กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม : วิทยาศาสตร์

วันที่ 15 มิถุนายน 2552 18:38

บูชาว่านจักจั่นระวังเชื้อราเข้าทำลายปอด

ซากจักจั่นเคลือบแลกเกอร์ ไม่สามารถสกัดกั้นสปอร์เชื้อรา

ดร.สายัณห์ สมฤทธิ์ผล ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อรา ไบโอเทค

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

นักวิจัยไบโอเทคชี้ว่านจักจั่นที่ชาวบ้านบูชา ที่แท้เป็นซากจักจั่นที่ติดเชื้อราตาย บูชาระวังสปอร์เชื้อราปลิวเข้าสู่ปอดและทำลายอวัยวะภายในได้

ดร.สายัณห์ สมฤทธิ์ผล นักวิจัยห้องปฏิบัติการราวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) กล่าวว่า ว่านจักจั่นที่ชาวบ้านแถบภาคอีสานขุดพบและนำมาบูชาตามที่เป็นข่าว ที่จริงแล้วเป็นซากจักจั่นระยะตัวอ่อนที่กำลังไต่ขึ้นมาลอกคราบเป็นตัวเต็มวัยเหนือพื้นดิน แต่ติดเชื้อราแมลงที่มีทั่วไปในธรรมชาติตาย

โดยเชื้อราแทงเส้นใยเข้าไปเจริญในตัวจักจั่นดูดน้ำเลี้ยงเป็นอาหารจนมีโครงสร้างสืบพันธุ์มีลักษณะคล้ายเขาบริเวณหัว ไม่ใช่ว่านที่เป็นต้นไม้อย่างที่เข้าใจ

 “การที่ประชาชนเข้าใจผิดว่าซากจักจั่นติดเชื้อรา เป็นว่านจักจั่นที่เป็นต้นไม้ไม่ผิด แต่ควรใช้วิจารณญาณตามหลักวิทยาศาสตร์ประกอบ เพราะหากนำว่านจักจั่น (ตามที่ชาวบ้านเรียก) มาบูชาไว้ใกล้ตัว หรือวางไว้ในบ้านบริเวณที่มีความชื้นเหมาะแก่การเจริญเติบโต เชื้อราจะสร้างสปอร์และแพร่กระจายไปทั่ว จนเข้าสู่ปอดและเจริญเติบโตในร่างกายคนได้”

 การค้นพบเชื้อราที่เติบโตคล้ายเขาบนตัวจักจั่นวัยอ่อนนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือครั้งแรกในโลก เพราะเมื่อปี 2544 ทีมวิจัยจากไบโอเทค เคยพบมาก่อนแล้วที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยเป็นเชื้อราชนิดคอร์ไดเซพ นิปปอนนิกา ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเคยวิจัยพบมาก่อนแล้ว

เชื้อราชนิดคอร์ไดเซพ นิปปอนนิกา ดังกล่าวหลังทีมวิจัยนำมาสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพและทดสอบในห้องปฏิบัติการ พบอีกว่ามีสารสำคัญที่ชื่อว่า คอไดไพริโดเนส (Cordypyridones) ชนิดเอ บี ซี และดี ซึ่งมีฤทธิ์ต้านมาลาเรียได้ด้วย

 “นักวิจัยไทยเก่งวิจัยพบสารออกฤทธิ์สำคัญที่สามารถพัฒนาเป็นยาได้หลายตัว แต่มีจุดอ่อนที่มีความรู้ในการพัฒนาเป็นยาน้อย ทำให้ต้องร่วมมือกับบริษัทยาของต่างชาติ ซึ่งบางครั้งด้วยกฎหมายบ้านเราที่อ่อนแอก็มีบ้างที่ถูกเขาลักเอาโนฮาวน์ไปผลิตและจำหน่ายตัดหน้าอยู่บ่อยๆ”นักวิจัย ไบโอเทค กล่าว

 สำหรับเรื่องว่านจักจั่น ทีมวิจัยไบโอเทคมีแผนจะขอความร่วมมือจากนักกีฏวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านแมลงในโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (บีอาร์ที) ในด้านการจำแนกชนิดและสายพันธุ์ของจักจั่นในพื้นที่เป็นข่าว และศึกษาวงจรของชีวิตจักจั่นที่มีด้านสัมพันธ์วิทยากับเชื้อรา เพื่อทำนายการระบาดของเชื้อราแมลงในจักจั่นในอนาคต

 “การจะนำตัวอย่างสปอร์ของเชื้อราจากว่านจักจั่นมาพิสูจน์ว่าเป็นชนิดไหนทำไม่ยาก หากมีตัวอย่างเชื้อราที่แก่แล้ว เพราะไบโอเทคมีงานวิจัยที่เป็นตัวอย่างเชื้อรามากกว่า 40,000 สายพันธุ์พร้อมเทียบตัวอย่าง แต่หากไม่ตรงกับตัวอย่างไหนเลย ก็พร้อมจะลงมือศึกษาวิจัย ซึ่งคาดจะต้องใช้เวลา 4-5 ปีกว่าจะพิสูจน์ให้นานาชาติยอมรับว่าเป็นเชื้อราชนิดใหม่จริง”

 กรณีที่มีข่าวว่าชาวบ้านนำว่านจักจั่นไปต้มน้ำกินนั้น นักวิจัย กล่าวอีกว่า ไม่แนะนำให้กินแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมายังไม่มีรายงานวิจัยหรือหลักฐานทางวัฒธรรมที่เป็นตัวยืนยันว่าว่านจักจั่นหรือเชื้อราจากซากจักจั่นสามารถบริโภคได้

 “ที่ผ่านมามีรายงานวิจัยจากประเทศจีนและภูฎานเท่านั้น ที่มีผลงานวิจัยยืนยันว่าเชื้อราแมลงสามารถบริโภคได้โดยเป็นที่รู้จักในชื่อว่า ถั่งเฉ้า ซึ่งปัจจุบันไบโอเทคได้ส่งนักวิจัยไปศึกษาที่ประเทศภูฏานอีกด้วย”

 ทั้งนี้ นักวิจัย ยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า หากประชาชนคนไหนมีวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นเชื้อราก็สามารถส่งมาทดสอบที่ห้องปฏิบัติการของศูนย์ไบโอเทคได้ เพื่อพิสูจน์ตามหลักการตามวิทยาศาสตร์ก่อนที่จะปักใจเชื่อว่าเป็นอย่างที่เขาว่าหรือไม่กันแน่

Tags : เชื้อรา จักจั่น ปอด สปอร์ ไบโอเทค

Video

advertisement

advertisement