กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 3 มกราคม 2557 10:56

วัดกำลังซื้อ 'ห้างไอที' ปี 57

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

สำรวจความพร้อมไอที มอลล์ ยุคออนไลน์ ดัชนีสะท้อนกำลังซื้อตลาดไอทีปี 2557

ไอที มอลล์ หรือศูนย์รวมจำหน่ายสินค้าไอทีที่เป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญของการสร้างยอดขายให้แก่อุตสาหกรรมไอที ซึ่งแม้ปัจจุบันสภาพแวดล้อมจะเริ่มเปลี่ยนแปลง ผู้บริโภคเริ่มมีทางเลือกซื้อสินค้าโดยไม่ต้องเดินไปเลือกตามร้านให้เมื่อยขา เช่น การชอปปิงผ่านออนไลน์ ซื้อจากร้านสาขาย่อยใกล้บ้าน ตลอดจนการรอโปรโมชั่นดีๆ จากงานเทรดโชว์ที่มีตลอดปี

แต่ทว่าศูนย์การค้าหรือห้างไอทีมอลล์แบบเดิมก็ยังมีจุดขายที่รวบรวมสารพัดร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายไอทีที่เกี่ยวข้องให้เดินเลือกเทียบและต่อราคา และที่สำคัญคือศูนย์บริการหลังการขายที่ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้งานผลิตภัณฑ์ไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำให้ความคึกคักของห้างไอทีอาจเป็นอีกหนึ่งดัชนีสะท้อนอนาคตของอุตสาหกรรมไอทีได้ดี

"ฟอร์จูน" ลุ้นเศรษฐกิจดึงยอดซื้อ

นายชัยวัฒน์ เอมวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ซี.พี. พลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าไอที มอลล์ ฟอร์จูน กล่าวว่า แนวโน้มการซื้อขายในตลาดไอทีปีนี้ยังต้องจับตาภาพรวมของเศรษฐกิจเป็นหลัก เพราะปีที่ผ่านมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายในตลาดไอทีตั้งแต่ครึ่งปีแรก ซึ่งจะเห็นชัดเจนว่าแม้จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดแต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อเนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี

ขณะที่สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นปัจจัยรอง ซึ่งส่งผลกระทบกับบรรยากาศซื้อขายในไตรมาสสุดท้ายของปีเหมือนกันหมด

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่า ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนมากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่เริ่มมีสินค้าใหม่ๆ และคาดว่าสถานการณ์ต่างจะเริ่มดีขึ้น

ส่วนทิศทางของตลาดไอที' class='anchor-link' target='_blank'>ค้าปลีกไอทีในกลุ่มไอทีมอลล์ หรือห้างที่จำหน่ายสินค้าไอทีคาดว่าในปีนี้จะเริ่มเห็นการปรับตัวจากการขายสินค้าไอทีเพียงอย่างเดียวสู่การเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ หรือรวบเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกอุปกรณ์ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

"ตอนนี้คำว่าไอทีมันแคบไปแล้ว แต่เทรนด์จะเริ่มปรับตัวเป็นไอที ไลฟ์สไตล์ หรือสินค้าอะไรก็ได้ที่มีความเป็นดิจิทัล หรือเทคโนโลยีใส่เข้าไว้ด้วย จากเมื่อก่อนจะแยกชัดเจนว่าเป็นสินค้าไอที สินค้าเครื่องเสียง หรือมือถือ"

นายชัยวัฒน์ ระบุว่า แบรนด์ ช้อปต่างๆ ก็ต้องเริ่มปรับตัวเพิ่มไลน์สินค้านอกเหนือจากไอทีเดิมที่มีอยู่ ขณะที่กลุ่มสินค้าโมบายก็ยังมีแนวโน้มเติบโตในปีนี้

สำหรับไอที มอลล์ ฟอร์จูน หลังการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบปีที่ผ่านมาก็ได้รับการตอบรับมีคนเข้าใช้บริการภายในห้างมากขึ้น และเริ่มขยายจุดขายจากที่เคยเป็นห้างไอทีโดยเฉพาะ แต่ปัจจุบันเริ่มขึ้นชื่อเรื่องสินค้ากลุ่มเครื่องเสียง อุปกรณ์ดนตรี และกล้องดิจิทัลจากร้านค้าและแบรนด์ดังๆ ที่เข้ามาเปิดสาขาภายในไอที มอลล์ ฟอร์จูน โดยมียอดคนเดินต่อวันราว 36,000 คน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี

