ธนาคารโลก จับ สวพ. มช.เซ็นสัญญาซื้อขายคาร์บอนเครดิต มีฟาร์สุกรทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ 36 ฟาร์ม ติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพลดปล่อยก๊าซโลกร้อน
รศ.ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน (สวพ.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เผยว่า สวพ. ร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) พัฒนาโครงการซีดีเอ็มขนาดเล็กสำหรับฟาร์มสุกรใน ประเทศไทย เพื่อนำกลไกการพัฒนาที่สะอาดมาใช้เพิ่มคุณค่าของพลังงานก๊าซชีวภาพ โดยมีการลงนามเซ็นสัญญาซื้อขายคาร์บอนเครดิตจาก สวพ. มช.ไปเมื่อเร็วๆนี้
การดำเนินงานโครงการฯ ในระยะแรกมีฟาร์มสุกรทั่วประเทศเข้าร่วมจำนวน 36 ฟาร์ม คิดเป็นสุกรประมาณ 600,000 ตัว ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมได้มากกว่าปีละ 240,000 ตัน ทำให้เกิดการไหลเข้าของเงิน ตราต่างประเทศจากการขายคาร์บอนเครดิตได้มากถึงปีละ 115 ล้านบาท และก่อให้เกิดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนถึงปีละ 30 ล้านหน่วย สามารถทดแทนการนำเข้าน้ำมันดีเซลได้ปีละกว่า 9 ล้านลิตร
รศ.ประเสิรฐ กล่าวว่า ฟาร์มสุกรที่เข้าร่วมโครงการฯจะติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพ และนำก๊าซชีวภาพ ที่ได้ไปใช้เป็นแหล่งพลังงานในรูปแบบต่างๆ ตามความต้องการของฟาร์ม ภายใต้แผนงานที่เรียกว่า “โปรแกรมเมติกซีดีเอ็ม” (Programmatic CDM หรือ Programme of Activity) เป็นการรวมกลุ่มของฟาร์มสุกรขนาดเล็กจำนวนหลายฟาร์มเพื่อลดก๊าซ เรือนกระจก
"โครงการดังกล่าว มีระยะเวลาในการดำเนินงานทั้งสิ้น 28 ปี และประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีการพัฒนาโครงการฯ ในรูปแบบ Programmatic CDM เป็นรายที่ 5 ของ โลก ต่อจากประเทศเม็กซิโก เวียดนาม จีน บังคลาเทศ ฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์ จากการขายคาร์บอนเครดิต"รศ.ประเสริฐกล่าว
ทั้งนี้ สวพ.จะรวบรวมคาร์บอนจากการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มสุกรที่เข้าร่วมโครงการ โดยธนาคารโลกจะรับซื้อคาร์บอนที่ลดลงได้ในปริมาณ 500,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในระยะเวลา 4 ปี ในวงเงิน 10 ยูโรต่อตันคาร์บอน
นอกจากฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ยังช่วยลดปัญหากลิ่นเหม็นและแมลงที่เป็นพาหะแพร่เชื้อโรคได้ รวมทั้งลดต้นทุนทางด้านพลังงาน โดยนำก๊าซชีวภาพมาใช้ประโยชน์เป็นพลังงานความร้อนหรือใช้ผลิตไฟฟ้าใช้ในฟาร์ม หากเหลือใช้ฟาร์มสามารถจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อีกด้วย
Tags : คาร์บอนเครดิต • มช. • ฟาร์ม • สุกร
