กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม : วิทยาศาสตร์

วันที่ 4 มิถุนายน 2552 06:00

ขมิ้นชันพันธุ์ตรัง2 สมุนไพรไทยพันธุ์ใหม่

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ขมิ้นชัน...เป็นพืชที่นำมาใช้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งเครื่องเทศ สมุนไพร เครื่องสำอางและอาหารสัตว์ ที่ตลาดต้องการสูงทั้งในและต่างประเทศ

 ขมิ้นชันมีสรรพคุณทางยาและเครื่องสำอาง ทำให้มีการขยายพื้นที่ปลูกขมิ้นชันเพื่อการค้าแพร่หลายมากขึ้น โดยมีพื้นที่ปลูก 5,000 - 6,000 ไร่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้ผลผลิต 10,000 - 12,000 ตัน ขณะที่ราคาก็อยู่ในเกณฑ์สูง โดยหัวสดซื้อขายที่ราคากิโลกรัมละ 10 - 50 บาท  หัวแห้ง(ทั้งหัว) 30 - 150 บาท/กิโลกรัม หัวหั่นเป็นแว่นแห้ง 60 - 150 บาท/กิโลกรัม และผงขมิ้นชันแห้ง 80-150 บาท/กิโลกรัม

 นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า  จากการที่นักวิจัยของศูนย์วิจัยพืชสวนตรังได้ศึกษาวิจัย พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ขมิ้นชันมาตั้งแต่ปี 2541 เพื่อให้ได้พันธุ์ขมิ้นชันที่เหมาะสมในการบริโภค ให้ผลผลิตสูง และมีสารสำคัญเคอร์คูมินอยด์(curcuminiod) ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด คือ 5 เปอร์เซ็นต์  ทั้งยังมุ่งให้มีน้ำมันหอมระเหย(volatile oil)ไม่ต่ำกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ด้วย

เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกรสามารถนำไปปลูกเป็นการค้าป้อนให้ตลาด ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและสร้างรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวได้

ขณะนี้การปรับปรุงพันธุ์ขมิ้นชันพันธุ์ใหม่ได้เสร็จสมบูร์แล้ว ซึ่งคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร ได้พิจารณาเห็นชอบให้เป็นพันธุ์แนะนำชื่อ “ขมิ้นชันพันธุ์ตรัง2” โดยขมิ้นชันพันธุ์นี้มีความสูงของต้นประมาณ 0.8-1.1 เมตร หลังปลูก 9 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่ายได้ ให้ผลผลิตหัวสดในภาคใต้ประมาณ 2.59 ตัน/ไร่

นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นที่มีสารสำคัญเคอร์คูมินอยด์เฉลี่ย 11.04 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานยาสมุนไพรไทย 120.80 เปอร์เซ็นต์ มีน้ำมันหอมระเหยเฉลี่ย 7.78 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่ามาตรฐานยาสมุนไพรไทย 29.67 เปอร์เซ็นต์ เนื้อในหัวมีสีส้มแกมแดง หรือ Orange group 28 B โดยใช้แผ่นเทียบสีของ The Royal Horticulture Society(RHS)

ขมิ้นชันพันธุ์ตรัง2 นี้ สามารถปลูกได้ในเขตภาคใต้และปลูกได้ทั่วไปในพื้นที่ที่มีดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีการระบายน้ำดี อุณหภูมิเฉลี่ย 27-33 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 70-80 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,500-2,000 มิลลิลิตร/ปี

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรไม่ควรใช้ส่วนขยายพันธุ์(หัวและแง่ง)ที่มาจากแหล่งที่เป็นโรคเหี่ยวและโรคโคนเน่า เพราะจะทำให้ขมิ้นชันที่ปลูกอยู่เดิมติดโรคโคนเน่าหรือโรคเหี่ยวได้ง่าย และเกิดการสะสมโรคในแหล่งปลูกด้วย

ปัจจุบันศูนย์วิจัยพืชสวนตรังได้เร่งเพาะขยายพันธุ์ขมิ้นชันตรัง 2 เพื่อเพิ่มปริมาณมากขึ้น ขณะเดียวกันยังได้ส่งหัวและแง่งขมิ้นชันตรัง2 ให้กับสถาบันวิจัยพืชสวนและศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ เพื่อขยายพันธุ์โดยใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณต้นพันธุ์ได้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมรองรับความต้องการเกษตรกรที่จะนำขมิ้นชันพันธุ์นี้ไปปลูกเชิงการค้าในอนาคต

สนใจ “ขมิ้นชันพันธุ์ตรัง2” สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “บูทมหัศจรรย์พันธุ์พืช” ภายในงาน “มหัศจรรย์เทคโนโลยี 36 ปีกรมวิชาการเกษตร” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2552 นี้ ที่อาคาร 5 และ 6 ศูนย์แสดงนิทรรศการอิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้ที่เข้าร่วมชมงานยังจะได้รู้จักพันธุ์พืชใหม่ๆ ที่เป็นผลงานการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์โดยกรมวิชาการ ทั้งพืชสวน พืชไร่ และยางพาราด้วย

Tags : กรมวิชาการเกษตร ขมิ้นชัน พืช สมุนไพร

advertisement

advertisement