กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม : วิทยาศาสตร์

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 06:00

วัคซีนไทยถอยไกลจากฝั่งฝัน

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

หมุนเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไป 3 เดือน หนังสือพิมพ์ทุกฉบับพาดหัวข่าวให้ความหวังประเทศไทย จะพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ขึ้นเอง

 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเปิดโรงงานต้นแบบนำร่องทดลองผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ และเยี่ยมชมความพร้อมของโรงงานต้นแบบ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ยิ่งจุดประกายความหวังว่า ไทยสามารถหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ด้วยลำแข้งตัวเอง

 ตลอดช่วง 100 กว่าวันที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ประจำห้องปฏิบัติการโรงงานต้นแบบผลิตวัคซีนทำงานกันอย่างทุ่มเท เพื่อรับมือกับโอกาสเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะกลับมาฟาดหัวฟาดหางในช่วงฤดูหนาว

 ยิ่งกว่านั้น พวกเขาแข่งกับเวลาที่บีบคั้น หลังจากนักวิจัยหลายประเทศทยอยออกมาประกาศผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลียที่เริ่มทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กับมนุษย์แล้ว ทันทีที่มีผลยืนยันว่า วัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เช่นเดียวกับทีมวิจัยจากเนเธอร์แลนด์ยืนยันผลทดลองฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในสัตว์มีความปลอดภัย

 โนวาร์ติส ผู้ผลิตยารายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ เริ่มทดลองวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในมนุษย์ครั้งแรก ฟากสหรัฐเองก็ออกมาเผยผลการทดลองวัคซีนหวัด 2009 ว่าปลอดภัย จีนก็เช่นกันเริ่มการทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ผลิตเองเป็นครั้งแรก ในอาสาสมัครกว่า 2,000 คน ในเมืองไท้โจว มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของประเทศ หลังจากออกจากจุดสตาร์ทพร้อมกับโรงงานต้นแบบของไทย

 "ปัญหาไม่ได้มีแค่จุดเดียว แต่ยิ่งเดินหน้าก็ยิ่งพบปัญหาตามมาเป็นเงาตามตัว การทดสอบวัคซีนในประเทศไทยไม่สามารถทำได้เลย ห้องปฏิบัติการ Molecular Biology ของเราไม่แพ้ประเทศอื่น แต่ห้องปฏิบัติการทดสอบของประเทศไทย ยังไม่มีศักยภาพเทียบเท่าต่างประเทศ ซึ่งแปลว่า เราไม่มีทางทำได้" นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกล่าว

 ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันในแวดวงการแพทย์และวงการวิจัย แม้จะไม่เต็มปากนัก เมื่อถูกตั้งคำถามว่าไทยมีศักยภาพผลิตวัคซีนใช้เองในระดับโรงงานแค่ไหน เนื่องจากการขยายระดับการผลิตจากโรงงานต้นแบบไปสู่ระดับโรงงานจริงไม่ใช่เรื่องง่าย

 ดูเหมือน นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม (อภ.) มองปัญหาและอุปสรรคในการผลิตวัคซีนใน 2 เรื่อง คือ ความเสถียรของวัคซีน และการสร้างการกระตุ้นภูมิสำหรับวัคซีน

 "การทดลองวัคซีนของไทย ถือเป็นครั้งแรกและต้องมีการเรียนรู้ไปทุกขั้นตอน จำเป็นต้องใช้เวลา" นพ.วิชัยกล่าว

 ปัจจุบัน ไทยมีโรงงานผลิตวัคซีนได้ที่มีศักยภาพอยู่แล้ว คือ โรงงานของกรมปศุสัตว์ ที่ อ.ปากช่อง เป็นโรงงานผลิตวัคซีนเชื้อเป็นสำหรับสัตว์ที่ได้มาตรฐาน มีผู้เชี่ยวชาญพร้อมเปลี่ยนไลน์การผลิตวัคซีนเชื้อเป็นสำหรับมนุษย์ ทว่า ข้อเสนอดังกล่าวถูกปฏิเสธ

 ขณะเดียวกัน อภ. ตัดสินใจก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนระดับอุตสาหกรรม ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เชื้อตายเป้าหมายเพื่อผลิตวัคซีนสำรองสำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เชื้อตาย ปริมาณ 2 ล้านโด๊สต่อปี

 หากเกิดการระบาดใหญ่ อภ.ยังมีแผนสำรองใช้เทคโนโลยีผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เชื้อเป็นชนิดพ่นทางปากจากโรงงานผลิตวัคซีนชนิดเชื้อเป็นแห่งที่ 2 ที่ อภ. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เนื่องจากมีความพร้อมทั้งเรื่องบุคลากร และโครงสร้างของโรงงานที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยองค์การเภสัชกรรมจะเข้าไปลงทุนติดตั้งระบบต่างๆ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร หรือนานหลายปีกว่าที่จะเดินเครื่องผลิตได้

 "เราต้องเข้าใจว่าการผลิตวัคซีนในประเทศไทยยังเป็นเรื่องใหม่ ต่างจากต่างประเทศที่เขาผลิตวัคซีนในระดับอุตสาหกรรมหลังจากที่ได้เชื้อต้นแบบทำได้ง่ายกว่า มีผู้เชี่ยวชาญ มีความพร้อมเทคโนโลยี หรือแม้แต่สัตว์ทดลองที่สามารถนำมาทดสอบได้ทันที แต่ไทยไม่มี" นพ.ประสิทธิ์ ให้คำตอบสุดท้าย

 หัวใจสำคัญของการพัฒนาวัคซีนที่ถูกมองข้ามไป คือ สัตว์ทดลอง ที่ต้องได้มาตรฐานการเลี้ยง และต้องแน่ใจว่าปลอดเชื้อโรคทุกชนิด แต่ไทยยังไม่มีห้องปฏิบัติการสัตว์ทดลองปลอดโรค จึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับโรงงานต้นแบบผลิตวัคซีนของไทย และทำให้การทดลองวัคซีนหยุดสนิทอยู่ในขั้นตอนการทดสอบในสัตว์ ไม่ต้องพูดถึงการทดลองในมนุษย์

 แม้โอกาสที่ไทยผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้สำเร็จถอยห่างออกไป แต่กระทรวงสาธารณสุขมียาต้านไวรัสสำรองอยู่เพียงพอ รวมวัคซีนชุดแรก 2 ล้านโด๊ส รวมถึงประชาชนส่วนหนึ่งสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ด้วยตนเองจากการระบาดรอบก่อน จึงยังไม่จำเป็นต้องสั่งซื้อวัคซีนมารอไว้จำนวนมาก เนื่องจากองค์การอนามัยโลกปรับสูตรวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกรอบปี

 มองในแง่ดี การทดลองวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ถือว่าเป็นจุดออกสตาร์ทที่ดีสำหรับทีมนักวิจัยไทย อย่างน้อยผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้มองเห็นจุดอ่อนสำคัญ ที่ต้องแก้ไขชัดเจนขึ้น นำไปปรับปรุงระบบให้พร้อมกว่าที่เป็นอยู่

 ถึงเวลานั้น จะพูดคำว่า "พร้อม" ได้เต็มปากเต็มคำ

Tags : วัคซีน สัตว์ทดลอง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

advertisement

advertisement

advertisement