พิกซ์มา เอ็มเอ็กซ์ 876 พรินเตอร์มัลติฟังก์ชันของเจ้าตลาดแคนนอน ที่ไม่ได้มาแค่ราคาที่ไม่ระคายกระเป๋า แต่อัดด้วยออปชันทางเลือกคนชอบ คุ้ม
หากถามว่าจะหาพรินเตอร์สักตัวมาไว้ใช้ที่บ้านหรือที่สำนักงาน ควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ยุคนี้ที่อะไรก็ต้องคุ้มค่าไปเสียหมด เครื่องพิมพ์แบบมัลติฟังก์ชัน หรือออล-อิน-วัน ดูจะเป็นคำตอบแรกๆ และคำตอบที่ชัดเจนมากที่สุดคำตอบหนึ่ง
เวลานี้หลายๆ ค่ายพยายามเปิดตัวสินค้าออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกส่วนแบ่งตลาดครึ่งปีหลัง แคนนอนก็เช่นกัน สัปดาห์นี้จึงเป็นคิวทดสอบของ “พิกซ์มา เอ็มเอ็กซ์ 876” พรินเตอร์มัลติฟังก์ชันรุ่นล่าของเจ้าตลาดแคนนอน ที่ไม่ได้มาแค่ราคาที่ไม่ระคายกระเป๋าจนเกินไป แต่อัดด้วยออปชันที่เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับคนชอบคำว่า “คุ้ม”
ตัวใหญ่ ออปชั่นเยอะ
ด้านรูปลักษณ์ภายนอกด้วยความหลากหลายในการใช้งาน ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่กว่าพรินเตอร์ทั่วๆ ไป วัสดุที่ใช้เป็นพลาสติก มีขนาดและน้ำหนักที่มากเอาการ บริเวณส่วนบนจะเป็นพื้นที่สำหรับสแกนเนอร์ และเครื่องถ่ายเอกสาร รองรับกระดาษขนาดสูงสุดที่เอ 4
ถัดลงมาจะเป็นแผงปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ ที่แบ่งแยกประเภทอย่างชัดเจน ทำให้มือใหม่หัดใช้งานไม่ยากนัก ประกอบไปด้วย ปุ่มเปิด ปิดเครื่อง ปุ่มเปลี่ยนโหมดการใช้งาน หน้าจอสีทีเอฟที ขนาด 2.5 นิ้ว ปุ่มลูกศรสั่งงานต่างๆ เพื่อเพิ่มลดจำนวน เข้าเมนู ย้อนกลับ ตกลง ปุ่มตัวเลขสำหรับใช้ทำงานในโหมดโทรสาร สุดท้ายจะเป็นปุ่มคำสั่งสำหรับถ่ายเอกสาร ทั้งสีและขาวดำ ในการเริ่ม หยุดและยกเลิก
มุมล่างขวาของตัวเครื่องจะมีช่องต่อการ์ดชนิดต่างๆ ทำให้พริ้นท์รูปจากเมโมรี่การ์ดได้โดยตรง รองรับการ์ดความจำทั้งแบบยูเอสบี เอสดี เอสดีเอชซี ฯลฯ ส่วนด้านหลังจะมีช่องเสียบสายยูเอสบีเพื่อต่อพ่วงกับเครื่องพีซี ช่องเสียบสายแลน ช่องเสียบสายโทรศัพท์และช่องเสียบปลั๊กไฟ
บริเวณของถาดใส่กระดาษมีทั้งที่ใส่ด้านหน้าซึ่งจำกัดขนาดที่เอ 4 หากต้องการใส่กระดาษชนิดพิเศษหรือกระดาษที่มีขนาดใหญ่มากกว่า ก็สามารถใช้ที่ใส่กระดาษบริเวณด้านหลังเครื่องได้
ออล-อิน-วัน
ด้วยความเป็นอิงค์เจ็ท ออล-อิน-วัน ความสามารถของเครื่องจึงทำได้ทั้งการพิมพ์ สแกน ถ่ายเอกสาร แฟ็กซ์ และพิมพ์ภาพโดยตรงจากการ์ดชนิดต่างๆ และยังออกแบบมาให้ใช้ได้กับยูสเซอร์ทั้งประเภททั่วไป และยูสเซอร์ธุรกิจ
