สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์ฯ สภาวิชาชีพน้องใหม่ในไทย เป็นตัวอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากผลักดันกันมานานร่วม 10 ปีสมาชิกแล้วกว่าหมื่นคน
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2552 ให้จัดตั้ง "สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์?และเทคโนโลยี พ.ศ.2551 ในการปฏิบัติหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพวิทยาศาสตร์ ควบคุมดูแลความประพฤติของนักวิทยาศาสตร์ เผยแพร่ความรู้และเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี และให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล
ทั้งนี้ พ.ร.บ.ส่งเสริมวิชาชีพฯ ไม่ครอบคลุมถึงผู้ประกอบวิชาชีพที่มี "สภาวิชาชีพ" ดูแลอยู่แล้ว เช่น แพทย์ สัตวแพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์และวิศวกร
นายนิรุจน์ อุทธา นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า เนื่องจากเป็นสภาวิชาชีพที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ช่วงแรกนี้จึงมุ่งรับฟังความคิดเห็นสมาชิกและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดกรอบการทำงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในกฎหมายส่งเสริมวิชาชีพฯ โดยเฉพาะรายละเอียดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ รูปแบบการทำงานที่เข้าข่ายว่าเสี่ยงต่ออันตราย หรือเสี่ยงก่ออันตราย คู่มือมาตรฐานและหลักเกณฑ์การฝึกอบรม
พ.ร.บ.ส่งเสริมวิชาชีพฯ บังคับให้นักวิทยาศาสตร์ 4 สาขาคือ สาขานิวเคลียร์ สาขาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านวิทยาศาสตร์ สาขาที่เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย และสาขาการเพาะเลี้ยง-ใช้จุลินทรีย์ก่อโรค ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพฯ ส่วนนักวิทย์ที่ไม่ใช่สมาชิกและปฏิบัติงานใน 4 สาขาดังกล่าว จะได้รับโทษตามกฎหมายกำหนด
“เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า การประกอบวิชาชีพด้านวิทย์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายโดยรวม จะมีสภาวิชาชีพทำหน้าที่ควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานากล”
อย่างไรก็ตาม ในหลายเรื่องยังขาดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของสภาวิชาชีพฯ จึงต้องสนับสนุนให้การศึกษาวิจัย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ จำนวนนักวิทยาศาสตร์ในสาขาที่ต้องควบคุมพิเศษ หรือประกอบอาชีพเสี่ยงก่ออันตราย อย่างนักรังสีนิวเคลียร์ นักวิจัยในแล็บเชื้อโรค แม้จะมีตัวเลขจากสำ
นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แต่ก็ยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องทำวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้อง
นอกจากการทำวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูลตามต้องการแล้ว ในเร็วๆนี้จะตั้งคณะอนุกรรมการ ประกอบด้วยผู้แทน ก.พ. สำนักงบประมาณ สถาบันการศึกษา และภาคส่วนต่างๆ พิจารณาผลักดันเรื่อง "ค่าตอบแทน" ให้นักวิทยาศาสตร์ในสาขาควบคุมพิเศษ ถือเป็นภารกิจที่สภาวิชาชีพฯต้องการผลักดัน
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสภานายกพิเศษ สภาวิชาชีพฯ กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯผลักดันให้เกิดสภาวิชาชีพฯ กระทั่งเป็นผลสำเร็จในปัจจุบัน เช่นเดียวกับวิชาชีพ เช่น แพทยสภาและสภาวิศวกร ซึ่งควบคุมดูแลและส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพในสาขาของตน
Tags : สภาวิชาชีพ • วิทยาศาสตร์ • นิรุจน์ อุทธา
