กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม : วิทยาศาสตร์

วันที่ 14 สิงหาคม 2552 06:00

ยาแก้อักเสบทดแทนทามิฟลูขาดแคลน

เดวิด เฟดสัน ศาสตราจารย์ด้านภูมิคุ้มกันวิทยา สหรัฐ

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ผู้เชี่ยวชาญสหรัฐหวั่นหวัด2009 ระบาดแรง ส่งผลยาต้านไม่เพียงพอต่อประชากรโลก เสนอยาแก้อักเสบ-ยาลดคอเรสเตอรอลใช้ทดแทนยามฉุกเฉิน

ดร.เดวิด เฟดสัน ศาสตราจารย์ด้านภูมิคุ้มกันวิทยา และอดีตที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลก แผนกโรคติดต่อสู่คน เสนอประเทศกำลังทดลองยาตัวอื่นเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับใช้ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่กำลังระบาดไปทั่วโลกจนยากต่อการควบคุม

 อดีตผู้บริหารบริษัทยาเอ็มเอสดี บรรยายเกี่ยวกับแนวทางรักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หัวข้อ "Generic agents and their potential use in modifying the host response to pandemic influenza" ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ว่า  ยาแก้อักเสบ และยากลุ่มลดคอเรสเตอรอล "อาจ" มีศักยภาพใช้ต้านไวรัสเอช 1 เอ็น 1 ได้ นอกจากยาโอเซลทามิเวียร์ ยาซานามิเวียร์ และวัคซีนที่กำลังพัฒนาอยู่

 “หากมองจากภาพใหญ่ ในโลกมีคนอยู่ 6 พันล้านคน แต่มียาเพียงพอสำหรับ 260 ล้านคน จำนวนนี้ 77% อยู่ใน 9 ประเทศที่สามารถผลิตวัคซีนได้ ขณะที่ความสามารถในการผลิตวัคซีนของโลกอยู่ที่ 430 ล้านโดส ใน 6 เดือนข้างหน้า โดย 24% ของวัคซีนจะยังคงอยู่ในอเมริกา ไม่ส่งออก แถมยังมีแนวโน้มนำเข้าวัคซีนจากอังกฤษด้วย เราค่อนข้างแน่ใจว่าวัคซีนจะไม่พอสำหรับทุกคน ประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งไม่มีอะไรอยู่เลย แม้กระทั่งยาและวัคซีนจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร" ดร.เดวิด ตั้งคำถาม

 เขาเสนอให้นักวิจัยในประเทศต่างๆ เริ่มต้นทดลองยาบางตัว ที่อาจจะมีประโยชน์ และใช้ได้ดีสำหรับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ ที่ผ่านมายังไม่มีการศึกษาวิจัยในคนมาก่อน เช่น กลุ่มยาแก้อักเสบ หรือยาที่ใช้ลดคอเรสเตอรอล ซึ่งอาจมีประโยชน์หากนำมาใช้จริงแล้วได้ผลดี โดยหลักฐานทางภูมิคุ้มกันวิทยา และการทดสอบในหนูทดลอง พบว่ายาแต่ละตัวให้ผลเป็นที่น่าพอใจ

 “ปัจจุบัน อำนาจตัดสินใจเรื่องไข้หวัดใหญ่ในโลกอยู่ที่นักไวรัสวิทยาและนักระบาดวิทยาที่เชี่ยวชาญเรื่องไข้หวัดใหญ่โดยตรง แต่แท้จริงแล้วการจัดการกับไข้หวัดใหญ่ยังต้องการความร่วมมือจากหมอที่ดูแลผู้ป่วย นักวิจัยจากสาขาอื่น เข้ามาร่วมกันคิดร่วมกันทำ” ดร.เฟดสัน กล่าว

 รศ.นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า หากสามารถพัฒนายาลดภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยให้อยู่ในระดับพอดี ก็มีความหวังที่จะทำให้คนไข้มีอาการดีขึ้น

 "การพัฒนายา ทดสอบยาชนิดใหม่ในประเทศไทยต้องยอมรับว่าค่อนข้างลำบาก เนื่องจากไทยมียาสำรองที่มีประสิทธิภาพ อย่างโอเซลทามิเวียร์ ซึ่งใช้แล้วได้ผล จำเป็นต้องให้ยาตัวนี้เป็นหลักให้กับผู้ป่วยก่อน ถึงจะมียาตัวใหม่ ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถสู้ทามิฟลูได้"

 รองผู้อำนวยการ สวทช.ยอมรับว่า ในต่างประเทศมีแพทย์ให้ยาลดการอักเสบแก่ผู้ป่วยอาการหนัก แต่ยังไม่มีการทดลองประสิทธิภาพของยากลุ่มนี้กับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ขณะเดียวกัน บริษัทยาขนาดใหญ่ไม่มีแรงจูงใจที่จะพัฒนายาใหม่ เนื่องจากยาที่มีอยู่ใช้ได้ผลดี ตลอดจนการทดลองยาที่มีประสิทธิภาพดีอยู่แล้วมีความเสี่ยงสูง

Tags : ไข้หวัดใหญ่ ทามิฟลู ยาแก้อักเสบ เดวิด เฟดสัน

advertisement

advertisement

advertisement