อีลีทบุ๊ค โน้ตบุ๊คระดับหัวกะทิ ที่ผ่านการคัดสรรเครื่องปรุงชั้นยอด สำหรับยูสเซอร์ที่ต้องการเครื่องคุณสมบัติขั้นเทพ
นอกจากจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มโน้ตบุ๊คลุคดี ดีไซน์บางเบาแล้วอย่างที่กำลังอินเทรนด์กันแล้ว น้ำหนักที่ติดมากับตัวเครื่องมากกว่า 2 กิโลกรัมคงไม่โดนใจวัยรุ่น วัยไม่ไหวจะแบก (น้ำหนัก) สักเท่าไร
แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นว่าด้วยระดับ "อีลีท" แล้วคงไม่ให้เสียชื่อ เพราะแม้จะไม่เข้าตาคอโน้ตบุ๊ครุ่นเล็ก ก็น่าจะถูกใจรุ่นใหญ่ โดยเฉพาะนักธุรกิจ หรือผู้บริหาร-พนักงานที่ต้องการความคล่องตัวในการทำงาน ซึ่ง "อีลีทบุ๊ค 8440พี" ค่อนข้างฉีกกฎโน้ตบุ๊คคนทำงานได้ค่อนข้างมาก เพราะหลายคนอาจคุ้นเคยกับตัวเครื่องสีดำ หรือสีเงินทรงเหลี่ยมๆ เน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก และการทำงานขั้นสูง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คนทำงานก็อาจต้องการสีสันกันบ้างก็ได้
หลังทดลองตีโจทย์ในข้อนี้ ผลก็คือ เอชพีได้นำอะลูมิเนียม มาใช้เป็นองค์กรประกอบหลักของตัวเครื่องของอีลีทบุ๊ค 8440พี ซึ่งแน่นอนว่าความทนทานเป็นเลิศ เหมาะกับสภาพการทำงานที่สมบุกสมบัน แต่ข้อเสียของ "อะลูมิเนียม" ก็คือ ผู้ใช้อาจกลายเป็นผู้มีไฟในตัวได้ทันที หากไม่ระมัดระวังเมื่อใช้งานไปด้วยในขณะที่กำลังชาร์จไฟเครื่อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกถึงใจกลางเครื่อง ก็น่าจะยกให้เป็นโน้ตบุ๊คขั้นเทพกันพอได้ ด้วยสเปคที่หลายคนใฝ่ฝันไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลด้วย "อินเทล คอร์ ไอ7" รุ่น เอ็ม 620 ความเร็ว 2.67 กิกะเฮิรตซ์ แรม 2 กิกะไบต์ ฮาร์ดดิสก์ 250 กิกะไบต์ ความเร็วหมุนรอบ 7200 รอบต่อนาที บนระบบปฏิบัติการแบบ 32 บิต สอดรับกับการทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 7 ซึ่งข้อดีก็คือ ทั้งซีพียู และโอเอสรุ่นใหม่ ช่วยให้เครื่องประหยัดพลังงานได้มากขึ้น เนื่องจากความสามารถในการจัดการทรัพยากรเครื่อง และการประมวลผลทำได้ดียิ่งขึ้น และประหยัดการใช้พลังงานได้มาก
นอกจากนี้ แบตเตอรี่ลิเธียม ไอออน ขนาด 6 เซลล์ สามารถใช้งานมัลติมีเดีย และการท่องเว็บได้สบายๆ เกือบ 2 ชั่วโมงเต็ม และหากใช้เฉพาะงานเอกสารก็สามารถอยู่ได้นานเกือบ 5 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว พร้อมกันนี้ก็ยังไม่ลืมใส่ระบบเซ็นเซอร์ "ฟิงเกอร์พรินท์" เพิ่มความปลอดภัยให้กับการใช้งานเครื่อง
ส่วนลูกเล่นด้านนอก ก็ยังคงจัดมาตอกย้ำความเป็นโน้ตบุ๊คองค์กรของ "อีลีทบุ๊ค 8440พี" อย่างชัดเจน โดยตัดฟังก์ชั่นที่น่าจะไม่สำคัญสำหรับการทำงานออกไป เช่น กล้องเวบแคม (โดยใส่เป็นออปชั่นให้เลือกแทน) แต่ชดเชยมาด้วย "ไฟ" ส่องแป้นพิมพ์ ซึ่งเชื่อคงน่าจะถูกใจคนที่ชอบหอบงานกลับไปทำด้วยในเวลาค่ำคืน โดยสามารถทำงานได้ในที่มืด โดยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟห้อง หรือโต๊ะทำงานให้รบกวนคนรอบข้าง
แต่ที่ดูจะตื่นตาตื่ใจเป็นพิเศษก็คือ ความสามารถในการเปิดฝาพับจอได้กว้างถึง 180 องศา รองรับทุกลีลาการทำงาน และไม่สะทกสะท้านต่อแรงลมใดๆ ซึ่งโน้ตบุ๊คโดยทั่วไปมักเจอปัญหาฝาพับสั่นไหวไปตามแรงลม หรือแรงสั่นสะเทือนเวลานิ้วมือสัมผัสแป้นพิมพ์
นอกจากนี้ เอชพี ยังได้ปรับดีไซน์บนตัวแป้นพิมพ์ให้นุ่มขึ้น รวมทั้งทัชแพดที่เพิ่มปุ่มกดซ้ายขวาแยกให้ต่างหากอีกคู่ เพื่อความสะดวกในการทำงาน และยังรองรับการทำงานที่ค่อนข้างสมบุกสมบัน รวมทั้งความสามารถในการกันน้ำ หรือของเหลวหกรดแป้นพิมพ์ เนื่องจากระบบป้องกันแผงวงจรและตัวเครื่องด้านในที่แน่นหนายิ่งขึ้น ...แต่น่าเสียดายที่ผู้เขียนยังใจไม่กล้าพอลองทดสอบประสิทธิภาพความแข็งแกร่งด้วยการจับทุ่มลงพื้น หรือกระโดดเหยียบอย่างที่โน้ตบุ๊คหลายๆยี่ห้อทำโชว์ให้สื่อเห็นเป็นตัวอย่าง
ทั้งนี้ เพราะดูจากราคา "59,900 บาท (ไม่รวมภาษี)" แม้ใครจะไม่แคร์สื่อ แต่สื่อคงต้อง "แคร์" ตัวเองบ้าง ^^
Tags : เอชพี • อีลีทบุ๊ค 8440พี