"เราค่อนข้างชัดเจนที่ว่ามีสาขาเดียวดีแล้ว เพราะอยู่ในทำเลที่ดี เดินทางสะดวก ซึ่งพฤติกรรมผู้ซื้อยุคนี้แม้จะเน้นอะไรที่ง่าย สะดวก ใกล้มือ และประกอบกับมีเครื่องไม้เครื่องมือ เช่น แอพพลิเคชั่นชอปปิง หรืออีคอมเมิร์ซต่างๆ แต่อย่างน้อยที่สุดก็ยังต้องเดินมาใช้บริการเซอร์วิสต่างๆ ซึ่งเป็นจุดขายหนึ่งของไอที มอลล์ ฟอร์จูน ที่มีเซอร์วิสต่างๆ ให้บริการภายในห้างพร้อม"

'พันธุ์ทิพย์' ถึงยุคต้องปรับตัว

นายยงยุทธ ไชยชนะ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าไอที ทิพย์พัฒนา อาเขต จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า กล่าวว่า ตลาดซื้อขายสินค้าไอทีตลอดปีที่ผ่านมาเติบโตเป็นบางกลุ่ม โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน และแทบเล็ต และชัดเจนกว่าอุตสาหกรรมไอทียอดขายตกลงมากในไตรมาส 4 จากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ส่งผลต่อความต้องการซื้อของผู้บริโภค

ขณะเดียวกันก็กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ เพราะความไม่ชัดเจนของรัฐบาลทำให้บางส่วนชะลอการลงทุนออกไป ทั้งลูกค้าที่เดินพันธุ์ทิพย์บางส่วนก็เป็นกลุ่มชาวต่างชาติทำให้ยอดคนเดินภายในศูนย์ช่วงนี้ลดลงมากเหลือราว 20,000 คนต่อวันที่สาขาประตูน้ำ

อย่างไรก็ตาม นายยงยุทธระบุว่า จังหวะนี้เป็นเวลาที่ไอที มอลล์ต้องปรับตัวจากการพัฒนาของสินค้าในอุตสาหกรรมไอที พัฒนาการของสินค้า และรูปแบบของกิจกรรมต่างๆ

สำหรับพันธุ์ทิพย์กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวเช่นกัน โดยเฉพาะแผนปรับปรุงศูนย์เดิมที่มีอยู่ ซึ่งเปิดให้บริการมาแล้วราว 29 ปี โดยยังอยู่ในช่วงของการปรับแบบ และวางแผนโฉมใหม่ของพันธุ์ทิพย์ที่คาดว่าจะมีรายละเอียดชัดเจนภายในไตรมาสแรกของปี 2557

"คนเดินเข้ามาพันธุ์ทิพย์ปัจจุบันจะรู้สึกมันเก่าๆ ซึ่งแผนการปรับปรุงของเราจะปรับตั้งแต่ Mood & Tone แต่ยังคงความเป็นพันธุ์ทิพย์อยู่ เน้นการปรับภายใน ซึ่งก็อาจจัดโซนร้านค้าใหม่ที่อยู่ระหว่างการวางแผนกันอยู่ ทั้งจะเป็นแผนงานหลักสำหรับปี 2557 ที่จะเน้นการปรับปรุงศูนย์เดิมที่มีอยู่ทั้ง 5 สาขามากกว่าจะเริ่มแผนขยายสาขาใหม่"

ส่วนแนวโน้มของการซื้อขายสินค้าไอทีปี 2557 คาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นชัดเจนตั้งแต่ปลายไตรมาสแรกเป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย และแม้การใช้เงินของผู้บริโภคในสถานการณ์แบบนี้จะยังอยู่ในจังหวะที่ต้องระมัดระวัง แต่ก็เชื่อว่าจะมีแรงสนับสนุนจากกำลังซื้อตามฤดูกาลปกติของการซื้อสินค้าไอที เช่น ช่วงเปิดเทอมใหม่ และสินค้าใหม่ๆ ออกมากระตุ้นตลาดช่วงกลางปี

