"ดับบลิวดี" เผยผลประกอบการหลังวิกฤติน้ำท่วมโรงงานในไทยครั้งใหญ่ ยอดส่งมอบฮาร์ดดิสก์ลดเกือบครึ่ง รายได้ฮวบ 500 ล้านดอลลาร์
"ดับบลิวดี" เผยผลประกอบการหลังวิกฤติน้ำท่วมโรงงานในไทยครั้งใหญ่ ยอดส่งมอบฮาร์ดดิสก์ลดเกือบครึ่ง รายได้ฮวบ 500 ล้านดอลลาร์ เผยเริ่มเร่งเครื่องผลิตคาดฟื้นเต็มกำลังได้ช่วงไตรมาสเดือน ก.ย. พร้อมเตรียมปิดดีลควบกิจการ "ฮิตาชิ จีเอสที" สมบูรณ์ภายในเดือน มี.ค.นี้
รายงานข่าวจากบริษัทเวสเทิร์น ดิจิตอล หรือดับบลิวดี ระบุว่า ไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค.2554 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 2 พันล้านดอลลาร์ มียอดส่งมอบฮาร์ดดิสก์รวม 28.5 ล้านชิ้น
ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย และแผนการซื้อธุรกิจฮาร์ดดิสก์ของบริษัทฮิตาชิ โกลบอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ฮิตาชิ จีเอสที) ซึ่งคาดว่าจะคิดเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับน้ำท่วมราว 199 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6,300 ล้านบาท) และกระบวนการซื้อธุรกิจอีกราว 14 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 448 ล้านบาท) ในช่วงไตรมาสดังกล่าว
ขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าพบว่า ดับบลิวดีมีรายได้รวม 2.5 พันล้านดอลลาร์ และมียอดการส่งมอบฮาร์ดดิสก์ทั้งสิ้น 52.2 ล้านชิ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้ในรูปของเงินสดจากการปฏิบัติงานในระหว่างไตรมาสเดือนธ.ค.รวม 378 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทมีเงินสดรวม 3.9 พันล้านดอลลาร์
พร้อมกันนี้ดับบลิวดีได้รายงานสถานการณ์โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ในประเทศไทย โดยจนถึงขณะนี้ได้กลับมาเร่งการผลิตฮาร์ดดิสก์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกลับมาเดินเครื่องกระบวนการผลิตในส่วนของสไลเดอร์ ซึ่งได้หยุดการผลิตชั่วคราวไปตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.ปีที่ผ่านมา รวมทั้งเตรียมเริ่มเดินเครื่องผลิตโรงงานสำรองในมาเลเซีย
โดยบริษัทเชื่อว่า กำลังการผลิตจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนก่อนเกิดน้ำท่วมในช่วงไตรมาสสิ้นสุดเดือน ก.ย.2555
"เราได้เดินหน้ากระบวนการฟื้นการผลิตโรงงานไปได้มากหลังเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ในประเทศไทยเพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งก็ได้ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ทางการเงินของเราในช่วงไตรมาส 2 อย่างชัดเจน" นายจอห์น คอยน์ ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดับบลิวดีกล่าว
พร้อมกับระบุว่า ในขณะที่ยังมีงานอีกจำนวนมากให้ทำอีกหลายไตรมาสเพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาะปกติเหมือนที่เคยเป็นก่อนจะเกิดน้ำท่วม กระบวนการทำงานที่อยู่ตรงหน้าก็ยังสำคัญต่อความคาดหวังที่บริษัทมี และยังเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของพนักงานทั้งหมดของดับบลิวดี, คู่สัญญา และรัฐบาลไทย, ความพยายามของพันธมิตร และการสนับสนุนของลูกค้าทั้งหมดของบริษัท
ส่วนความคืบหน้าการควบรวมกิจการกับบริษัทฮิตาชิ จีเอสที ซึ่งมีกำหนดจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงเดือน มี.ค.2555 โดยขณะนี้เหลือเพียงการรอกระบวนการอนุมัติการซื้อกิจการจากหน่วยงานราชการที่เหลือ
ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ประเมินความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดตั้งแต่น้ำท่วมไว้ราว 8,000 ล้านบาท และมีรายได้รวมในไตรมาส 2 เพียง 1.8 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็กลับมาเดินเครื่องผลิตฮาร์ดดิสก์ได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า 1 สัปดาห์
Tags : ดับบลิวดี

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น