กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม : วิทยาศาสตร์

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 06:00

Winter Sky มหัศจรรย์ดาราศาสตร์แห่งปี

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดตารางกิจกรรมช่วงฤดูหนาว “Winter Sky…มหัศจรรย์ปรากฏการณ์และกิจกรรมดาราศาสตร์แห่งปี”

รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรม “Winter Sky…มหัศจรรย์ปรากฏการณ์และกิจกรรมดาราศาสตร์แห่งปี” ว่าปีนี้เป็นปีที่มีความสำคัญทางดาราศาสตร์หลายๆ อย่าง

 นอกจากสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ได้ประกาศให้เป็นปีดาราศาสตร์สากล  (International Year of astronomy 2009: IYA 2009) แล้วยังมีปรากฏการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์เกิดขึ้นอีกหลายเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นปีและในช่วงฤดูหนาวนี้ อีกเช่นกัน

 สถาบันฯได้วางแผนในการดำเนินการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจทางดาราศาสตร์ที่หลากหลาย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความตระหนักและความตื่นตัวทางดาราศาสตร์ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษารวมทั้งประชาชนคนไทยทั่วทุกภูมิภาคให้สนใจกิจกรรมและปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์มากยิ่งขึ้น  โดยมีกิจกรรมทางดาราศาสตร์ ดังนี้  

 1.  กิจกรรม “เปิดฟ้า...ตามหาดาว” ณ หอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  จัดขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์  (สดร. ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) เป็นกิจกรรมที่เชิญชวนให้ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป มาร่วมสังเกตวัตถุท้องฟ้าต่างๆ ในช่วงฤดูหนาว ที่ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะสมในการสังเกตวัตถุท้องฟ้าต่างๆ

 ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และครั้งที่สองกำหนดจัดในวันที่ 22 ธันวาคม 2552 ส่วนในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ กำหนดการจะได้ประกาศต่อไป

 2.  มหกรรมดาราศาสตร์สัญจร เป็นการจัดนิทรรศการทางดาราศาสตร์ นิทรรศการภาพถ่ายทางดาราศาสตร์จากทั่วโลก นิทรรศการภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ในเมืองไทย กิจกรรมทางดาราศาสตร์มากมาย รวมทั้งให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สังเกตวัตถุท้องฟ้าโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวและความตระหนักทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้ดาราศาสตร์เป็นสื่อ รวมทั้งเป็นการกระจายโอกาสการบริการวิชาการทางดาราศาสตร์แก่ชุมชนไปในภูมิภาคต่างๆ

 ในช่วงฤดูหนาวนี้ กำหนดจัด 2 กิจกรรม ได้แก่  2.1 “มหกรรมดาราศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ” ระหว่างวันที่ 16 -17  พฤศจิกายน 2552 ณ วิทยาลัยการอาชีพ             วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  (สดร. ร่วมกับมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี) ในกิจกรรมนี้จะมีการ “อบรมครูดาราศาสตร์” สำหรับครู อาจารย์ในเขต จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.เพชรบุรี และเขตจังหวัดใกล้เคียง อีกด้วย

 2.2 “Lanna Starry Miracle 2009: อัศจรรย์ดาราศาสตร์ ครั้งแรกของเชียงใหม่ ” ระหว่างวันที่  27 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2552 ณ ชั้น 3 โซน B ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ตและวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2552  ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง เชียงใหม่

 3.  มหัศจรรย์ปรากฏการณ์ “การกลับมาของฝนดาวตกลีโอนิดส์” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตา ตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 17-18  พฤศจิกายน 2552 โดยทางสดร. กำหนดจัดทีมสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดังกล่าวสองจุด ได้แก่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และบริเวณดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมสัมผัสปรากฏการณ์ฝนดาวตกลีโอนิดส์ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

 สำหรับในภูมิภาคต่างๆ สดร. ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงาน และมหาวิทยาลัยเครือข่ายทั่วประเทศ จัดกิจกรรมติดตาม “ฝนดาวตกลีโอนิดส์” หลายแห่ง เช่น  ภาคกลาง : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / ภาคตะวันออก : อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ อ.เมือง จ. ปราจีนบุรี  โรงเรียนชลราษฎรอำรุง  อ.เมือง จ. ชลบุรี
โรงเรียน เบญจมราชรังสฤษฏิ์ อ.เมือง และโรงเรียนไผ่แก้ววิทยา อ.แปลงยาว จ. ฉะเชิงเทรา /

 ภาคเหนือ : ม. นเรศวร  ม.เชียงใหม่ ม.รภ.เชียงราย / ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ม.อุบลราชธานี ม.รภ. อุดรธานี นครราชสีมา อุบลราชธานี / ภาคใต้ : ม.วลัยลักษณ์ ม.รภ. สงขลา ภูเก็ต

 รายละเอียดต่างๆ สามารถดูได้ที่ www.narit.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์ สดร. 053-225569 ต่อ 11 หรือ 086-4290674

 ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เพิ่มเติมว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าในประเทศไทยมีสภาพเหมาะสมกับการดูดาว เนื่องจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมักจะนำความเย็นและอากาศแห้งมายังภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือของประเทศไทย

 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2552 – เดือนกุมภาพันธ์ 2553 มีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าติดตามหลายปรากฏการณ์ ดังนี้

