เอ็มวิชั่นประเมินตลาดมือถือ "เฮ้าส์แบรนด์" เข้ายุคขาลงมีสิทธิสูญพันธุ์ เหตุขาใหญ่อินเตอร์แบรนด์หั่นราคาสินค้าแย่งส่วนแบ่งยื้อผู้นำตลาด
นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2011 โชว์เคส กล่าวว่า มือถือเฮ้าส์แบรนด์จะอยู่ได้ลำบากเพราะตลาดแมสกำลังลดลงเรื่อยๆ โดยจะเหลือแบรนด์หลัก คือ ไอ-โมบาย ที่มีฐานะเสมือนผู้ให้บริการมือถืออยู่ด้วย เวลคอมและจีเน็ท มีการทำตลาดเฉพาะทางและมีทิศทางการทำตลาดแตกต่างออกมาจากแบรนด์อื่นชัดเจน
“ซัมซุงเจาะตลาดล่างไม่ค่อยได้ผลแต่เข้าไปในตลาดบนได้สำเร็จ ทำให้โนเกียไม่มีทางเลือกต้องลงไปเล่นในตลาดล่างมากขึ้น ส่งผลให้มือถือระดับล่างในตลาดแมสของเฮ้าส์แบรนด์โดนกินส่วนแบ่งไปเกือบหมด โดยปกติแล้วหากมีโนเกียเป็นตัวเลือกลูกค้าย่อมไม่เทใจไปหามือถือเฮ้าส์แบรนด์อยู่แล้ว” นายโอภาส กล่าว
ด้านนายรุด จารุจันทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท นิวเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดจำหน่ายมือถือแบรนด์ "เวลคอม" กล่าวยอมรับว่า เวลคอมได้รับผลกระทบจากการที่แบรนด์อินเตอร์ลดราคามือถือลงมา ซึ่งจะเห็นการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ขณะที่ เวลคอม ยังคงมีจุดยืนในเรื่องของราคามือถือ-สมาร์ทโฟนที่เหมาะสมกับคุณภาพ โดยจะใช้คอนเซปต์นี้ทำตลาดสู้
"ยอมรับว่า การลดราคาลงมาของมือถืออินเตอร์แบรนด์ กระทบกับยอดขายของเฮ้าส์แบรนด์แน่นอน ซึ่งเฮ้าส์แบรนด์ต้องปรับตัว เวลคอมยังชูจุดขาย ที่ราคาเหมาะสมกับคุณภาพ คือ เวลคอมไม่ได้เป็นมือถือที่ราคาต่ำแล้วสเปคต่ำ การทำสงครามราคาช่วงนี้ ถือเป็นการแข่งขันในตลาดปกติ ซึ่งผู้เล่นตลาดต้องปรับตัวเพื่อรับการแข่งขันอยู่ตลอด เราเน้นทำตลาดโดยดูที่กำลังซื้อผู้บริโภคด้วย ไม่ได้ลดราคาเพื่อที่จะหนีคู่แข่ง"
นายรุด กล่าวต่อว่า กลยุทธ์นับจากนี้ของเวลคอม จะเร่งสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ และรู้จักมากขึ้น จะเน้นสื่อสารทั้งในเชิงแบรนด์ และตัวโปรดักท์ ที่ผ่านมา เวลคอมมีมือถือที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่น มือถือแอนดรอยด์ แฟชั่นโฟน โดยจะเน้นเปิดตัวมือถือ-สมาร์ทโฟนในรุ่นพิเศษ ที่มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่น
"ปัจจุบันเวลคอมอยู่ในท็อปทรีของตลาดมือถือเฮ้าส์แบรนด์ โดยอันดับ 1 เป็นไอโมบาย อันดับ 2 จีเน็ท และอันดับ 3 เวลคอม ขณะที่อยู่ในอันดับ 5 ของตลาดมือถือรวมทั้งหมด"
ด้านนายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย กล่าวว่า การแข่งขันในตลาดมือถือรุนแรงทุกปี ไม่ว่าจะเป็นการดั๊มพ์ราคา หรือการทำโปรโมชั่นต่างๆ ไอโมบายก็ต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมายอดขายในแง่ของจำนวนเครื่องไม่ได้ลดลง แต่รายได้ไม่เพิ่มขึ้น เพราะราคาเฉลี่ยของเครื่องลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการลดไปตามตลาด
"ไอโมบาย เราเน้นทำตลาดเครื่องที่ต้องไปสนับสนุนกับการเป็นโอเปอเรเตอร์ เอ็มวีเอ็นโอด้วย รวมถึงไปสนับสนุนการให้บริการคอนเทนท์ต่างๆ ในกลุ่มสามารถฯ ไอโมบายถือเป็นเฮ้าส์แบรนด์ ที่แตกต่างจากรายอื่น เพราะเรามีธุรกิจหลักที่เข้ามาเสริมให้มือถือไอโมบายมีช่องทางทำตลาดอยู่ได้"
