ซัพพลายเชนหยุดชะงักจากน้ำท่วม กระทบยอดจัดส่งฮาร์ดดิสก์ไตรมาส 4 อย่างน้อย 10 ล้านชิ้น
"ฮาร์ดดิสก์ ไดร์ฟ" หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤติมวลน้ำจำนวนมหาศาลในครั้งนี้ และมีระดับความรุนแรงที่หลายเสียงยืนยันว่า "เลวร้าย" กว่าเมื่อครั้งเกิดสึนามิที่เมืองเซนไดของญี่ปุ่น เหตุเพราะสึนามิน้ำจืดในครั้งนี้เข้าท่วมท้นพื้นที่นิคมที่เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์รายหลักๆ ของโลก รวมถึงบรรดาซัพพลายเออร์ที่คอยผลิตชิ้นส่วนสำคัญป้อนให้แก่ผู้ผลิตหลัก
สำนักวิจัย "การ์ทเนอร์" ได้ออกมาส่งสัญญาณแล้วว่า ไตรมาส 4 ฮาร์ดดิสก์มีแนวโน้มจะหายไปจากตลาดไม่ต่ำกว่า 10 ล้านชิ้น
กระทบยอดผลิตไตรมาส4 ลดฮวบ
สถานการณ์ปัจจุบันอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ ไดร์ฟ ไตรมาส 2 ปีนี้มียอดจัดส่งฮาร์ดดิสก์จำนวนทั้งสิ้น 166.4 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 5.5% คิดเป็นรายได้รวมในอุตสาหกรรมในไตรมาสดังกล่าว 8.424 พันล้านดอลลาร์
ขณะที่ไตรมาส 3 ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดรายงานผลประกอบการ แต่ "การ์ทเนอร์" เชื่อว่า ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์จะมียอดการส่งสินค้าราว 177 ล้านชิ้นในไตรมาสดังกล่าว ซึ่งดีกว่าที่ไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปกติในไตรมาส 3
จากการรายงานผลประกอบการของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ "เวสเทิร์น ดิจิตอล" ไตรมาส 1 ปีนี้ ซึ่งสิ้นสุด 30 ก.ย. 2554 พบว่า บริษัทมีรายได้รวม 2.7 พันล้านดอลลาร์ และมียอดจำหน่ายฮาร์ดดิสก์รวม 58 ล้านชิ้น เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าที่เวสเทิร์น ดิจิตอลมีรายได้รวม 2.4 พันล้านดอลลาร์ และมียอดจำหน่ายฮาร์ดดิสก์ทั้งหมด 51 ล้านชิ้น
ขณะที่ในตลาดรวมไตรมาส 4 จะมีฮาร์ดดิสก์ออกสู่ตลาดได้ราว 180 ล้านชิ้น ซึ่งจะทำให้ยอดรวมการผลิตฮาร์ดดิสก์ทั้งหมดในปี 2554 มีราว 683 ล้านชิ้น อย่างไรก็ตามวิกฤติน้ำท่วมที่ส่งผลรุนแรงหนักขึ้นตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในไทยกำลังเริ่มส่อเค้าว่ากระบวนการผลิตฮาร์ดดิสก์ที่มีฐานใหญ่ในไทยกำลังจะมีปัญหา
ปัจจุบันดูเหมือนว่าซัพพลายเชนที่เริ่มหยุดชะงักเนื่องจากน้ำท่วมโรงงานหลายแห่งจะส่งผลกระทบกับยอดจัดส่งฮาร์ดดิสก์ในไตรมาส 4 "อย่างน้อย 10 ล้านชิ้น" ทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์สามารถนำส่งสินค้าออกสู่ตลาดได้เพียง 170 ล้านชิ้น หรือน้อยกว่านั้น
ทั้งนี้ เริ่มเห็นสัญญาณตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา บริษัท "เวสเทิร์น ดิจิตอล (ดับบลิวดี)" เริ่มแผนประกาศหยุดการผลิตชั่วคราวทั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และนวนคร เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงมากขึ้น
ขณะที่ "ซีเกท", "ฮิตาชิ" และ "โตชิบา" ยังไม่มีประกาศใดๆ ออกมา โดยโตชิบามีฐานผลิตฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่อยู่ในนิคมนวนครเช่นเดียกับเวสเทิร์น ดิจิตอล
ลุ้นซีเกท-ฮิตาชิ รอด
การ์ทเนอร์ เชื่อว่า โรงงานผลิตหัวอ่าน/เขียนฮาร์ดิสก์ของซีเกทในเทพารักษ์ และโรงงานฮาร์ดดิสก์ที่จังหวัดนครราชสีมาจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง เช่นเดียวกับโรงงานประกอบฮาร์ดดิสก์ของ "ฮิตาชิ จีเอสที" ที่ปราจีนบุรีที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม
ส่วน "ซัมซุง" ไม่มีโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ในไทย แต่กระบวนการผลิตอาจได้รับผลกระทบเนื่องจากชิ้นส่วนที่ผลิตโดยบริษัทซัพพลายอย่าง "ทีดีเค" และ "เอสเออี แมคเนติก" ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อย่างไรก็ตาม สินค้าที่ยังเหลืออยู่ในสต็อกจะเพียงพอสำหรับการผลิตไม่ถึง 5 สัปดาห์ ซึ่งการ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า สินค้าจะเริ่มขาดสต็อก หรือมีแนวโน้มจะรุนแรงเนื่องจากวิกฤติน้ำท่วมในไทย
