นักวิจัยมทส.ลุ้นนำเข้าเซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อนมนุษย์จากอังกฤษ ศึกษาวิธีกระตุ้นให้เติบโตเป็นเซลล์ตับ เซลล์ประสาท และเซลล์ต้านเบาหวาน
ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย หัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีตัวอ่อนและเซลล์ต้นกำเนิด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มสท.) เผยในระหว่างการประชุมวิชาการนานาชาติ “การปลูกสร้างเซลล์ใหม่ทางการแพทย์” ครั้งที่ 4 ว่า ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีตัวอ่อนและเซลล์ต้นกำเนิดมีแผนที่จะนำเข้าสเต็มเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์จากอังกฤษเพื่อศึกษาวิจัยการเจริญเติบโตของเซลล์ต้นกำเนิดนี้ สู่การเป็นเซลล์ตับ เซลล์ประสาท และเบต้าเซลล์
“เรายื่นขอใช้เซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อนมนุษย์หรือ Embryonic Stem Cell ไปยังธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดสหราชอาณาจักร (UK Stem Cell Bank) ซึ่งจะพิจารณาโครงการวิจัยที่ยื่นขอใช้ และหากอนุมัติก็สามารถนำมาใช้ได้ฟรี แต่ต้องเสียค่าขนส่งเอง” ดร.รังสรรค์กล่าว
สำหรับโครงการวิจัยที่ยื่นขอ หัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีตัวอ่อนและเซลล์ต้นกำเนิด มทส. ชี้ว่า จะมุ่งศึกษาว่าเซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อนนี้จะเจริญเติบโตไปเป็นเซลล์ประสาท เซลล์ตับ หรือเบต้าเซลล์ที่สามารถผลิตอินซูลินได้ โดยจะต้องนำมากระตุ้นก่อนที่จะติดตามผล ซึ่งหากสำเร็จก็จะส่งผลดีในทางการแพทย์
ปัจจุบัน นักวิจัยชี้ว่า โครงการอยู่ระหว่างการรอพิจารณา โดยจะทราบผลในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งหากได้รับอนุมัติก็จะต้องใช้งบประมาณในการขนส่งราว 5 หมื่นบาท และเมื่อมาถึงไทย ก็พร้อมที่จะทำวิจัยได้เลย เนื่องจากมทส.ได้สร้างห้องปฏิบัติการวิจัยสเต็มเซลล์มนุษย์ที่มีอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมแล้ว
“ทั้งนี้ การขออนุญาตการวิจัยตัวอ่อนมนุษย์นั้น ไม่ติดปัญหาจริยธรรมของไทย เนื่องจากเป็นตัวอ่อนมนุษย์ที่มีการพัฒนามาก่อนและไม่มีกฎหมายห้าม ที่สำคัญ การยื่นของอนุมัตินำเซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อนมาวิจัยได้เซ็นสัญญารับรองว่า เป็นการวิจัยภายในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ห้ามเผยแพร่สู่สาธารณะ และห้ามทดลองในมนุษย์เด็ดขาด” ดร.รังสรรค์กล่าว
ด้านศ.ดร.อานนท์ บุญยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ชี้ว่า เซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อนมนุษย์ ที่นักวิจัยหลายคนอยากจะนำมาทดสอบวิจัยนั้น เนื่องมาจากเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถเจริญเติบโตไปเป็นเซลล์อะไรก็ได้
“เซลล์ตัวอ่อนมีอายุ 5 วันหลังปฏิสนธิ และจะเติบโตเป็นอวัยวะต่าง ๆ จนกลายเป็นร่างกายมนุษย์ในที่สุด ทำให้เซลล์ต้นกำเนิดมีความน่าสนใจในแง่ของการศึกษาวิจัย แต่ความปลอดภัยยังเป็นที่กังขา หากเทียบกับเซลล์ต้นกำเนิดร่างกายมนุษย์ (Adult Stem Cell)” เลขาธิการ วช.กล่าว
ศ.ดร.อานนท์อธิบายว่า ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถเติบโตเป็นเซลล์อะไรก็ได้ โดยที่นักวิจัยไม่สามารถรู้ได้ว่า เซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อนมนุษย์นั้นจะไปเป็นเซลล์อะไร ทำให้อาจจะเกิดการปลูกถ่ายที่ผิดพลาด เช่น ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดลงไปในตับ แต่เซลล์กลับโตไปเป็นเซลล์สมอง หรือที่แย่กว่านั้น เซลล์ต้นกำเนิด อาจจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยการวิจัยและพัฒนายังมุ่งเน้นวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดจากร่างกาย และจากสัตว์ แต่หากนักวิจัยต้องการศึกษาสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนมนุษย์ก็ไม่มีกฎหมายใดห้าม สามารถนำเข้าจากต่างประเทศได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ตัวอ่อนที่พัฒนามาตั้งแต่ปี 2544
นักวิจัยไทยสามารถนำมาวิจัยและพัฒนาได้ แต่ห้ามออกไปเผยแพร่ หรือทำการรักษาในผู้ป่วยจริงๆ เพราะผิดหลักจริยธรรม สำหรับ วช.ไม่ได้สนับสนุน การวิจัยและพัฒนาตัวอ่อนมนุษย์จากต่างชาติขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนักวิจัยแต่ละคน
การประชุมวิชาการนานาชาติครั้งที่ 4 เรื่อง "การปลูกสร้างเซลล์ใหม่ทางการแพทย์" (The 4th World Congress on Regenerative Medicine) ระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคมนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สถาบันนานาชาติด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ/สเต็มเซลล์ ประเทศเยอรมนี (International Foundation on Regenerative Medicine gGmbH)
Tags : สเต็มเซลล์ • ตัวอ่อน • คน • วิจัย • จริยธรรม
