ศธ.สรุปโครงการแจกแทบเล็ตเด็ก ป.1 สั่งซื้อจากประเทศจีน 9 แสนเครื่องระบบ "จีทูจี" อินเทลแนะรัฐไทยกำหนดสเปค หัวเว่ยเสนอโซลูชั่นการศึกษา
ศธ.สรุปโครงการแจกแทบเล็ตเด็ก ป.1 สั่งซื้อจากประเทศจีน 9 แสนเครื่องระบบ "จีทูจี" เบื้องต้นให้กระทรวงต่างประเทศประสานรัฐบาลจีนกำหนดสเปค เตรียมชงของบเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท ฟากเอกชนมึนรัฐยังไม่ชัดเจน ติงไทยควรกำหนดสเปคเอง เล็งนำร่องทำห้องเรียนต้นแบบใช้แทบเล็ต หวังรัฐใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจ
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย เรื่องคอมพิวเตอร์แทบเล็ตว่า ที่ประชุม มีมติให้ซื้อแทบเล็ตระบบจีทูจีจากรัฐบาลจีน โดยเบื้องต้นให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นตัวแทนรัฐบาลไทยประสานกับรัฐบาลจีน เพื่อกำหนดหาสเปคของเครื่องแทบเล็ต จำนวน 900,000 เครื่อง จากเดิมที่เคยกำหนดว่าจะสั่งซื้อ 400,000 เครื่องเพื่อใช้ในโครงการนำร่อง
ทั้งนี้ที่ประชุมยังเห็นว่าควรจัดซื้อแจกให้เด็กประถมศึกษาปีที่ 1 ให้ครบ 800,000 คนทั่วประเทศ โดยส่วนที่เหลือจะแจกจ่ายให้เด็กประถมศึกษาปีที่ 4 ในโรงเรียนที่พร้อม
อย่างไรก็ตาม การสั่งซื้อแทบเล็ตครั้งนี้ เป็นการซื้อในจำนวนมากอาจได้เครื่องราคาถูกลงกว่า 3,400 บาทต่อเครื่อง โดย ศธ.เตรียมเสนอขอใช้งบประมาณที่เป็นงบกลางจากรัฐบาลเพิ่มอีก 900 - 1,000 ล้านบาท จากที่ได้อนุมัติงบประมาณมาก่อนหน้านี้ 1,900 ล้านบาท โดยจะเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วาระต่อไป
“ที่ผ่านมาติดปัญหาเรื่องงบประมาณได้รับมาน้อยเกินไป ซึ่งการเลือกใช้วิธีการสั่งซื้อจากประเทศจีนก็จะลดปัญหาเรื่องของเงินที่อาจจะมีปัญหา ซึ่งสเปคเครื่องแทบเล็ต ต้องดูว่ากระทรวงต่างประเทศจะตกลงกับรัฐบาลจีนอย่างไร และต้องเซ็นสัญญาระหว่างกัน รัฐบาลจีนต้องเป็นคนเลือก และเมื่อมีปัญหารัฐบาลจีนก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนกระทรวงศึกษาขณะนี้ก็ต้องปรึกษากันว่าจะใส่เนื้อหาเข้าไปในแทบเล็ตยังไง เมื่อเราซื้อในสเปคที่ไม่สูงมาก อายุการใช้งานอาจจะใช้ได้แค่ 3 ปีเท่านั้น” รมว.กระทรวงศึกษาธิการ กล่าว
ส่วนเนื้อหาที่จะบรรจุลงในแทบเล็ต นายสุชาติ กล่าวว่า น่าจะใส่เนื้อหาอีบุ๊คได้ 5 วิชาหลักๆ คือ วิชาภาษาไทย อังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคม ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.เป็นผู้จัดทำเนื้อหาทั้งหมด สำหรับเรียนในปีเดียวและให้เด็กยืมกลับบ้านได้ 1 ปี เมื่อครอบกำหนดต้องคืนโรงเรียนส่งให้รุ่นต่อไปใช้ต่อ หรือหากเครื่องชำรุด รัฐบาลจะเป็นผู้ซ่อมให้
อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลได้เครื่องแทบเล็ตทั้งหมดมาแล้ว จะจัดส่งกระจายไปให้นักเรียน ป.1 ทั้งหมด จากนั้นจะจัดอบรมครูทั่วประเทศเรื่องการใช้งาน และประสานกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั้ง 34,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนเพียง 3,000 แห่งเท่านั้นที่มีอินเทอร์เน็ตใช้ เพื่อให้แทบเล็ตทุกเครื่องที่แจกนักเรียนต่อเข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาความรู้ และให้กระทรวงไอซีทีบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมกับเด็กนักเรียนด้วย
"หัวเว่ย" เสนอโซลูชั่นการศึกษา
นายถู หมิง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์สื่อสาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศนำแทบเล็ตเข้าเป็นส่วนหนึ่งของภาคการศึกษา ถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเด็กนักเรียน ส่วนของหัวเว่ยสนใจจะนำเสนอโซลูชั่นทางด้านการศึกษา (อีเอ็ดดูเคชั่น) ให้ประเทศไทยอยู่แล้ว ซึ่งแทบเล็ตเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความสนใจเท่านั้น
