กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม : Review

วันที่ 26 มิถุนายน 2555 11:16

ปัญหาจอดำ..ปัญหาลิขสิทธิ์

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ฟุตบอลยูโร 2012 ดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายของการแข่งขันแล้ว ทว่ากรณี "จอดำ" ยังดูไม่มีทางลงแน่ชัด แม้ฝั่ง "ธุรกิจ" ได้สิ้นสุดลงแล้ว

โดยทาง "ยูฟ่า" เจ้าของลิขสิทธิ์ ประกาศ "ไม่อนุญาต" ให้ออกอากาศฟุตบอลยูโรทางฟรีทีวีแก่แพลตฟอร์มอื่นๆ ได้แก่ ทรูวิชั่นส์ พีเอสไอ และกลุ่มบิ๊กโฟร์ ขณะที่ฝั่ง "ผู้บริโภค" ยังอยู่ในระหว่างฟ้องร้องต่อศาลปกครองและศาลแพ่งต่อฟรีทีวี 3, 5, 9 ทรูวิชั่นส์ และจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)
 
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องถือเป็นกรณีศึกษาที่ควบรวมหลายมิติไว้ในเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมิติทางสังคม กฎหมาย เทคนิค รวมถึงธุรกิจ เพื่อสร้างกฎกติกาป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นโอกาสอันดีในการสร้างความรู้ความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมโทรทัศน์แก่ประชาชนและสังคม
 
รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม คณบดีคณะนิติศาสตร์ และประธานสถาบันวิชาการนโยบายสาธารณะกับธุรกิจ และการกำกับดูแล มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อธิบายว่า "ลิขสิทธิ์" ถือเป็นอีกหนึ่งต้นตอของปัญหาจอดำที่เกิดขึ้น เนื่องจากสิทธิที่จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ได้นั้น แม้จะจัดอยู่ในประเภท All Rights หรือครอบคลุมทุกสื่อ แต่ขณะเดียวกันไม่ครอบคลุมถึงการ Re-Broadcast หรือการทวนสัญญาณของแพลตฟอร์มอื่นๆ อันถือเป็นการ "ทำซ้ำ" ดังนั้นการจะไปรีบรอดแคสต์ในแพลตฟอร์มใดๆ ก็ตาม ต้องได้รับการอนุญาตจาก "ยูฟ่า" ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เสียก่อน
 
อีกนัยหนึ่ง "ยูฟ่า" เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีสถานะประเทศคู่ค้ากับเอกชนไทย ได้รับการคุ้มครองสิทธิทั้งจากกฎหมาย "ลิขสิทธิ์" ไทยและกฎหมายต่างประเทศ โดยไทยลงนามเป็นหนึ่งในภาคีสมาชิกสนธิสัญญาระหว่างประเทศ 2 ฉบับ ได้แก่ Berne Convention และ TRIPS Agreement ไม่นับรวมความร่วมมือทางการค้าอื่นๆ เช่น WTO ดังนั้นประชาชนจึงต้องเคารพสิทธิการตัดสินใจ เพราะการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาต่างๆ ถือเป็นคอนเทนท์ชนิดหนึ่งที่มีต้นทุนสูง ประชาชนและสังคมพึงเข้าใจถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกประกอบกัน ซึ่งครอบคลุมเพียงระบบการส่งแบบอนาล็อกเท่านั้น
 
"หากรัฐบาลไทย ออกคำสั่งทางปกครองหรือบังคับให้มีการถ่ายทอดฟุตบอลยูโร 2012 ในทุกแพลตฟอร์ม ก็เท่ากับว่าเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่เคารพทรัพย์สินทางปัญญา และจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ทางการค้าในระดับโลก ขณะเดียวกันปัญหาที่เกิดขึ้นภาครัฐ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนและสังคม ปลูกฝังถึงการเคารพสิทธิทางปัญญา" รศ.สุธรรม กล่าว
 
ในอดีตประเทศไทยเกิดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างต่อเนื่องและนับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ "คอนเทนท์" ซึ่งถือเป็นหัวใจของธุรกิจสื่อ และนำมาซึ่ง "ความเคยชิน" ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จนเมื่อปลายปีที่ผ่านมาของ "พีดับบลิวซี" (PWC) บริษัทตรวจสอบบัญชียักษ์ใหญ่ของโลก รายงานความเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์คอนเทนท์สูงถึง 2,800 ล้านบาท สูงเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย ขณะที่สมาคมผู้ประกอบการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกและโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแห่งภูมิภาคเอเชีย (CASBAA) ประเมินมาตรการการแก้ปัญหาดังกล่าวขององค์กรกำกับดูแลอยู่ในระดับ "ต่ำ"

เสนอ Must Carry คู่ RC
 
ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด กล่าวว่า แนวทางของ กสทช. ที่จะมีการนำ "กฎของช่องที่ต้องมี" หรือ Must Carry Rule เข้ามาใช้นั้น ต้องการให้พิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากบริบทของอุตสาหกรรมและวิถีปฏิบัติระหว่างต่างประเทศและไทยมีความแตกต่างกัน ที่ผ่านมาเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมไทย อยากได้ฟรีทีวีช่องใดก็นำสัญญาณไปรีบรอดแคสต์ในแพลตฟอร์มของตนเอง แต่ขณะที่กฎ Must Carry กสทช. เป็นผู้เลือก คำถามคือ มีเกณฑ์อย่างไรในการคัดเลือกช่องที่จะต้อง Must Carry