เอ็มบีเคเตรียมรีโนเวต

นายศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เตรียมปรับปรุงเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ซึ่งนับเป็นศูนย์กลางโทรศัพท์มือถือ ให้ดูตื่นเต้น ทันสมัยมากขึ้น โดยเริ่มจากภายนอกก่อน โดยก่อสร้างสกายวอล์คเชื่อมจากบีทีเอส บริเวณสี่แยกปทุมวัน ยาวมาตามแนวถนนพญาไท เข้าโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เชื่อมต่อไปถนนด้านหน้าสถาบันศศินทร์ ถึงจุฬาซ.12 ก่อสร้าง ประมาณก.พ.- ก.ย.2557

จากนั้นจะปรับเปลี่ยนทางกายภาพภายใน แก่อาคารที่มีอายุ 30 ปีแล้ว รีโนเวตครั้งล่าสุดเมื่อปี 2000 (2543)

นอกจากนี้ จะจัดกิจกรรมร่วมกับโอเปอเรเตอร์มือถือ เอกชนทั้ง 3 ค่าย และไม่ปิดกั้นรายอื่นๆ หากสนใจเข้าร่วมก็ยินดีเปิดให้เข้าทำตลาดร่วมกัน ทั้งกิจกรรมการตลาด แนะนำบริการใหม่ ออกโปรดักท์ใหม่ เปิดตัวแบรนด์ แอมบาสเดอร์ เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างอีเวนท์ กระจายข่าวออกไปตามช่วงจังหวะเวลา ซึ่งเอ็มบีเคมีพื้นที่รองรับทั้งภายใน และภายนอกอาคาร

ขณะเดียวกัน จะเจรจากับเจ้าของแบรนด์ต่างๆ เช่น ซัมซุง โซนี่ โนเกีย เปิดพื้นที่ให้จัดกิจกรรมการตลาดใหม่ๆ หรือเซลส์ โปรโมชั่น เพราะที่เอ็มบีเค มีตัวแทนร้านค้า ตัวแทนขาย หรือตัวแทนขายช่วงอยู่ สามารถร่วมจัดกิจกรรมใหญ่ จึงทำหน้าที่เป็นตลาดกลางแก่ทุกฝ่าย

ทั้งนี้ สถานการณ์ตลาดตั้งแต่หลังสงกรานต์ ปี 2556 เกิดการชะลอการใช้จ่ายของคนซึ่งอาจเกิดจากภาระการผ่อนชำระจากโปรโมชั่นกระหน่ำปี 2555 ทำให้กำลังซื้อของคนชั้นกลางย่อตัวลง ต้องตัดการจ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย ลดการออกนอกบ้าน ส่งผลถึงปริมาณคนเข้าเอ็มบีเคย่อลง เห็นชัดเจนประมาณปลายไตรมาสที่ 2 เดือนมิ.ย. ต่อเนื่อง ก.ค. - ส.ค. ที่เป็นช่วงโลว์ ซีซั่น ลดลงประมาณ 10% จากนั้นเข้าสู่ไฮซีซั่นแต่มามีปัญหาการเมือง

ดังนั้น เมื่อเกิดความไม่แน่นอนทำให้คนหยุดดูทางออก เกิดการชะลอการใช้จ่าย ไม่กล้าใช้เงิน ถือเงินสดไว้ ยกเว้นสิ่งของจำเป็นต้องใช้จึงจะซื้อ แต่ดีมานด์ไม่ได้หายไปไหน หากการเมืองกลับมาชัดเจนกำลังซื้อจะกลับมาทันที ช่วงที่ทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องเตรียมการรองรับกำลังซื้อที่จะกลับมา โดยได้ทำความเข้าใจกับผู้เช่าให้ช่วยกันประคองตัว แต่บริษัทจะมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย ดึงคนเข้าศูนย์เป็นการช่วยเหลือทางอ้อมแก่ผู้เช่า

ปี 2557 จะใช้งบประมาณ 2% ของรายได้จัดกิจกรรมส่งเสริม จากปีก่อนๆ ได้งบประมาณระดับเดียวกันนี้แต่ไม่เคยใช้หมด แต่ปีนี้จะใช้ให้หมดเพื่อรับกำลังซื้อที่จะกลับมา