ทั้งนี้ หัวเว่ยไม่ได้สนใจแค่เรื่องแทบเล็ต แต่บริษัทยังมีโซลูชั่นอื่นๆ ด้านอีเอ็ดดูเคชั่นด้วย เช่นเดียวกับการเดินหน้านำเสนอโซลูชั่นด้านเอ็นเตอร์ไพรส์ให้แก่หน่วยงานของรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีภาคราชการ กระทรวง ทบวง กรม ให้ความสนใจในโซลูชั่นของหัวเว่ยอย่างต่อเนื่อง
"สำหรับโครงการแทบเล็ตของไทยนั้น หัวเว่ยพยายามทำให้ดีที่สุดสำหรับโครงการนี้ แต่จะเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังพูดยาก เพราะเงื่อนไขหรือทีโออาร์ต่างๆ ยังไม่ชัด" นายหมิง กล่าว
แนะรัฐไทยกำหนดสเปค
นายสนธิญา หนูจีนเส้ง ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า หากรัฐบาลยังยืนยันที่จะใช้วิธีการจัดซื้อระดับจีทูจีกับรัฐบาลจีน รัฐบาลไทยควรจะต้องเป็นผู้กำหนดสเปคของแทบเล็ต เพราะรู้จักและเข้าใจความต้องการของนักเรียนไทยมากกว่า ส่วนการเลือกฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลจีนเพื่อคัดกรองว่าผู้ผลิตรายใดมีศักยภาพที่จะผลิตแทบเล็ตจำนวนมากได้
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่า โครงการดังกล่าวยังเป็นโครงการที่ดีไม่ว่าบทสรุปการจัดซื้อจะเป็นรูปแบบใด เพราะอย่างน้อยที่สุดผู้ประกอบการในประเทศแม้จะไม่ได้มีส่วนร่วมในตัวฮาร์ดแวร์ แต่การติดตั้งและบริการต่างๆ ก็ยังอาจต้องอาศัยจากผู้ประกอบการในประเทศเพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการกับโรงเรียนทั่วประเทศ
"ที่เรากังวลไม่ใช่แค่เรื่องฮาร์ดแวร์ แต่วิธีการก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่อีเลิร์นนิ่ง เปิดโปรแกรมแฟลชให้เด็กดู แต่รัฐต้องชัดเจนว่ามันคือวิธีการเรียนการสอนแบบใหม่ที่ต้องทำความเข้าใจ" นายสนธิญากล่าว
ส่ง "คลาสเมท" จำลองการใช้
เขาเผยว่า อินเทลกำลังเตรียมทำโครงการนำร่องร่วมกับ สพฐ. เพื่อทำต้นแบบห้องเรียนที่ใช้การเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการอินเทล ทีช (Intel Teach) ที่บริษัทได้ทำงานร่วมกับ ศธ.มาก่อนหน้า
ทั้งนี้ได้ส่งเครื่อง "คลาสเมท พีซี" ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อินเทลมีประกอบด้วยแทบเล็ต ขนาด 7 นิ้ว และคอนเวอร์ติเบิล ซึ่งเป็นเน็ตบุ๊คที่ปรับเป็นแทบเล็ตได้ รวมกันราว 100 เครื่องให้โรงเรียนนำร่องในสังกัด สพฐ. เพื่อให้ครู และนักเรียนได้ทดลองเรียนด้วยเทคโนโลยีใหม่ และวัดผลเพื่อนำเสนอให้ สพฐ.สำหรับประกอบการจัดซื้อแทบเล็ตในโครงการดังกล่าว โดยมีกำหนดทดลองโครงการช่วงเดือน ก.พ. ถึงปิดเทอม
นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เข้าไปนำเสนอคอนเซปต์ของคลาสเมท พีซี ทั้งรูปแบบของเน็ตบุ๊ค และแทบเล็ตให้ สพฐ.พิจารณาแล้ว ส่วนจะจัดซื้อแบบใดอินเทลก็ยังคงเข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างน้อยคือ แนะนำวิธีการใช้งาน และการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานกับเด็ก
เอสวีโอเอรอข้อมูล
นายวีระ อิงค์ธเนศ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอสวีโอเอ กล่าวว่า ต้องรอดูข้อมูลว่า บริษัทเอกชนในประเทศจะเข้าไปมีบทบาทใดในโครงการแทบเล็ตบ้าง เพราะหากซื้อเฉพาะฮาร์ดแวร์ก็ยังต้องการการติดตั้งระบบไวไฟไว้ใช้งานอินเทอร์เน็ต เนื่องจากแทบเล็ตไม่ได้เชื่อมเป็นเครือข่าย ระบบการชาร์จไฟทำอย่างไร การให้บริการหลังการขายกรณีเครื่องมีปัญหาหรือเสีย
Tags : ศึกษาธิการ • แทบเล็ต • ป.1

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น