 1.  ฝนดาวตกลีโอนิดส์ หรือฝนตกกลุ่มดาวสิงโต  วันที่ 17-18  พฤศจิกายน 2552

 ทั้งนี้ เมื่อในปี 2541 และ 2544 ฝนดาวตกลีโอนิดส์ ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจ ด้วยดาวตกสว่างนับร้อยพันดวงต่อชั่วโมง อย่างไรก็ดีฝนดาวตกที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็มีจำนวนไม่มากนัก

 นักดาราศาสตร์หลายคน รวมถึงนักดาราศาสตร์จากองค์การอวกาศ NASA ได้คำนวณว่าสายธารฝุ่นที่ดาวหาง 55P/Tempel-Tuttle ได้ทิ้งไว้เมื่อโคจรผ่านมาใกล้ดวงอาทิตย์ใน ปี คศ. 1466 และ 1533 อาจจะทำให้เกิดฝนดาวตกลีโอนิดส์จำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆ ของเช้าวันที่ 18  พฤศจิกายน 2552 (ตามเวลาในประเทศไทย)

 การคาดการณ์จากนักดาราศาสตร์ให้ผลแตกต่างกัน จากการคำนวณเราอาจจะได้เห็นดาวตกจำนวนระหว่าง 100-500 ดวงต่อชั่วโมง โดยเวลาที่อาจเกิดดาวตกมากที่สุดจะเป็นเวลาประมาณ 04:00-05:30 น. ของเช้าวันที่ 18  พฤศจิกายน 2552

2.  ฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือฝนตกกลุ่มดาวคนคู่  วันที่ 13-14 ธันวาคม 2552

   ฝนดาวตกเจมินิดส์ เกิดจากฝุ่นละอองของดาวเคราะห์น้อย 3,200 เฟธอน (3200 Phaethon) โดยทั่วไปฝนดาวตกเจมินิดส์จะมีจำนวนมากทุกปี แม้ว่าจะไม่สว่างเท่ากับฝนดาวตกลีโอนิดส์ก็ตาม

 ในปีนี้ ช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ จะเป็นช่วงเวลาที่ปราศจากแสงจันทร์รบกวน เราอาจได้เห็นดาวตกจำนวนหลายสิบดวงต่อชั่วโมงในคืนวันที่ 13 ธันวาคม 2552 ถึงรุ่งอรุณของวันที่ 14 ธันวาคม 2552

                3. จันทรุปราคาบางส่วน วันที่ 1 มกราคม 2553

                หลังจากเริ่มปีใหม่ไม่นาน คนไทยจะได้เห็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน เกิดขึ้นในช่วงเวลาระหว่าง 01:52-02:52 น. อย่างไรก็ดี คราสบางส่วนครั้งนี้ จะบดบังดวงจันทร์ไม่มากนัก โดยพื้นผิวดวงจันทร์จะเข้าไปในเงามืดของโลกเพียงร้อยละสิบเท่านั้น

                4. สุริยุปราคาบางส่วน วันที่ 15 มกราคม 2553

                สุริยุปราคาบางส่วนที่จะเกิดในวันที่ 15 มกราคม 2553 นี้ นับเป็นสุริยุปราคาบางส่วนครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาห่างกันไม่ถึง 12  เดือน  สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเกิดสุริยุราคาแบบวงแหวน แนวคราสวงแหวนเริ่มต้นตั้งแต่ทวีปอัฟริกา ผ่านมหาสมุทรอินเดีย ตอนใต้ของประเทศอินเดีย ตอนบนของประเทศศรีลังกา สหภาพเมียนมาร์ และสิ้นสุดที่สาธารณรัฐประชาชนจีน

 สำหรับประเทศไทยนั้นจะเห็นเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน เห็นได้ทั่วประเทศ โดยภาคเหนือตอนบน ดวงอาทิตย์จะถูกดวงจันทร์บดบังมากที่สุดถึงร้อยละ 73 ที่จังหวัดเชียงราย แม้ว่าท้องฟ้าจะไม่มืดสนิท แต่ผู้คนก็จะรู้สึกถึงความสว่างที่ลดลงได้ นอกจากนี้ยังจะได้เห็นปรากฏการณ์ข้างเคียง เช่น เงาเสี้ยวของดวงอาทิตย์ที่ส่องผ่านใบไม้ เป็นต้น

                5. ดาวอังคารเข้าใกล้โลก มกราคม-กุมภาพันธ์ 2553

                ทุก ๆ ประมาณ 26 เดือน ดาวอังคารและโลกจะโคจรเข้ามาใกล้กัน ซึ่งเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ใช้กล้องดูดาวขนาดเล็กส่องสังเกตลักษณะพื้นผิวของดาวเคราะห์เพื่อนบ้านดวงนี้ได้ อย่างไรก็ดีการเข้าใกล้ของดาวเคราะห์สีแดงในครั้งนี้ จะเข้ามาใกล้โลกมากที่สุดเพียง 99,331,411 กิโลเมตร ในช่วงเช้าของวันที่ 28 มกราคม 2553 ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ขนาดปรากฏของดาวเคราะห์ดวงนี้มีเพียงแค่ 14.11 ฟิลิปดา

 ดาวอังคารจะอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ในวันที่ 30 มกราคม 2533 และเราจะสามารถชมปรากฏการณ์นี้ได้ตลอดในช่วงเดือน มกราคมและกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

Tags : ปีดาราศาสตร์สากล ฝนดาวตก ท้องฟ้า

advertisement

advertisement

advertisement