นายศักดิ์ชัย กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ตลาดมือถือมีเทรนด์ใหม่ๆ ออกมาทุก 3-6 เดือนทำให้ตลาดคึกคักตลอดเวลา และตามประกาศ กสทช. ว่าปัจจุบันมียอดใช้งานโทรศัพท์มือถือ 95 ล้านเลขหมาย จากปีก่อนมี 80 ล้านเลขหมาย แต่ไม่ได้แจ้งยอดเปลี่ยนเทคโนโลยีจากโทรศัพท์ธรรมดาเป็นสมาร์ทโฟน ซึ่งมีจำนวนมากเนื่องจากสมาร์ทโฟนใหม่ๆ 4-7 พันบาทก็ซื้อได้เป็นตัวผลักดันการเปลี่ยนเครื่อง

ส่วนการปรับปรุงห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ถือว่ามีจุดเด่นต่างกัน ลูกค้าคนละกลุ่ม อาจมีผลกรณีลูกค้าทับซ้อนกันบ้างคือกลุ่มที่ต้องการของราคาถูก ขณะที่ การจัดงานเทรดโชว์อาจมีผลระยะสั้นที่ลูกค้าหยุดรอดูโปรโมชั่น แต่ไม่ทั้งหมด

พร้อมกันนั้น ปี 2557 จะขยายพื้นที่ชั้น 5 เป็นศูนย์รวมกล้อง ซึ่งเป็นสินค้าเทคโนโลยีตีคู่มากับมือถือ ระดับมืออาชีพอย่างไรก็ต้องใช้กล้อง ก่อนหน้านี้เคยจัดพื้นที่มาประมาณ 1 ปีเศษ แต่จะเพิ่มพื้นที่มากขึ้นจากผู้ค้าเฟอร์นิเจอร์ที่หมดสัญญา

ผู้ค้ามาบุญครองหันพึ่งออนไลน์

ด้านผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือและแกดเจ็ทรายใหญ่ เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ หรือห้างสรรพสินค้ามาบุญครองเดิม กล่าวว่า บรรยากาศการซื้อขายธุรกิจค้าปลีกมือถือช่วงต้นปี 2557 คงไม่ดีขึ้นจากปีก่อนมากนัก ประเมินจากเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงไฮซีซั่น โดยปกติมีลูกค้าเข้ามาจับจ่ายสินค้าเพื่อเป็นของขวัญ รางวัลจับฉลาก รวมถึงได้เงินโบนัสมา แต่ยอดขายยังไม่ค่อยดีเมื่อเท่ากับปีก่อนๆ

ทั้งนี้สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีซึ่งทำให้ลูกค้าเปลี่ยนเครื่องใหม่ช้าลง กำลังซื้อหายไปตลอดทั้งปี ประกอบกับช่วงปลายปีมีการชุมนุมทางการเมืองทำให้บรรยากาศการซื้อขายที่หวังว่าจะดีขึ้นมาบ้างเงียบเหงาลงไปอย่างมาก ขณะนี้กำลังรอลุ้นอยู่ว่าแบรนด์ใหญ่อย่างซัมซุงจะมีอะไรใหม่เปิดตัวออกมา

“ทุกร้านบ่นเหมือนกันหมด เราเองพยายามไม่สต็อกสินค้าไว้เกิน 100 เครื่อง เนื่องจากราคามีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ถ้าอุ้มไว้มากเกินไปก็อาจเจ็บตัวได้”

เขากล่าวว่า การปรับตัวรับสถานการณ์เนื่องจากไม่สามารถพึ่งพาการขายหน้าร้านเพียงอย่างเดียวได้ต่อไป ดังนั้นใช้ความน่าเชื่อถือและฐานลูกค้าที่สั่งสมมานานเปิดขายผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊คและเว็บไซต์ ขณะที่ช่องทางการส่งสินค้าใช้ไปรษณีย์และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ละวันมีลูกค้าทั้งรายบุคคล บริษัทห้างร้าน และที่เป็นแบบขายส่งสั่งซื้อเข้ามาอยู่ตลอดเวลา

