับความไว้วางใจจาก ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าการ วว. คนที่ 13 แทนตำแหน่งที่ว่างลง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สถาบันวิจัยระดับประเทศมีผู้ว่าหญิงเป็นผู้กุมบังเหียร เพราะก่อนหน้านี้ เป็นเวลาถึง 4 ปี ที่ วว. อยู่ใต้ปีกของ ดร.นงลักษณ์ ปานเกิดดี ผู้ว่าหญิงคนแรกของ วว. ที่เพิ่งหมดวาระลง แม้การคัดสรรบุคลากรเข้ามาทำหน้าที่บริหารหน่วยงานวิจัยจะไม่ใช้เรื่องง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะเกินความสามารถของผู้หญิง
นางเกษมศรี หอมชื่น ผู้ว่าการ วว. คนใหม่ กล่าวเปิดใจว่า แม้ตำแหน่งผู้ว่าจะมาจากการแต่งตั้งโดยหลายคนมองว่าเธอได้รับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง แต่ก็เป็นไปตามระเบียบการคัดสรรของคณะกรรมการของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่มองถึงความเหมาะสม ตลอดจนวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้บริหารหน่วยงานวิจัย ที่จะนำพาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า ซึ่งนั่นต่างหากที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอได้รับความไว้วางใจ
นางเกษมศรีถือเป็นบุคคลหนึ่งที่คลุกคลีอยู่ในวงการอุตสาหกรรม ในส่วนงานกับกับดูแลนิคมอุตสาหกรรม ส่วนงานการจัดการอุตสาหกรรม งานควบคุมมลพิษและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 โดยได้นำความรู้วิทยาศาสตร์บัณฑิตระดับปริญญาตรี ในสาขาเคมี-คณิตศาสตร์จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทสาขาการจัดการเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งเอเซีย หรือ เอไอที
พร้อมด้วยประกาศนียบัตรชั้นสูง หลักสูตรการบริหารงานภาครัฐและกฏหมายมหาชน จากสถาบันพระปกเกล้า มาประยุกต์ใช้กับงานเส้นทางสายอาชีพ ภายใต้ลูกหมอของกระทรวงอุตสาหกรรมต่อเนื่องกว่า 30 ปี
วันนี้ นางเกษมศรี ในวัย 58 ปี พร้อมที่จะนำประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรม เข้ามาเชื่อมโยงกับงานวิจัยและพัฒนา แม้อายุราชการจะเหลือเพียงแค่ 2 ปี ก็ตาม
“ประเทศไทยมีงานวิจัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ขึ้นหิ้ง ขณะที่เอกชนเองก็ยังมองไม่เห็นหนทางที่จะต่อยอดงานวิจัย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนักวิจัยมีปัญหาในการสื่อสาร และนำเสนอผลงานออกไป” เธอแสดงทัศนะ และบอกว่า กระบวนการผลักดันจะต้องเปลี่ยนแปลง งานวิจัยต้องออกสู่อุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งประสบการณ์และความคุ้นเคยกับอุตสาหกรรม จะช่วยใก้เห็นปัญหาและหาหนทางแก้ไขได้
เธอบอกว่า ทุกวันนี้อุตสาหกรรมยังคงต้องการงานวิจัยเป็นจำนวนมาก เพื่อหันมาผลิตเทคโนโลยีเป็นของเราเอง เนื่องจากที่ผ่านมาอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในบ้านเรามักคุ้นเคยกับการรับเทคโนโลยีมาจากบริษัทแม่ หรือนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศเป็นหลัก
“บรรยากาศด้านการวิจัยของเราเริ่มสอนให้คนในชุมชนหันมาพัฒนาเทคโนโลยีในระดับครัวเรือน ซึ่งสามารถขยายไปในระดับอุตสาหกรรมได้โดยใช้ต้นทุนไม่มากนัก เช่น การผลิตสินค้าเกษตร จากวัตถุดิบที่มีอยู่ให้มีความหลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการ ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดในต่างประเทศ”
มุมมองของงานวิจัยในก้าวต่อไปว่า จะต้องมุ่งเป้าการวิจัยและพัฒนาตามโจทย์ที่ตลาดต้องการ เน้นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ใช้พลังงานน้อยลง
บางเทคโนโลยีที่ วว. ทำอาจจะดูง่าย เช่น พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากสมุนไพร แต่ถ้ามองในมุมของงานวิจัย จริงๆ แล้วจะเห็นได้ชัดเจนว่า กว่าจะได้มาซึ่งวัตถุดิบที่ต้องการ จะต้องผ่านกระบวนการวิจัย คัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสม เทคนิคการเก็บรักษา ตลอดจนพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยจนกระทั่งพร้อมจำหน่ายในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องง่าย
“การทำงานของนักวิจัยยังคงเป็นอิสระเหมือนเดิม เพียงแต่จะต้องค้นหาความต้องการจากภาคเอกชนที่แท้จริงว่าต้องการอะไร เทรนของโลกคืออะไร โดยงานวิจัยจะต้องตอบโจทย์ได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งเรื่องพลังงาน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ” เธอกล่าวยืนยัน
ในส่วนการทำงานของ วว. ยังคงต้องเน้นผลิตผลงานวิจัยให้ตอบสนองความต้องการของประเทศในประเด็นหลักๆ เช่น ภาคการเกษตร ซึ่งประเทศไทยมีความหลากหลายในเรื่องทรัพยากรชีวภาพ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ ในขณะที่กระแสโลกมีความต้องการสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น
งานวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คืองานวิจัยที่พร้อมผลิตเพื่อจำหน่าย และงานวิจัยที่ต้องทำต่อเนื่อง ใน 4 สาขาหลักๆ ได้แก่ ด้านเภสัชศาสตร์ อาหาร การเกษตร และเทคโนโลยีวัสดุ โดยที่ผ่านมานักวิจัย วว. ได้พัฒนาเทคโนโลยีจนก่อให้เกิดสิทธิบัตรไปแล้วไม่ต่ำกว่า 200-300 สิทธิบัตร
“เราตั้งเป้าไว้ที่ 36 สิทธิบัตรต่อปี ที่รอการยื่นจด ตลอดจนเทคโนโลยีที่พร้อมจะถ่ายทอดไปสู่ภาพเอกชนอีกไม่ต่ากว่าปีละ 7 เรื่อง” ผู้ว่าการ วว. ให้คำมั่นและทิ้งท้ายว่า
นอกจากงานวิจัยแล้ว วว. ยังทำหน้าที่ให้บริการกับหน่วยงานอื่นๆ อาทิเช่น การให้บริการด้านเครื่องมือในการตรวจสอบรับรองประสิทธิภาพ และมาตรฐาน เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมพลังงานทดแทน ตลอดจนเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตรถยนต์ เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของล้อ และระบบเบรก เป็นต้น
ทั้งนี้ งานวิจัยทุกชิ้นทั้งที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนถ่ายทอดไปยังภาคเอกชนในแต่ละสาขาจะถูกนำจัดแสดงพร้อมประกาศความสำเร็จอีกครั้งในงานสถาปนา วว. ครบรอบ 47 ปี ในวันที่ 21-23 พฤษภาคมนี้ ที่คลอง 5 เทคโนธานี
Tags : วว. • อุตสาหกรรม • เทคโนโลยี