ดีลควบรวมใกล้สมบูรณ์
ทั้งนี้ยังจะส่งผลต่อแนวโน้มที่จะเริ่มเห็นกระแสการใช้ฮาร์ดดิสก์แบบพกพาความจุ 500 กิกะไบต์ และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบใช้ฮาร์ดิสก์ระดับ 1 เทราไบต์อย่างแพร่หลายอาจจะใช้เวลานานกว่าที่คาดกันไว้ก่อนหน้า และมีแนวโน้มจะยังไม่ได้เป็นโวลุ่มใหญ่ในตลาดโลกจนถึงปลายไตรมาสแรกของปี 2555
ขณะที่ราคาฮาร์ดดิสก์โออีเอ็มในอุปกรณ์ไอทีส่วนใหญ่จะยังคงทรงตัว และเริ่มมีราคาสูงขึ้นในสินค้าบางอย่างตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
ส่วนกระบวนการตรวจสอบข้อเสนอซื้อกิจการระหว่าง "ดับบลิวดี-ฮิตาชิ" และ "ซีเกท-ซัมซุง" ก็เริ่มเข้มข้นมากขึ้น แต่มีแนวโน้มว่ากระบวนการตรวจสอบการควบรวมกิจการของดีลทั้ง 2 รายจะได้รับการอนุมัติในเร็วๆ นี้ โดยดีลซีเกท-ซัมซุงคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายไตรมาส 4 ปีนี้ ขณะที่ดีลระหว่างดับบลิวดี-ฮิตาชิ อาจจะเสร็จสมบูรณ์ช่วงปลายไตรมาสแรกของปี 2555
น้ำท่วมวิกฤติกว่าสึนามิ
อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบความเสียหายระหว่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมืองเซนไดของญี่ปุ่นเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมากับภัยน้ำท่วมเมืองครั้งใหญ่ของไทยในช่วงนี้พบว่า เมื่อครั้งสึนามิกลับส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์น้อยกว่าสถานการณ์น้ำท่วมไทยในขณะนี้
โดยช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันที่ผ่านมาเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในไทยได้ก่อให้เกิดผลกระทบชะงักงันอย่างเห็นได้ชัดต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ และยังมีแนวโน้มจะลุกลามเป็นลูกโซ่ไปถึงอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ฮาร์ดดิสก์เป็นส่วนประกอบ
ซัพพลาย "ฮาร์ดดิสก์" จมน้ำ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นฐานที่ตั้งของสวนอุตสาหกรรมโรจนะที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และต้องปิดทำการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด หรือประเมินความเสียหายได้ เนื่องจากน้ำทะลักเข้าภายในนิคมซึ่งประกอบไปด้วยโรงงานจำนวน 198 แห่ง และมีแรงงานราว 9 หมื่นคน และยังเป็นที่ตั้งของโรงงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์อีกหลายแห่งนอกเหนือจากผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์โดยตรง เช่น นิเดค คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น และเป็นซัพพลายเออร์ใหญ่มากกว่า 70% ของอุตสาหกรรมฮาร์ดิสก์ (ผลิตตัวหมุนแพลตเตอร์ในฮาร์ดดิสก์), เอ็นเอ็มบี-มินิแบ จากญี่ปุ่น และเป็นซัพพลายเออร์ผลิตแพลตเตอร์รายใหญ่เป็นอันดับ 2
นอกจากนี้ยังมีบริษัท "ฮัทชินสัน เทคโนโลยี" ผู้ผลิตแขนจับยึดหัวอ่าน-เขียนข้อมูลสำหรับฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ และเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ โดยบริษัทได้อัพเดทสถานการณ์ในไทยว่า น้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น และเข้าท่วมโรงงานในโรจนะจนไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ ทำให้บริษัทต้องเพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงานในสหรัฐแทน เพื่อป้อนให้แก่ลูกค้าในขณะนี้
ขณะเดียวกันก็ยังมีบริษัท "แมคเนคอม พรีซิชัน เทคโนโลยี" บริษัทลูกของทีดีเค/เอสเออี แมคเนติกส์ จากญี่ปุ่น และฮ่องกง เป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่ผลิตแขนจับยึดหัวอ่าน-เขียนข้อมูลสำหรับฮาร์ดดิสก์, ทีดีเค, โอพีที พรีซิชัน คอมพานี, ฟูรูกาว่า ไทยแลนด์ และฮิตาชิ เมทัล ไทยแลนด์ ที่ล้วนแต่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับประกอบฮาร์ดดิสก์ และมีฐานที่ตั้งโรงงานในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ทั้งระบบสาธารณูปโภค และระบบการขนส่งที่ถูกตัดขาด
