บริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เอกชนอีก 15 แห่ง นำร่องใช้เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หวังมีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อน
นายเสฐลัทธ์ วงศ์ศิวะวิลาส เจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการใช้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ ที่จัดขึ้นโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ที่บริษัทส่งออกไปในกลุ่มยุโรป เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่นิยมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“ผลิตภัณฑ์นำร่องที่ซีพีส่งเข้าร่วมโครงการ จนได้รับการเซ็นสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ไก่สด และผลิตภัณฑ์ไก่เทอริยากิ โดยขณะนี้ผ่านการรับรองฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิต (LCI) และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิต (LCA) จากคณะอนุกรรมการเรียบร้อยแล้ว”นายเสฐลัทธิ์ กล่าว
เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ประเภท จะเป็นช่องทางที่ผู้ผลิตจะสื่อสารกับผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต่อหนึ่งหน่วยมีกระบวนการผลิตตั้งแต่ก่อนเป็นผลิตภัณฑ์จนถึงการทำลายผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปริมาณเท่าไหร่
เจ้าหน้าที่การตลาด ผลิตภัณฑ์ซีพี กล่าวอีกว่า จากการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ทำให้บริษัทมีข้อมูลว่า ผลิตภัณฑ์เทอริยากิ มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ 3.02 กรัมต่อ 110 กรัม และผลิตภัณฑ์สด 2.90 กิโลกรัมต่อไก่ 1 กิโลกรัม โดยบริษัทคาดจะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากดังกล่าวในกลางปีหน้า
“อนาคตหากบริษัทฯ ขยายผลการติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์อื่นได้ทุกประเภท ซึ่งมีอยู่ 4 กลุ่มใหญ่ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ไก่สด ไก่แช่แข็ง หมูสด หมูแช่แข็ง ข้อมูลดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทในด้านการคำนวณยอดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าจากผลิตภัณฑ์รวมทั้งหมดที่ผลิตได้ต่อปี และสามารถหาวิธีการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น”นายเสฐลัทธ์ กล่าว
ด้านนายโสภณ เสติ วิศวกร สำนักงานส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด 1 ใน 16 รายที่อยู่ในโครงการนำร่องใช้เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ กล่าวว่า สัญลักษณ์ดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ผู้ผลิตที่อยู่ในวัฏจักรของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเกิดความตื่นตัวที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้นในอนาคต และตัวผู้บริโภคเองก็สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้จากการสังเกตสัญลักษณ์ดังกล่าว
“ผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ได้รับการเซ็นสัญญาใช้เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์บนผลิตภัณฑ์ เป็นกระเบื้องขนาด 10x16 นิ้ว ซึ่งจากการตรวจสอบและประเมิน LCA และ LCI พบว่ามีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าที่ 5.38 กิโลกรัมต่อตารางเมตร โดยอนาคตหากจะต้องส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการติดเครื่องหมายดังกล่าว ก็จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ศึกษาตลาดผู้บริโภคและประเทศที่จะนำเข้าด้วยว่ายอมรับในมาตรฐานของไทยนี้หรือว่ายังต้องใช้มาตรฐานสากล” วิศวกร บริษัท เซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด กล่าว
นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) กล่าวว่า ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้น มีผลต่อผลิตภัณฑ์ 1 ชนิดที่ขอใช้เท่านั้น ระยะเวลาการใช้งานได้ 2 ปีต่อการขออนุญาตใช้ 1 ครั้ง โดย อบก.จะมีเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอนุญาตใช้ฉลากทุก 6 เดือน โดยผู้ประกอบการเสียค่าใช้จ่ายตลอดกระบวนการ 1 แสนบาทเศษในการขอใช้
“โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง เอ็มเทคด้านการสร้างฐานข้อมูล LCI ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลที่ใช้อ้างอิงแล้ว 307 ฐานข้อมูลใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ผลิตภัณฑ์จากก๊าซธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์จากโรงงานกลั่นน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โลหะในกลุ่มเหล็กและนอกกลุ่มเหล็ก โครงสร้างพื้นฐานและระบบการขนส่ง วัสดุก่อสร้าง เกษตรกรรมหรือผลิตภัณฑ์การเกษตร สารเคมี การรีไซเคิลและการจัดการขยะ และอื่นๆนอกจากนี้”ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าว
นอกจากนี้ยังมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ร่วมในการผลักดันให้เกิดการจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าว
ทั้งนี้บริษัทที่ร่วมโครงการและได้รับการเซ็นสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายมีบริษัทที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 25 บริษัท แต่มี 16 บริษัทที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ได้แก่ บริษัท การบินไทยมหาชน จำกัด บริษัท เอสไอจี คอมบิบล็อก จำกัด บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
บริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท เพรสซิเดนท์ไรทซ์โปรดัก จำกัด บริษัท ทิปโก้ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด บริษัท ไทยรวมสินพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด
บริษัท เอเชียไฟเบอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท คาร์เปทอินเตอร์เนชันแนลไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ยางโอตานิ จำกัด บริษัท บางกอกแคน แมนนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และ บริษัท อิสเทิร์น โพลี แพค จำกัด โดยที่เหลืออีก 9 บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการคาดจะแล้วเสร็จในปี 2553
Tags : คาร์บอนฟุตพริ้นท์ • เอ็มเทค • องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก • ซีพี