ปัจจุบัน ยอดขายแต่ละแบรนด์ทำได้พอกัน หากเป็นแอ๊ปเปิ้ลสมาร์ทโฟนรุ่นที่ขายดีคือไอโฟน 5 เอส ความจุ 16 กิกะไบต์ โดยเหตุผลที่รุ่นล่างสุดขายดีมากกว่ารุ่นความจุมากกว่าเพราะลูกค้ามีกำลังซื้อเพียงเท่านี้ ขณะที่แทบเล็ตยอดพอๆ กันทั้งไอแพดแอร์และไอแพดมินิ2 ส่วนซัมซุงกระจายกันไปทุกรุ่น แต่ที่ดีที่สุดคือกาแล็กซี่โน้ต 3

นอกจากนี้ สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์อื่นๆ ที่เลือกมาขายก็มีโซนี่แต่จะมีเฉพาะรุ่นท็อปเท่านั้น การทำกำไรพยายามหาพวกอุปกรณ์เสริมอย่างพาวเวอร์แบงก์และสายชาร์จมาขาย ด้านการทำราคาสินค้าเครื่องนอกเช่นแอ๊ปเปิ้ลจะขายถูกกว่าศูนย์บริการของผู้ให้บริการมือถือ 3 รายราว 1,000-1,500 บาท

“แอ๊ปเปิ้ลยังขายได้เรื่อยๆ เนื่องจากมีแฟนพันธุ์แท้อยู่ แต่เท่าที่ประเมินดูไม่ได้ดีเหมือนสมัยก่อนเพราะรุ่นใหม่ที่ออกมาไม่ได้ว้าวมากกว่าเดิม ที่มาแรงขึ้นเรื่อยๆ คือซัมซุงเพราะมีให้เลือกหลายรุ่น ทางร้านจะเลือกมาแต่รุ่นท็อป ปัญหาถูกขายพ่วงร่วมกับรุ่นที่ขายไม่ดีขณะนี้ไม่มีเพราะเลือกดีลเลอร์ที่ขายแพงหน่อยแต่เลือกสินค้าได้”

ผู้ประกอบการอีกราย แสดงความคิดเห็นที่ตรงกันว่า การซื้อขายเงียบเหงามาตั้งแต่กลางปีโดยสาเหตุหลักน่าจะมาจากภาวะเศรษฐกิจ เพราะแม้ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องลูกค้าที่เข้ามาก็ไม่มากเหมือนก่อนๆ ได้แต่หวังว่าสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้น แต่ทั้งนี้คงไม่สามารถวางใจได้ ทางร้านจะพยายามนำสินค้ามาวางจำหน่ายให้หลากหลาย โดยเฉพาะสินค้าที่มีส่วนต่างกำไรดีกว่าอย่างอุปกรณ์เสริม รวมถึงรับซื้อและขายต่อสินค้ามือสองมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานผลการสำรวจตลาดว่า ส่วนใหญ่ปรับการวางจำหน่ายสินค้าไปเป็นสมาร์ทโฟนกันเกือบทั้งหมดแล้ว โดยมีตั้งแต่รุ่นล่างราคาหลัก 1,000 บาทขึ้น กระทั่งไฮเอนด์ของทุกแบรนด์ชั้นนำ ทว่าที่มีมากที่สุดคือซัมซุงและแอ๊ปเปิ้ล

นอกจากนี้ พบว่าร้านค้าที่ยังพอคึกคักคือร้านสินค้ามือ 2 เห็นได้ว่ามีผู้ค้าจำนวนมากส่งเสียงเรียกและติดป้ายประกาศรับซื้อ-เปลี่ยนโดยให้ราคาสูง ขณะเดียวกันตู้วางสินค้าแทบทุกร้านจะมีอุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตเช่น แบตเตอรี่สำรอง (พาวเวอร์แบงก์) สายชาร์จ ปลั๊ก หูฟัง เข้ามาวางขายร่วม ร้านที่มีลูกค้าไม่ขาดทั้งเข้ามาถามตลอดเวลาคือผู้ค้าที่จำหน่ายเคส

Tags : ค้าปลีกไอที ไอที ห้างไอที

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement

advertisement

advertisement