นายฑิตพล จันทรอุไร ผู้จัดการฝ่ายอำนวยการผลิตภัณฑ์ บริษัทเดียวกัน กล่าวว่า การทำตลาดของไอ-โมบายจะโฟกัสเรื่องคุณภาพ และราคา โดยเครื่องฟีเจอร์โฟนจะมีราคาระหว่าง 2,000 บาท สมาร์ทโฟนอยู่ที่ 4,000-6,000 บาท แทบเล็ต 6,000 - 8,000 บาท นับว่าเป็นระดับราคาที่สามารถแข่งขันได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานค่ายมือถือเฮ้าส์แบรนด์กระหน่ำโปรโมชั่นกันรุนแรงมาก เช่น มือถือที่ผลิตจากจีนของค่ายเอสเคจีบางรุ่นจากราคา 5,990 บาท เหลือ 1,290 บาท ส่วนอินเตอร์แบรนด์ส่วนใหญ่ไม่ใช้กลยุทธ์แข่งราคา แต่ใช้วิธีทำโปรโมชั่นแจกแถม และบันเดิลแพ็คเกจพิเศษร่วมกับผู้ให้บริการมือถือแทน
ผู้ค้าเร่งปรับตัวหั่นราคา-เปลี่ยนเป้าหมายใหม่
นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้อำนวยการบริหารสายงานการตลาดและการขาย บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มของมือถือเฮ้าส์แบรนด์เริ่มมีช่องว่างให้ทำตลาดน้อยลง โดยมีปัจจัยสำคัญจากการขยายตัวของมือถือในกลุ่มสมาร์ทโฟน และการขยับลงมาเล่นตลาดล่างของมือถืออินเตอร์แบรนด์ โดยเฉพาะรายใหญ่อย่างโนเกียที่เปิดตัวมือถือ 2 ซิม ราคาถูกซึ่งเคยเป็นจุดขายของมือถือเฮ้าส์แบรนด์
อย่างไรก็ตาม เจมาร์ทยังมีนโยบายทำตลาดต่อไปภายใต้แบรนด์ "เจโฟน" โดยปรับราคาให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1,900 บาท จากที่เคยทำตลาดระดับ 3,900 บาท เพื่อจับตลาดในกลุ่มผู้เริ่มใช้มือถือ และเน้นฟังก์ชัน 2 ซิม และเป็นจอสี พร้อมทั้งวางแผนเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ เดือนละ 1 รุ่น
นอกจากนี้ยังเดินหน้าทำโปรโมชั่นในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป โดยรุ่น ซี-101 และ ดี-201 ราคาเริ่มต้น 990 บาท จากปกติ 1,900 บาท
"มือถือเฮ้าส์แบรนด์คงไม่ตาย แต่ผู้เล่นก็จะเหลือน้อยลงจากเมื่อก่อนมีสารพัดยี่ห้อ บางแบรนด์ก็อาศัยเดี๋ยวมา เดี๋ยวไป ของเราก็กระทบพอสมควรจากที่เคยขายได้เดือนละหลักหมื่นเครื่อง ตอนนี้เหลือราวๆ 2 หมื่นเครื่องต่อไตรมาส" นายกิตติพงศ์กล่าว
ขณะที่ "สปริงเทเลคอม" หนึ่งในผู้ผลิตมือถือเฮ้าส์แบรนด์ก็ได้ปรับตัวไปก่อนหน้านี้ ประกาศยุติการผลิตตัวเครื่อง แต่หันไปเน้นพัฒนาและให้บริการแอพพลิเคชั่นสำหรับการแชทเต็มรูปแบบ
นายชวัล บุญประกอบศักดิ์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการของสปริงเทเลคอม ระบุว่า เดิมบริษัทมีแผนจะบุกตลาดต่างประเทศโดยนำแอพพลิเคชั่นสปริงพรีโหลดในสมาร์ทโฟนซัมซุง แต่ต้องล่าช้าเพราะติดกับภาพเดิมที่เป็นผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ และถูกมองว่าเป็นคู่แข่งกัน
“เราพยายามสร้างการรับรู้ใหม่คือ ผู้ผลิตแอพพลิเคชั่น ไม่ใช่คู่แข่ง และยังมีโอกาสเป็นหนึ่งในตัวเลือกเข้าไปเจาะตลาดซัมซุง แอลจี เอชทีซีที่ยังไม่มีแอพลักษณะนี้”
Tags : เฮ้าส์แบรนด์ • มือถือ • ไอ-โมบาย • จีเน็ท • เวลคอม

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น