กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม : วิทยาศาสตร์

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 18:06

เอทิล-เมทิล..เรียกชื่อผิด พิษถึงตาย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เอทานอล-เมทานอล แอลกอฮอล์ชื่อคล้ายกันแต่ระดับอันตรายต่างกัน เอทานอลดื่มได้นำมาหมักทำสุรา ขณะที่เมทานอลใช้เป็นตัวทำละลายในสารเคมี

จากกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 มีนักโทษทัณฑสถานเรือนจำธัญบุรี เสียชีวิต 4 ราย ขณะที่นักโทษอีกกว่า 30 ชีวิต มีอาการปวดท้องรุนแรงสาหัส จากสาเหตุความเข้าใจผิดแอบลักลอบนำเมทิลแอลกอฮอล์จากการทำเฟอร์นิเจอร์ มาผสมกับโค้กหวังดื่มแทนสุรา

 รศ.สุชาตา ชินะจิตร ที่ปรึกษาวิชาการฐานความรู้เรื่องความปลอดภัยด้านสารเคมี ( www.chemtrack.org . )กล่าวว่า เวลาพูดถึง “ แอลกอฮอล์ ” (alcohol) หลายคนมักจะเหมารวมว่าหมายถึงเหล้า ทั้งที่ความจริงแอลกอฮอล์เป็นชื่อสารเคมีกลุ่มหนึ่ง ซึ่งที่รู้จักกันมากที่สุดคือ “ เอทานอล ” (ethanol) หรือ “ เอทิลแอลกอฮอล์ ” ( ethyl alcohol) และ “ เมทานอล ” (methanol) หรือ “ เมทิลแอลกอฮอล์ ” (methyl alcohol)

 สารทั้งสองตัวนี้แม้จะมีคุณสมบัติหลายๆ อย่างที่คล้ายกัน แต่ความเป็นพิษต่อร่างกายนั้นแตกต่างกันอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง

  เอทิลแอลกอฮอล์ ( ethyl alcohol) หรือเอทานอล ( Ethanol) มีสูตรเคมีคือ   C 2 H 5 OH เป็นของเหลวไม่มีสี ระเหยได้   ไวไฟสูง สามารถละลายน้ำได้ เป็นแอลกอฮอล์ที่ได้จากการหมักพืชผลทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด แอลกอฮอล์ชนิดนี้กินได้   นิยมนำมาใช้ทำเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ เหล้า ไวน์ และเบียร์   ยาสำหรับเช็ดทำความสะอาดแผล ใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง ใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง   เป็นต้น

  ความเป็นพิษต่อร่างกาย คือ โรคพิษสุราเรื้อรังและตับอักเสบ เป็นอาการพิษของผู้เสพสุราเป็นระยะเวลานาน นั่นคือ อาการพิษเรื้อรังที่เกิดจากเอทานอล แต่พิษเฉียบพลันที่เกิดจากการกินเข้าไปมาก ๆ ในครั้งเดียวก็คืออาการเมานั่นเอง   แต่ทั้งนี้แม้ว่าเอทานอลจะกินได้ ก็ใช่ว่าจะนำเอทานอลในน้ำยาล้างแผลมาดื่มแทนเหล้าได้ เพราะในน้ำยาล้างแผลจะมีการใส่สีไว้เพื่อป้องกันการนำไปรับประทาน

 ส่วน เมทิลแอลกอฮอล์ (methyl alcohol )   หรือ เมทานอล (methanol) มีสูตรเคมีคือ CH 3 OH เป็นของเหลวใส ระเหยง่าย เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการกลั่นทางปิโตรเคมี นิยมใช้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมการทำเฟอร์นิเจอร์ เช่น สีทาไม้ น้ำมันเคลือบเงา ยาลอกสี ฯลฯ และใช้เป็นเชื้อเพลิงในธรรมชาติ

 ความเป็นพิษต่อร่างกายถือได้ว่า มีพิษมาก   โดยเมทานอลเข้าสามารถดูดซึมได้ทางผิวหนัง ลมหายใจ ผู้ที่สูดดมเข้าไประคายเคืองต่อทางเดินหายใจ ทำให้หลอดลมอักเสบ    หลอดคออักเสบ มีการระคายเคืองต่อเยื่อบุตา   ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ หากหายใจ เข้าไปมาก ๆ   จะทำให้เกิดการปวดท้อง เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก   หายใจลำบาก   การมองเห็นจะผิดปกติจนอาจทำให้ตาบอดได้

   แต่หากดื่มเข้าไป ทางเดินอาหารจะดูดซึมละกระจายเข้าสู่กระแสเลือดทันที มีผลให้ เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน   เห็นภาพไม่ชัด   มีผลต่อประสาทตา   อาจทำให้ตาบอด   ที่สำคัญยังมีผลต่อระบบหายใจ   ทำให้ไตอักเสบ กล้ามเนื้อตับตาย หรือโลหิตเป็นพิษ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด

 รศ.สุชาตา กล่าวว่า เหตุการณ์การเสียชีวิตเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ดังเช่น เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2549 มีข่าวผู้ต้องขังที่เรือนจำอยุธยาต้องถูกนำส่งเข้าโรงพยาบาล 11 คน โดย 2 คน มีอาการสาหัสและมีผู้เสียชีวิต 1 ราย   จากสาเหตุของการดื่มเมทิลแอลกอฮอล์ผสมน้ำเข้าไปเช่นเดียวกัน

 นอกจากนี้ยังมีกรณีของชาวบ้านที่มักนิยมต้มเหล้าทานเอง และใช้วิธีเพิ่มดีกรีของเหล้าให้แรงด้วยการซื้อแอลกอฮอล์มาเติม ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย และเป็นเหตุให้เกิดการเสียชีวิตหลายครั้ง

 “ เวลาเราบอกว่าซื้อแอลกอฮอล์โดยไม่ระบุชื่อที่ชัดเจน เมื่อไปซื้อคนละร้านก็จะได้แอลกอฮอล์ต่างชนิดกัน เช่น ไปร้านขายยา ก็จะได้เอทิลแอลกอฮอล์ สำหรับล้างแผล ถ้าไปบอกซื้อแอลกอฮอล์ที่ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างก็จะได้เมทิลแอลกอฮอล์สำหรับใช้เป็นตัวทำละลายแทน จะเห็นว่าเป็นคนละชนิดกัน จึงต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง ” รศ.สุชาตา กล่าว

 ดังนั้น จึงอยากแนะนำให้ประชาชนทำความเข้าใจถึงแอลกอฮอล์แต่ละชนิด ระบุชื่อแอลกอฮอล์ที่ต้องการซื้อให้ชัดเจน พร้อมทั้งอ่านฉลากข้างขวดให้แน่ชัดก่อนใช้ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย และที่สำคัญคือห้ามผสมเหล้าด้วยการซื้อแอลกอฮอล์มาเติมเองโดยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีก

 ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถค้นหาความรู้เรื่องความปลอดภัยด้านสารเคมีเพิ่มเติมได้ที่ http://www.chemtrack.org

Tags : แอลกอฮอล์ สารเคมี สุรา เชื้อเพลิง

advertisement

advertisement

advertisement