อย่างไรก็ตามสำหรับ "เวสเทิร์น ดิจิตอล" ที่หยุดการผลิตโรงงานทั้ง 2 แห่ง ที่บางปะอิน และนวนคร มีสัดส่วนการผลิตฮาร์ดดิสก์ราว 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% เป็นการผลิตจากโรงงานในเมืองกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ขณะที่ "โตชิบา" ล่าสุดก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
เมอร์ริล ลินช์" ชี้ วิกฤติน้ำท่วมพ่นพิษไตรมาส4
เมอร์ริล ลินช์" เผยน้ำท่วมในไทยส่งผลกระทบอุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดดิสก์ โดยเฉพาะ "เวสเทิร์น" ส่วน "ซีเกท" แม้โรงงานไม่กระทบแต่ซัพพลาย เชนขาด ผลสำรวจจากบริษัทหลักทรัพย์เมอร์ริล ลินช์ ชี้วิกฤติอุทกภัยในประเทศไทยมีแนวโน้มจะส่งผลต่อยอดการส่งฮาร์ดดิสก์ ไดร์ฟในช่วงไตรมาส 4
ทั้งนี้เนื่องจากความเสียหายจากน้ำท่วมในไทยช่วงนี้ ทำให้บริษัทคาดว่ากระบวนการผลิตฮาร์ดดิสก์ ไดร์ฟจะได้รับผลกระทบอย่างหนักในระยะสั้น โดยไทยเป็นฐานผลิตฮาร์ดดิสก์ ไดร์ฟที่สำคัญราว 40% ของโลก หรือมีฮาร์ดดิสก์ที่ผลิตได้ในไทยราว 260 ล้านชิ้นในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ชิ้นส่วนสำคัญในการผลิตฮาร์ดดิสก์ ไดร์ฟก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ชัดเจน แต่เชื่อว่าจะส่งผลอย่างหนักในไตรมาส 4 ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นไตรมาสที่เติบโตแข็งแกร่งกว่า โดยเฉพาะ "เวสเทิร์น ดิจิตอล" ที่มีสัดส่วนการผลิตราว 30% ของฮาร์ดดิสก์ ไดร์ฟ ทั่วโลก
ขณะที่ "บริษัทเวสเทิร์น ดิจิตอล" ได้ประกาศเมื่อวันที่ 11 ที่ผ่านมาว่า ฐานผลิตของบริษัทอยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ คาดว่าจะต้องหยุดชะงักในช่วงวิกฤติน้ำท่วม ขณะที่ไตรมาสที่ผ่านมาเวสเทิร์น ดิจิตอลสามารถส่งฮาร์ดดิสก์ออกสู่ตลาดโลกได้ 54 ล้านชิ้น ซึ่งผลิตในไทยราว 32-33 ล้านชิ้น หรือ 60%
ส่วน "ซีเกท" แม้ว่าจะยังสามารถเดินเครื่องผลิตได้ต่อ และโรงงานไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม แต่บริษัทก็ยอมรับว่ามีแนวโน้มว่าซัพพลาย เชนจะมีปัญหาจากการที่บริษัทซัพพลายชิ้นส่วน เช่น "ทีดีเค" ผู้ผลิตชิ้นส่วนแม่เหล็ก และขาจับยึดหัวอ่านฮาร์ดดิสก์, "นิเดค" ผลิตอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่หมุนแพลตเตอร์ และ "ฮัทชินสัน" ผลิตขาจับยึดหัวอ่านฮาร์ดดิสก์ ล้วนแต่ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว
ขณะที่ ซีเกทรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงที่เกิดขึ้นในภูมิภาคว่า ปัจจุบัน โรงงานทุกแห่งของซีเกทในประเทศไทย ทั้งเทพารักษ์ สมุทรปราการ ที่ผลิตหัวอ่าน-เขียน และประกอบชุดหัวอ่าน-เขียนสำเร็จรูป และอ.สูงเนิน นครราชสีมา ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ เช่น สไลเดอร์ ประกอบหัวอ่านและประกอบชุดหัวอ่าน-เขียนสำเร็จรูป รวมทั้งผลิตฮาร์ดไดรฟ์สำเร็จรูป เปิดดำเนินการตามปกติ
หากซัพพลายเชนของชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์กำลังสะดุดและคาดว่าชิ้นส่วนบางประเภทในซัพพลายเชนอาจจะมีจำกัด จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนดังกล่าว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าการสะดุดของซัพพลายเชนจะมีมากน้อยเพียงใด และจะส่งผลต่อปริมาณการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟของซีเกทจากฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทยอย่างไรบ้าง และทคาดว่าปริมาณการจัดส่งฮาร์ดไดร์ฟอาจถูกจำกัดตลอดไตรมาสปัจจุบัน
Tags : ฮาร์ดดิสก์ • น้ำท่วม

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น