กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม : วิทยาศาสตร์

วันที่ 13 สิงหาคม 2552 06:00

สมุนไพรยาห้ารากเทียบชั้นทามิฟลู

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

มหาวิทยาลัยรังสิตเชื่อ "ยาห้าราก" ในบัญชียาหลักแห่งชาติ สามารถรักษาหวัด2009 มีฤทธิ์ฆ่าไวรัสได้เทียบเท่าทามิฟลู โอกาสไวรัสดื้อยาต่ำ

รศ.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ ผู้ก่อตั้งคณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ตั้งข้อสังเกตว่า อาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คล้ายกับอาการของโรคไข้กำเดาใหญ่ในพระคัมภีร์ตักกะศิลาของไทย ซึ่งถูกรวบรวมข้อมูลในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) น่าจะนำ "ยาห้าราก" ที่ใช้รักษามาประยุกต์ใช้ด้วยกันได้ 

 “การรักษาไข้กำเดาใหญ่ในพระคัมภีร์ตักกะศิลา ระบุให้ใช้ยาห้าราก หรือเบญจโลกะวิเชียร ซึ่งมีส่วนผสมจากชิงชี่ ท้าวยายม่อม มะเดื่อชุมพร คนทา ย่านาง เพื่อขับพิษไข้ ซึ่งมีลักษณะอาการสอดคล้องกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ผู้ป่วยมักมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก หรือมีการอาเจียนร่วมด้วย” รศ.สุรพจน์ กล่าว

 เขาได้เสนอที่ประชุมระดมความคิด เพื่อหาแนวทางการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์และนวัตกรรมสมุนไพรไทย ให้นำยาห้ารากมาศึกษาและพัฒนา เพื่อป้องกันและรักษาการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด H1N1 เนื่องจากมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัสได้เทียบเท่าทามิฟูล และไม่ส่งผลทำให้เชื้อโรคดื้อยาเนื่องจากมีส่วนผสมของสารเคมีสำคัญหลายร้อยชนิด

 “สมุนไพรไทยมีโอกาสทำให้เชื้อโรคดื้อยาได้น้อยมาก เนื่องจากแพทย์จะใช้สมุนไพรหลายชนิดผสมกัน ทำให้มีสารเคมีสำคัญหลายชนิด ขณะที่ยาจากต่างประเทศจะสกัดเอาเฉพาะสาระสำคัญที่ออกฤทธิ์เพียง 1-3 ตัวทำให้เชื้อโรคสามารถพัฒนาตัวมันเองจนดื้อยาได้”

 คณบดีคณะการแพทย์แผนตะวันออก ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า การรักษาด้วยสมุนไพรไทยจะได้ผลดี ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาทันทีที่รู้ตัวว่าเป็นหวัด โดยเมื่อให้ยาห้ารากแล้ว แพทย์แผนไทยจะให้ยาจันทลีลาเพื่อลดไข้สูง และยาจันทหฤทัยเสริมบำรุงร่างกาย กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าสู่อวัยวะภายในต่าง ๆ ร่วมด้วย
 
 ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา ประธานชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรักษาโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 แบบแพทย์แผนไทยอีกทางเลือกหนึ่ง ที่มีแนวโน้มน่าจะเป็นไปได้จริงหากได้รับการศึกษาต่อยอดด้านการนำไปใช้ในการรักษาคือ น้ำมันมะพร้าวซึ่งมีตัวยาสำคัญหรือกรดลอริกมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ เชื้อไวรัส เชื้อโปรโตซัวและพยาธิถึง 50%

 “กรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวจะอาศัยความสัมพันธภาพทางเคมีระหว่างน้ำมันของตัวมันกับเชื้อโรค ทำให้น้ำมันมะพร้าวถูกดูดเข้าไปในตัวของไวรัสได้ง่ายกว่ายาชนิดอื่นๆ และละลายเกราะไขมันของไวรัสให้สลายตัว พร้อมปล่อยให้โมโนลอรินซึ่งเป็นโมโนกลีเซอร์ไรด์ของกรดลอริกของน้ำมันมะพร้าวเข้าไปทำลายเชื้อโรคได้ในที่สุด”

 นอกจากนี้ เขายังอ้างถึงงานวิจัยในต่างประเทศที่ศึกษาพบว่า น้ำมันมะพร้าวสามารถฆ่าไวรัสที่เป็นสาเหตุโรคไข้หวัดใหญ่ โรคหัด เริม งูสวัด ตับแข็ง เอดส์ ซาร์ส รวมทั้งเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน มานานแล้ว

Tags : สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ สมุนไพร หวัด2009 ไวรัส

advertisement

advertisement

advertisement