กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 26 กันยายน 2554 15:32

ปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ ลุ้น"เอ็มไทย"ฝ่าทุนนอกครองเว็บ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

กระแสการลงทุนของต่างชาติ ที่พรอมหอบเงินเข้ามาเทค โอเวอร์ เว็บไทยยังน่าจับตามอง "เอ็มไทย" ในฐานะเว็บไซต์ไทยยืนยันยังไม่มีใครมาเทค โอเวอร์

"ธุรกิจออนไลน์เป็นโลกเสรี ทุกคนไม่ว่าจะมาจากไหนย่อมมีโอกาส หากมองแง่เสีย พบว่าเข้ามาบดบังธุรกิจคนไทย ข้อมูลพฤติกรรมรั่วไหลสู่ภายนอกทั้งบนดินและใต้ดินที่ไม่ควรถูกเปิดเผย แต่ข้อดีคือมีเทคโนโลยี เงิน และองค์ความรู้ไหลเข้ามาทำให้วงการเติบโต"
 
"ปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์" ผู้ช่วยผู้อำนวยการ การตลาด และธุรกิจ เว็บไซต์ เอ็มไทยดอทคอม ผู้ให้บริการเว็บไซต์เบอร์ 2 ของไทยที่พกความทะเยอทะยานจะไต่ให้ถึงยอดเขาในฐานะเบอร์ 1 วิพากษ์ธุรกิจเว็บไซต์ท่ามกลางสภาวะที่ขบวนพาเหลดทุนต่างชาติหลังไหลเข้ามาซื้อกิจการเว็บไซต์ไทยแบบไม่ขาดสาย จนทำให้ตลาดเกิดการสั่นสะเทือน 

เล็งควบกิจการขยายฐาน
แม้ว่าจะมีคำตอบของคำถามที่ใครต่างก็ทราบว่า หากต้องการอยู่รอด "จะต้องปรับตัว" ทว่าในเกมของธุรกิจนอกโลกเสมือนจริงเรื่องคงไม่ง่ายขนาดนั้น
 
นายปฐมพงศ์ มีมุมมองที่น่าสนใจ พร้อมคำตอบที่แสดงจุดยืนของตัวเองชัดเจนแบบไม่เหมือนใคร และคงยากหากใครจะทำได้เหมือนว่า บริษัทมีแผนเพิ่มการเข้าถึงผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยการซื้อกิจการเว็บไซต์อื่นๆ เช่นกัน ด้านแนวทางมองว่าต้องเป็นเว็บไซต์ที่มีศักยภาพ ช่วยเข้ามาส่งเสริมธุรกิจของบริษัทได้ ไม่ทับสายผลิตภัณฑ์เดิมที่มี และมีความหลากหลายน่าสนใจมากพอ
 
"เราไม่ได้มาแบบตัวเปล่า ไม่เหมือนทุนต่างชาติที่ไม่มีอะไรมาเลยจึงต้องพยายามซื้อกิจการที่มีฐานลูกค้าอยู่เดิมแล้ว ดังนั้นขอบข่ายการพิจารณาจะโฟกัสเฉพาะเว็บที่มีต้นทุน มีโอกาสสร้างกำไร ถ้าล่อแล่จะล้มคงไม่ซื้อเข้ามา"
 
นอกจากนี้บริษัทมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง การปรับตัวให้เท่าทันกับกระแสโลกไม่ใช่ปัญหา ไม่จำเป็นต้องหวาดระแวงทุนไหลเข้าจากต่างชาติ เพราะใช่ว่าเข้ามาแล้วจะสำเร็จทุกรายไป แค่แข่งขันกับตัวเอง อ่านเกมให้ออก เปิดบริการให้ตรงใจผู้บริโภค ใครทำได้ไวกว่าย่อมได้เปรียบ

รัฐไม่ชัดเจนสะท้อนปัญหา
ผู้บริหารเอ็มไทย วิเคราะห์ว่า ความไม่ชัดเจนของนโยบายภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน จึงไม่แปลกที่คนไทยพากันขายเว็บไซต์ของตัวเอง เพราะมองว่าได้เห็นเงินถุงเงินถังที่แน่นอนดีกว่ารอน้ำบ่อหน้าที่ความชัดเจนไม่มี
 
เขามองว่า หากเป็นไปได้รัฐควรเพิ่มให้มีส่วนของการส่งเสริมที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่ควบคุม ไม่ถึงกับต้องมีนโยบายเด็ดขาดเหมือนประเทศจีน แค่ทำบ้างก็ดี จะได้ช่วยอำนวยความความสะดวก และส่งเสริมให้เกิดองค์ความรู้ในประเทศมากขึ้น
 
พร้อมเสนอว่า เมื่อจำเป็นต้องร่างกฏหมายฉบับใหม่ขึ้นมาเฉพาะ แต่ควรมองกลับไปถึงรากฐาน ความเป็นไปได้ว่าความต้องการการใช้งานที่แท้จริง รวมถึงหัวใจสำคัญอยู่ที่ใด
 
