เอไอเอสทุ่ม 500 ล้านบาท ประกาศรีแบรนดิ้งภาพลักษณ์-โลโก้ใหม่ ลั่นต้องการหลุดจากปัญหาเดิม ถูกโยงไปพัวพันการเมือง
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า วันที่ 1 ต.ค.นี้ เอไอเอสจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 22 ที่ให้บริการแก่ลูกค้า โดยปัจจุบันมีลูกค้ารวมในระบบแล้ว 32 ล้านราย ที่ผ่านมา เอไอเอสใช้สัญลักษณ์ลูกโลกสีฟ้าของบริษัทโดยเป็นโลโก้เดียวกับกลุ่มชินคอร์ปอเรชั่น ซึ่งถึงเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ใหม่ (รีแบรนด์) เป็นรอยยิ้มสีเขียว แทนความเป็นมิตร การสร้างสรรค์ การเติบโต และการแสดงออกทางความรู้สึกที่มุ่งมั่น ชัดเจน ภายใต้แนวคิด "เอไอเอส ชีวิตในแบบคุณ"
ทั้งนี้ สัญลักษณ์รูปรอยยิ้มสีเขียว จะเป็นเหมือนกับกลุ่มชินคอร์ป ที่ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "อินทัช" และรีแบรนด์มาตั้งแต่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเอไอเอสเอง ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบจึงเพิ่งสามารถรีแบรนด์ได้ เบื้องต้นตั้งงบประมาณสำหรับใช้ในการรีแบรนด์ได้จำนวน 500 ล้านบาท รวมถึงการปรับเปลี่ยนร้านค้าเทเลวิซ ช็อปทั้ง 500 แห่ง เครื่องแบบพนักงาน โลโก้ตามที่ต่างๆ และลงประกาศโฆษณาทางโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ ประเมินว่าสิ้นปีนี้ การรีแบรนด์จะแล้วเสร็จทั้งหมด
เขากล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่เอไอเอสรีแบนด์ในครั้งนี้ ไม่มีนัยสำคัญที่เกี่ยวโยงกับรัฐบาลที่มาจากพรรคเพื่อไทย เพราะการประกาศรีแบรนดิ้งทำก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ดังนั้น การรีแบรนด์เพราะเอไอเอสต้องการแยกตัวออกมาจากบริษัทแม่ ไม่ขอมีภาพลักษณ์เกี่ยวโยงการเมือง เพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านมา และแบรนด์ลูกโลกสีฟ้าที่เคยใช้มานั้น ยอมรับว่าดูแก่เกินไปสำหรับลูกค้า และกระแสของเทคโนโลยี ช่วงเวลานี้คงเหมาะสมที่สุดที่จะปรับภาพลักษณ์ใหม่
"ผมไม่สามารถตอบได้ว่า เรารีแบรนดิ้งเสร็จแล้วภาพจะหายจากการถูกเกี่ยวโยงกับการเมือง และอดีตผู้ถือหุ้น ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้ประชาชนเป็นผู้พิสูจน์ แต่สิ่งที่เราคือได้คือ ให้บริการที่ดีกับลูกค้า มีเทคโนโลยีใหม่มารองรับความต้องการอยู่เสมอ" นายวิเชียร กล่าว
นายสมประสงค์ บุณยะชัย ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การที่บริษัทในเครือถูกโยงไปเกี่ยวกับการเมือง หรืออดีตผู้ถือหุ้นใหญ่ เป็นเรื่องของบุคคลภายนอกที่จะคิดอย่างไรกับบริษัทก็ได้ โดยอยากให้แยกเรื่องนี้เป็น 2 ประเด็น คือ สถานะที่เราเป็น คือ เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือนำเสนอบริการที่ดีมีเทคโนโลยีหลากหลายให้ลูกค้าทั้ง 32 ล้านรายได้ใช้บริการ ส่วนอีกประเด็นคือ สถานะที่คนอื่นมองเรา คือ จะมองว่าเป็นอะไรก็ได้ ซึ่งเอไอเอสไม่สามารถบังคับได้ เพราะเป็นความเห็นส่วนบุคคล
สำหรับภาพรวมของเอไอเอสในปี 2555 นายวิเชียร กล่าวว่า รายได้ยังเติบโตต่อเนื่อง เป็นไปในทางเดียวกับจีดีพีของประเทศที่ 4-5% ส่วนในปีนี้นั้นเดิม คาดไว้ว่าผลประกอบการจะขยายตัวในเลขหลักเดียวระดับสูง หรือ 7-9% แต่จากไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ยอมรับว่า ปัญหาน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ อาจจะส่งผลกระทบต่อการประเมินเป้าหมายไปได้บ้าง แต่ก็ต้องรอประชุมกับที่ประชุมผู้บริหาร และบอร์ดบริษัทก่อน
ขยายโครงข่าย 3จีเพิ่มคลุมทั่ว ปท.
ขณะที่ สัปดาห์ที่ผ่านมา บอร์ดบริษัทอนุมัติแผนลงทุนขยายโครงข่ายให้บริการ 3จีบนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์เพิ่ม จากเดิมที่ให้บริการแล้ว 1,884 แห่ง โดยจะเพิ่มอีกราว 1,610 แห่ง คาดว่า ในเดือน เม.ย.ปี 2555 จะติดตั้งโครงข่ายได้แล้วเสร็จทำให้เดือน เม.ย.ดังกล่าว เอไอเอสจะมีโครงข่ายบริการ 3จีคลื่น 900 3,500 แห่งทั่วประเทศ รองรับปริมาณความจุ (คาปาซิตี้) ได้ 6 ล้านเลขหมาย คาดว่าจะมีลูกค้าใช้บริการ 3จีเป็น 2 ล้านรายในสิ้นปีหน้า จากปัจจุบันมีลูกค้าแล้ว 8.9 แสนราย
"วันนี้คนไทยกว่า 69 ล้านคน ใช้งานมือถือซึ่งถือเป็น 1 ในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แต่ละเดือนใช้งานกว่า 180 ล้านครั้งต่อวัน รวมถึงมีการเชื่อมต่อเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตมากกว่าวันละ 250 ล้านครั้ง ทำให้อุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมมีส่วนนำส่งรายได้ในภาพรวมมากกว่า 2% และก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 300,000 คน"
นายวิเชียร ยังได้กล่าวถึง คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เตรียมประมูลใบอนุญาต 2.1 กิกะเฮิรตซ์ทันที ที่ร่างแผนแม่บทโทรคมนาคม และตารางบริหารคลื่นความถี่เสร็จ ก็น่าจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม เพราะเอไอเอสเองเรียกร้องให้เกิดการแข่งขันบนไลเซ่นใหม่ และหาก กสทช.มีแนวคิดที่จะประมูล 4จีควบคู่ไปด้วยเลยนั้น เอไอเอสก็พร้อมจะเข้าประมูลด้วยเช่นเดียวกัน




ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น