ด้านเทคโนโลยีที่นำเสนอก็มีระบบหมึกแยกสี 5 สี ที่ทำให้ต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นถูก เทคโนโลยี “ChromaLife100+” ที่สามารถยืดอายุภาพถ่ายได้ถึง 300 ปี และระบบไฮบริด ซิสเต็มส์ทำให้คุณภาพตัวอักษรที่พิมพ์ลงบนภาพถ่ายคมชัดเสมือนการพิมพ์จากเครื่องเลเซอร์
เมื่อลองสั่งพิมพ์พบว่า เอกสารขนาดเอ 4 ขาวดำ ใช้เวลาพิมพ์ประมาณ 7 วินาที ต่อ 1 แผ่น เอกสารสีใช้เวลาประมาณ 10 วินาที ต่อ 1 แผ่น ความละเอียดทำได้สูงถึง 9600 x 2400 ดีพีไอ การพิมพ์ภาพถ่ายไร้ขอบที่ขนาด 4 x 6 นิ้ว ใช้ความเร็ว 39 วินาที
ทั้งนี้ความสามารถในการพิมพ์ภาพจากหน่วยความจำชนิดพกพาต่างๆ ยังมีข้อจำกัดคือ การเลือกรูปยังต้องค่อยๆ กดเลื่อนไปทีละรูป และเมื่อต้องการใช้ปรับแต่งรูป สามารถทำได้เล็กๆ น้อยๆ อย่างปรับแสง ครอปรูปภาพ เลือกคุณภาพการพิมพ์ ซึ่งยังยุ่งยากมากกว่าการทำจากเครื่องพีซี และบางครั้งสีที่ออกมาก็ไม่ตรงกับสีจริงตามภาพถ่าย
ไร้สายแรงไม่ตก
เครื่องรุ่นนี้ยังมีความโดดเด่นที่สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบไวร์เลส บลูทูธ หรือแม้กระทั่งความสะดวกสบายกับการใช้งานอื่นๆ ทั้งถาดเปิดอัตโนมัติ การฟีดกระดาษสองทิศทาง การพิมพ์เอกสารและถ่ายเอกสารสองหน้าอัตโนมัติบนกระดาษแผ่นเดียวกัน ความรวดเร็วในการเปิดปิดเครื่องที่ใช้เวลาเพียงหน่วยวินาที และออปชั่นการพิมพ์แบบต่างๆ ที่ช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้น
นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม “Auto Photo Fix” ช่วยให้ภาพถ่ายได้รับการปรับปรุงให้ดูดีโดยอัตโนมัติก่อนการพิมพ์ ปลั๊กอินที่เป็นซอฟต์แวร์เสริม “Easy WebPrint EX” ช่วยให้การพิมพ์เว็บเพจสะดวกยิ่งขึ้นเช่นเดี่ยวกับที่ปรากฏบนจอภาพ และอีกมากมาย
อย่างไรก็ตามโดยรวมคงต้องให้พรินเตอร์รุ่นนี้ผ่านไว้ก่อน ไม่นับรวมดีไซน์และขนาดที่ใหญ่ ทั้งราคาตลับหมึกที่คนใช้ต้องรับผิดชอบหลังจากนี้ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคคิดมากขึ้น และต้องยอมรับว่าอิงค์แทงค์ที่นิยมใช้กันตอบโจทย์ได้มากกว่า
หากเน้นการเป็นพรินเตอร์ฟังก์ชันหลากหลาย เมื่อมองด้านคุณภาพและความสามารถ ราคาที่แคนนอนเสนอมาด้วยตัวเลข 9,540 บาท ถือว่าไม่สูงจนเกินไปและไม่ทำให้ระคายเคืองกระเป๋ามากนัก ตัดสินใจอย่างไร ลองชั่งน้ำหนักดู...
Tags : พิกซ์มา เอ็มเอ็กซ์ 876 • แคนนอน

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น