เขายังประเมินเทรนด์ของตลาดด้วยว่า ปีนี้ได้เห็นการปรับตัวของการขายโฆษณาบนเว็บไซต์มากที่สุด ทั้งยังมีการจับตามองจัดเรทติ้ง ในยุคแห่งการเปลี่ยนโอกาสยังมีอยู่เสมอ ฉะนั้นภายในต้องใจสู้ ช่วยเชียร์ธุรกิจคนไทยด้วยกัน
 
"เราเองก็มีเข้ามาทาบทามหลายรายเหมือนกันแต่อย่างที่บอก เรามีไดเร็คชั่นชัดเจน ภาวะการเงินแข็งแกร่ง ไม่จำเป็นต้องขายกิจการ ถ้าจะเข้ามาขอเป็นแบบคู่ค่าทางธุรกิจกันจะดีกว่า"

จุดยืนตนเองสำคัญ
ทั้งนี้แนวโน้มการเติบโตธุรกิจเว็บไซต์จะขึ้นอยู่กับการจัดลำดับความนิยม โมเดลการหารายได้มาจากโฆษณามากกว่าเว็บไซต์ที่เป็นอีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้าตรงๆ
 
ส่วนของเอ็มไทยได้เริ่มปรับตัวมาเรื่อยๆ จากที่มีรายได้หลักจากการขายโฆษณา เริ่มเปลี่ยนแนวคิด โดยเพิ่มโมเดลการหารายได้ใหม่ๆ เช่นบริการส่งข้อมูล เพราะโมเดลธุรกิจเดิมที่เป็นคอร์บิสิเนส นานๆ เข้าสิ่งใดที่ได้มาแบบฟรีๆ พอคุณค่ามักถูกมองข้ามไป
 
"ผู้ที่มีโอกาสอยู่รอดมักเป็นเว็บไซต์ติดอันดับท็อป 20 หากเป็นเว็บขนาดกลางหรือเล็กกว่านั้นโอกาสจะน้อยกว่าต้องใช้บริการสำเร็จรูปร่วมกับคู่ค้าและจ่ายค่าบริการเป็นรายคลิกเช่นของกูเกิล"
 
อย่างไรก็ดีขณะนี้รายได้หลักของเอ็มไทยมาจากการขายโฆษณาและธุรกิจให้คำปรึกษา 90% ที่เหลือเป็นอีคอมเมิร์ซ 10% โดยเฉลี่ยแต่ละเดือนมีมูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท

ชูออนดีมานด์รุกอีคอมเมิร์ซ
นายปฐมพงศ์ เผยว่า ล่าสุด บริษัทแม่เครือ "โมโนกรุ๊ป" อนุมัติงบประมาณหลักหลาย 10 ล้านบาทเปิดบริการดูหนังออนไลน์แบบวีดีโอสตรีมมิ่งรายแรกในประเทศไทย โปรเจ็ค “ดูหนัง.เอ็มไทย(doonumg.mthai.com)” หวังรุกตลาดอีคอมเมิร์ซแบบเต็มรูปแบบ ต่อยอดธุรกิจคอนเทนท์ตามกระแสการเติบโตของตลาดที่มีอัตราก้าวกระโดดทุกปี แบ่งเป็นเงินลงทุนซื้อลิขสิทธิ์หนังจากไทย ต่างประเทศ และการลงทุนขยายระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องทำต่อเนื่อง
 
นอกจากนี้ จะใช้จุดแข็งด้วยการนำเสนอภาพยนตร์ชั้นนำคุณภาพระดับไฮเดฟฟินิชั่น ภาพยนตร์อินดี้ที่ไม่เข้ามาฉายในไทย รวมถึงภาพยนตร์แบบเอ็กซ์ครูซีฟ ที่มีจำนวนกว่า 1,500 เรื่อง พร้อมเตรียมเข้าไปเจรจากับคู่ค้าค่ายหนังขนาดใหญ่ฮอลลีวูด พร้อมพัฒนาระบบอัตโนมัติปรับระดับคุณภาพวีดิโอที่ไลฟ์สตรีมให้ผู้ชมสามารถเข้าชมจากสมาร์ท ดีไวซ์ ทุกที่ และทุกเวลาตลอด ไม่มีจำกัด
 
เขาระบุด้วยว่า หนังกลุ่มแมสวงการฮอลลีวูดจะได้เห็นแน่นอนภายในเดือน 11 - 12 ของปีนี้ บริษัทจะพิจารณาดีลอย่างรอบคอบเพื่อความคุ้มค่าของการลงทุนมากที่สุด
 
"บริษัทวางแผนไว้ว่าจะใช้งบการตลาดราว 40 ล้านบาทเน้นการทำตลาดแบบออนไลน์เพื่อเปิดตลาดให้เป็นที่รู้จัก และตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปี 2555 มีจำนวนสมาชิก 5 แสนราย ทั้งยังหวังด้วยว่าจะสามารถครองเว็บไซต์เบอร์หนึ่งประเทศไทยจากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 2 มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ (ยูนีค ไอพี) 6.5 แสนคนต่อวัน"

 

Tags : เอ็มไทย

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement

advertisement