ดังนั้น เพื่อเป็นการถ่วงสมดุลอำนาจทั้งองค์กรกำกับดูแล ผู้ประกอบการและประชาชน น่าจะมีการนำหลัก RC : Retransmission Consent หรือการหาข้อตกลงร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาระดมความเห็นถึงช่องที่ต้อง Must Carry ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบในการออกอากาศจากเจ้าของคอนเทนท์ด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องกำหนด "ประเภทคอนเทนท์" ในการเข้าถึงของผู้บริโภคว่าประเภทใดห้ามผูกขาด
 
"เหตุการณ์จอดำ ไม่เพียงเกิดขึ้นกับฟุตบอลยูโรเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นการถ่ายทอดสดกีฬาหลายประเภท เช่น ศึกกำปั้นชิงแชมป์โลกระหว่างปาเกียวและแบรดลีย์ ดังนั้นการแก้ไขต้องให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน  ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจดูเจ็บปวด แต่ทุกฝ่ายต้องทำความเข้าใจร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีกในอนาคต หากเราละเมิดลิขสิทธิ์ไม่เข้ารหัสสัญญาณ ดูได้ทุกแพลตฟอร์ม สุดท้ายแล้วผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อาจปิดสวิตช์ คนไทยทั้งประเทศไม่สามารถดูได้เลยก็ได้" ธนา กล่าว

เอกชัย ภัคดุรงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนธุรกิจสัมพันธ์และบริการ บริษัท ไทยคม จำกัด บอกว่า การออกแนวทางกำกับดูแลของ กสทช. ควรคำนึงถึงปัจจัยหลายด้าน ทั้งด้านผู้ประกอบการที่เป็นผู้แบกรับภาระ บริบทของสังคม การปรับตัวของผู้บริโภค ภูมิทัศน์สื่อ กฎกติกาที่จะบังคับใช้ควรยืดหยุ่นต่อทุกภาคส่วน ไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการหลายรายคงไม่มีใครกล้าลงทุน และผู้เสียโอกาสคือผู้บริโภค

-----------------------------------

"สังคมไทยไม่เรียนรู้" ต้นตอปัญหา
 
เขมทัตต์ พลเดช รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ถ้าพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงต้นตอปัญหาที่เกิดขึ้น ประกอบด้วย 4 ปัจจัย ได้แก่ 1. การไม่เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมบรอดแคสต์ของสังคมไทย 2.การไม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี 3.กฎหมายระหว่างประเทศ และ 4.กฎระเบียบและการทำงานของ กสทช. ที่ควรผสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) องค์การอาหารและยา (อย.) ในการร่วมกำหนดนิยามและความร่วมมือต่างๆ
 
พร้อมกันนี้ควรกำหนดให้ผู้เล่นรายใหม่ ที่จะก้าวสู่อุตสาหกรรมบรอดแคสติ้งทดสอบความรู้ความเข้าใจเสียก่อน เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาตามมาดังที่เกิดขึ้น ซึ่งสุดท้ายคนไทยมีแต่เสียกับเสีย ทว่าผู้ได้รับประโยชน์กลับเป็นต่างชาติ ขณะเดียวกัน กสทช. ควรดึงต้นน้ำของอุตสาหกรรมบรอดแคสติ้ง อันได้แก่ "มีเดียเอเยนซี" เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในอนุกรรมการด้วย 
 
ในต่างประเทศ แม้จะกำหนดให้การเข้าถึงข่าวสารข้อมูลเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว การรับชมโทรทัศน์จะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ให้บริการ เพราะต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ ผู้บริโภคต้องการมากกว่าการรับชมข่าวสาร รวมถึงความบันเทิง นวัตกรรมการรับชมใหม่ๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนถือเป็นค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค เช่นเดียวกับค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต จึงก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของผู้ให้บริการที่มีลักษณะเป็น Triple play ครอบคลุมทั้งโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต ซึ่งในไทยกำลังก้าวสู่ยุค Convergence นำโดยกลุ่มทรู และกลุ่ม CTH มุ่งสู่โมเดลธุรกิจแบบ Triple play เช่นกัน
 
จากการสำรวจพฤติกรรมการรับชมฟุตบอลยูโรในต่างประเทศ พบว่า ผู้ได้รับสิทธิถ่ายทอดสดส่วนใหญ่ เป็นผู้ที่มีแพลตฟอร์มเป็นของตนเองที่มีลูกค้าอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น ESPN ของสหรัฐอเมริกา BBC และ iTV ของอังกฤษ CCTV ของจีน Al Jazeera ของตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ Star Hub ของสิงคโปร์ เป็นต้น
 
มีข้อน่าสังเกตประการหนึ่ง คือ หากต้องการรับชมฟุตบอลยูโร 2012 ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ต้อง "เสียค่าใช้จ่าย" ตามที่ผู้ได้รับลิขสิทธิ์กำหนดไว้ เช่น Star Hub ของสิงคโปร์ มีค่าใช้จ่าย 69.55 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประกอบด้วย 4 ช่อง ทั้งแบบเอชดีและเอสดี แต่หากต้องการรับชมผ่านฟรีทีวีธรรมดา ก็จะต้องปรับหาคลื่นโดยใช้เสาอากาศในระบบอนาล็อกเอง ที่ย่านความถี่ VHF 76.25MHz  เช่นเดียวกับ Al Jazeera ที่บรรจุการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรไว้ในช่อง Al Jazeera sport ต้องเสียค่าใช้จ่าย

Tags : ฟุตบอลยูโร 2012

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement