กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 24 มกราคม 2555 18:01

กสทช.ยันรับเงินเดือน 70,000 บาท

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

แจงละเอียดทำงาน8ปี มีรายได้ 24,000 ล้านบาท ส่งเงินคืนรัฐกว่า 11,400 ล้านบาท

 

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า นับตั้งมีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เมื่อ 1 ต.ค.2547 แต่ได้เปลี่ยนสถานะเป็นกสทช. เมื่อปี 2554 รวมเป็นระยะเวลา 8 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีรายได้ 24,068 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 12,572 ล้านบาท และนำรายได้ส่งเข้ารัฐ 11,493 ล้านบาท โดยรายได้นั้นมาจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียบใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในอัตรา 4% ของรายได้ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมเลขหมายๆละ 2 บาทต่อเดือน ค่าธรรมเนียมการใช้คลื่นความถี่ เป็นต้น 

“ผมขอยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการใช้เงินอย่างประหยัด ไม่ได้ฟุ่มเฟื่อยแต่อย่างใด และการใช้เงินงบประมาณนั้นได้ผ่านการรับรองของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เป็นที่เรียบร้อย แต่ถ้าใครยังมีข้อสงสัยก็สามารถตรวจสอบได้ โดยกสทช.จะประกาศการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ผ่านเว็บไซต์ทั้งหมด”

เขา กล่าวอีกว่า สำหรับเงินเดือนของกสทช. 11 คนนั้น ขณะนี้ยังใช้อัตราเดิมของกทช.เดิม เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ตอบกลับว่าให้กสทช.ใช้อัตราเงินเดือนเท่าใด โดยกสทช.จะได้รับเงินเดือน 100,000 บาท เงินตอบแทนพิเศษเดือนละ 300,000 บาท รวม 400,000 บาท ส่วนเงินค่ายานพาหนะหรือรถยนต์ประจำตำแหน่งนั้น กสทช.มีสิทธิ์ใช้รถยนต์มูลค่า 4 ล้านบาท แต่ถ้ากสทช.จะใช้เกินอัตราดังกล่าวจะต้องจ่ายเงินส่วนต่างเองทั้งหมด โดยสาเหตุที่ต้องใช้อัตราเงินเดือนของกทช. เพราะต้องรอที่วุฒิสภายกร่างพ.ร.ก.กฤษฎีกาเงินเดือน ซึ่งต้องรอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติก่อน 

ดังนั้น เงินเดือนของประธานกสทช. และกสทช. รวมทั้ง 11 คน ยังใช้เรทเดิมที่ กทช.เคยได้รับ ซึ่งตั้งแต่กสทช.ได้รับโปรดเกล้าฯ มาตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2554 สำนักงานกสทช. ก็จ่ายเงินเดือนคนละ 1 แสนบาท ซึ่งต้องหักภาษี 30% สุทธิแล้วจ่ายต่อเดือนคนละ 70,000 บาท แต่หากได้รับอนุมัติแล้วเงินส่วนต่างก็จะได้รับย้อนหลัง

“ปี2555 กสทช.จะยังคงใช้จ่ายอย่างประหยัด แม้จะมีค่าเช่าอาคารเอ็กซิมแบงก์ และค่าปรับปรุงอาคารเอ็กซิมแบงก์ 30-40 ล้านบาท ก่อนที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท) จะย้ายไปอยู่ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ ค่าเบี้ยเลี้ยง ก็จะใช้อัตราตามระเบียบของสำนักงบประมาณ เช่น กสทช.11 คน จะได้ตั๋วเครื่องบินชั้นเฟริส์คลาส ส่วนที่เหลือชั้นธุรกิจ หรือลดชั้นตามลำดับ”

ลุยตั้งซูเปอร์บอร์ด-ที่ปรีกษา

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนการแต่งตั้งที่ปรึกษากสทช.นั้น กสทช.มีสิทธิ์ตั้งที่ปรึกษาได้คนละ 3 คน ยกเว้นประธานกสทช.ตั้งที่ปรึกษาได้ 5 คน รวม 35 คน โดยที่ปรึกษาแต่ละคนจะมีเงินเดือนๆละ 120,000 บาท ดังนั้น คิดเป็นเงินค่าจ้างที่ปรึกษารวมเดือนละ 4.2 ล้านบาท หรือปีละ 50.4 ล้านบาท ซึ่งการแต่งตั้งที่ปรึกษานั้น กสทช.เป็นผู้ออกประกาศเอง เพื่อให้มีสิทธิ์ในการแต่งตั้งที่ปรึกษาทั้งหมด

กสทช.ยังได้ตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ที่กสทช.แต่งตั้งรับโปรดเกล้าฯเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2554 ที่ผ่านมา โดยได้แต่งตั้งไปแล้ว 30 ชุด โดยกรรมการแต่ละคนมีสิทธิ์เป็นคณะอนุกรรมการได้ 3 ชุด และรับเบี้ยประชุมไม่เกิน 4 ครั้ง โดยอนุกรรมการจะมีค่าเบี้ยประชุมครั้งละ 5,000 บาท ยกเว้นประธานคณะอนุกรรมการที่จะได้รับเบี้ยประชุมครั้งละ 8, 000 บาท

ดังนั้น หากคณะอนุกรรมการเป็นดำรงตำแหน่ง 4 คณะอนุกรรมการจะได้เบี้ยประชุมเดือนละ 20,000 บาทต่อคน หรือปีละ 240,000 บาท ส่วน ประธานคณะอนุกรรมการจะได้รับเงินเบี้ยประชุมเดือนละ 32,000 บาท หรือปีละ 384,000 บาท ซึ่งปัจจุบัน กสทช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไป แล้วกว่า 30 ชุด หรือเกือบ 100 คน

นอกจากนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานกสทช.ได้ลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2554 ถึงระเบียบกสทช.ว่าด้วยค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายอื่นในการปฎิบัติงานของ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฎิบัติงาน พ.ศ.2554 (ซูเปอร์บอร์ด) มีจำนวน 5 คน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 71 วรรค 5 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ประกอบมติคณะกรรมการกสทช.ครั้งที่ 8/2554 เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2554 จึงออกประกาศไว้ดังนี้

ประธานซูเปอร์บอร์ดรายเดือนในอัตราเดือนละ 120,000 บาท ส่วนกรรมการกสทช.ได้รับค่าตอบแทนรายเดือนในอัตราเดือนละ 1 แสนบาท นอกจากนี้ ประธาน.และกรรมการ มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฎิบัติงานในอัตราเดียวกับเลขาธิการกสทช.ในกรณีที่มีความจำเป็น ให้สำนักงานคณะกรรมการกสทช.สามารถเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการปฎิบัติงานของกสทช. โดยความเห็นชอบจากประธานกสทช. อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา สมาชิกวุฒิ(ส.ว.) ได้ล่ารายชื่อส.ว. เพื่อยื่นคัดค้านการคัดเลือกบุคคลเป็นคณะกรรมการการติดตามตรวจสอบและประเมินของกสทช.ที่พ.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานส.ว.ได้ร่างกฎเกณฑ์ไว้ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่เป็นตามกฎมายกำนด

 

Tags : กสทช แจง เงิน รายได้ นำส่ง รัฐ ประหยัด

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    newpoliticsparty

    องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่จะถูกเลือกขั้นสุดท้ายโดย สว ซึ่งต้องยอมรับโดยไม่ต้องเห็นใบเสร็จ ฐานเสียง สว ที่มาจากเลือกตั้งล้วนมาจากฐานนักการเมือง สส เมื่อเป็นเช่นนี้ สาย สส และสาย สว ไม่น้อยก็คือพี่น้องเครือญาติกันโดยพฤตินัย และปัญหาใหญ่ คือการซื้อเสียง แถม ปชช ไม่น้อยเต็มใจขายตัวเสียด้วย

    เราจะรอให้ ปชช โดยรวมมีคุณภาพก่อน หรือ เราในกลุ่มผู้มีปัญญา จะต้องกำหนดกฏบ้านกฏเมืองสกัดพวกซื้อต่าง ๆ ทำได้ยากขึ้น

    ถ้า องค์กรอิสระทั้งหมด ถูกเลือกจาก ปชช โดยตรง และทุก ๆ 2 ปี เลือกออกกึ่งหนึ่งและเลือกเพิ่มอีกกึ่งหนึ่ง ยิ่งเลือกตั้งบ่อยเท่าใด พวกที่ซื้อย่อมซื้อเหนื่อยเช่นกัน และถ้าเป็นเขตใหญ่ระดับประเทศ ย่อมซื้อเสียงยากกว่า ระดับจังหวัด หรือระดับอะเภอ

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement