โค้งสุดท้ายของการก้าวเข้าสู่โฉมหน้าใหม่ของการสื่อสาร ช่วงเวลาของการวัดดวง โอกาสได้สัมผัสกับระบบที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีล่าสุดทั่วโลก
โค้งสุดท้ายของการก้าวเข้าสู่โฉมหน้าใหม่ของการสื่อสารและอาจถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาของการวัดดวงว่าเราจะมีโอกาสได้สัมผัสกับระบบการสื่อสารที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลกขณะนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนเท่านั้น
โดยเฉพาะช่วงผู้ให้บริการทุกค่ายที่เข้าร่วมประมูลไลเซ่นใหม่ถูกจำกัดอยู่ใน "ไซเลนท์ พีเรียด" ทุกอย่างเหมือนจะหยุดเคลื่อนไหว แต่คงไม่ใช่สำหรับเกมการตลาดที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในสมรภูมิที่ขึ้นชื่อว่า ดุเดือดที่สุดในโลกไร้สายประเทศไทย
"สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ยอมรับว่า ตลาดครึ่งปีหลังยังคงแข่งขันกันดุเดือดเป็นปกติ เนื่องจากสภาพตลาดถึงจุดที่ประชากรมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเองครบ 100% แล้ว และคาดว่าปีนี้จะขยับเป็น 106% หรือราว 69 ล้านราย จากการเติบโตของผู้ใช้หน้าใหม่ที่อายุต่ำลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะวัยประถม รวมทั้งการเติบโตของการใช้ "ดาต้า เซอร์วิส" และ "โซลูชั่น" ฝั่งองค์กร ซึ่งมองภาพรวมว่า ดีกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อยที่ตลาดยังสามารถโตได้อีก
เขาเชื่อว่า ความโชคดีของเอไอเอสคือ ความชัดเจนในการทำตลาดแบบ "มัลติแบรนด์" โดยมี "จีเอสเอ็ม" เจาะตลาดคนทำงาน ผู้บริหาร และผู้ที่คลั่งไคล้เทคโนโลยี "วันทูคอล" จับกลุ่มวัยรุ่น และ "สวัสดี" สำหรับกลุ่มพ่อบ้านแม่บ้านที่ใช้งานน้อย ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่ตลาดก็พยายามทำตลาดแบบเซ็กเมนเตชั่น เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มย่อยให้ได้มากที่สุด
จับพาร์ทเนอร์ใหม่เพิ่มช่องทาง
การวางเกมให้เอไอเอสเดินตามแผนปกติอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอแล้ว ปีนี้เขายังมีแผนหาช่องทางให้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาบริการใหม่ๆ ออกรองรับความต้องการตลาด
"เราเองเป็นมัลติแบรนด์ และเน้นการทำตลาดอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด โดยเริ่มปรับเป็นเซ็กเมนเตชั่น แบรนด์ และทำตลาดแบบเซ็กเมนเตชั่น มาร์เก็ตติ้ง อยู่แล้ว เพื่อจับตลาดให้ละเอียดมากขึ้น ซึ่งความที่ต้องลงลึกถึงความต้องการของลูกค้าเฉพาะรายมากขึ้นทำให้สินค้า และบริการที่มีอยู่ไม่พอ เริ่มต้องมองหาสินค้า และบริการของคนอื่นๆ มาเสริม ก็ไม่จำกัดแค่ในประเทศ เช่น โลตัสซิม แกรมมี่ซิม หรือล่าสุดกับซิมฝั่งโขง เป็นความร่วมมือระดับประเทศ 3 ประเทศ คือไทย ลาว และ เขมร ให้บริการฐานลูกค้าของตัวเอง" สมชัย ว่า
ทำสิ่งตรงหน้าให้ดีที่สุด
เขาเชื่อว่า ไม่ว่ากฎกติกาใหม่ หรือสภาพตลาดภายหน้าจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด" ซึ่งภายใต้กรอบเวลาที่มีอยู่ขณะนี้บริษัทยังต้องดำเนินไปตามแผนงานที่มีอยู่ และรักษาความเป็นผู้นำโดยการทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด
พร้อมทั้งพัฒนาสินค้าและบริการที่แตกต่างเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างความแตกต่างในเกมการแข่งขันที่ถือว่า "ใครดี ใครได้" และในฐานะที่เป็นโอเปอเรเตอร์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด นั่นหมายถึงยิ่งต้องทำให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าและบริการที่ดีที่สุดตลอดเวลาบนพื้นฐานความสำเร็จ 5 แกนที่เอไอเอสย้ำคือ เครือข่ายคุณภาพ บริการดี เทคโนโลยีใหม่และต้องตอบแทนสังคม
ย้ำหัวใจ"อยู่เคียงข้างคุณ"
แล้วก็ตอกย้ำกุญแจสำคัญที่ยังรักษาความเป็นผู้นำตลาด นั่นคือ ความพยายามที่จะเป็นเครือข่ายที่สามารถ "อยู่เคียงคุณ" หรือผู้ใช้ได้ตลอดเวลา ซึ่งนั่นอาจหมายถึงความสำเร็จที่เอไอเอสสามารถเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของผู้ใช้ทุกคนได้
"อะไรก็ตามที่ทำแล้วให้ลูกค้าอยู่กับเรา เราก็จะทำ และต้องเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่าเราเป็นเครือข่ายที่คนยอมรับ และพึงพอใจที่จะใช้งาน ซึ่ง ณ จุดนี้ดูจากยอดผู้ใช้บริการแล้ว เราว่าก็มาถึงจุดที่ประสบความสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง"
ลาว-เขมรชี้ 3จีผลักดันโทรคม
"ทันสมัย กมมสิทธิ์" ผู้อำนวยการทั่วไป บริษัท ลาว เทเลคอม กล่าวว่า หลังจากประเทศลาวเปิดให้มีใบอนุญาต (ไลเซ่น) 3จีมาตั้งแต่ปี 2551 เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมให้ขยายตัวได้มาก แม้ว่าปัจจุบันประเทศลาวจะมีผู้ใช้บริการ 3จีเพียง 3 หมื่นเลขหมายเท่านั้น ซึ่งยังถือเป็นจำนวนที่ต่ำอยู่ เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วประเทศที่มี 7 ล้านราย แต่เชื่อว่าจากประสิทธิภาพการใช้งานการรับส่งข้อมูลที่ดีจะยิ่งช่วยให้จำนวนคนใช้ระบบ 3จีแพร่หลายมากขึ้น โดยคาดว่าสิ้นปีจะมีผู้ใช้งาน 1 แสนราย
เขาเห็นว่า การที่ประเทศไทยจะเปิดให้ประมูลไลเซ่น 3จีถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีระบบ 3จีใช้กันเกือบครบทุกประเทศแล้ว ส่วนของลาว เทเลคอม เป็นรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือมา 14 ปีแล้ว มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นรัฐบาล 51% และบริษัท ไทยคม 49%
ลาว เทลคอม เป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ของตลาด มาร์เก็ตแชร์ 52% จากโอเปอเรเตอร์ 4 ราย ผู้ใช้งาน 3 ล้านราย แต่ที่เป็นผู้ใช้งานจริง 1.4 ล้านราย
"อดิศัย สุนทรรัตนรักษ์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มโฟน จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดให้มีบริการ 3จี ทั้งระบบ 800 900 และ 2.1 กิกะเฮิรตซ์การแข่งขันถือว่ารุนแรงมาก โดยเฉพาะการทำสงครามราคา
กัมพูชามีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 15 ล้านราย หรือ 25% ของประชากร แต่หากวัดรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือนแล้วมีผู้ใช้เพียง 3.5 ล้านราย แต่โอเปอเรเตอร์มากถึง 9 ราย เอ็มโฟนมีมาร์เก็ตแชร์อันดับ 3 ผู้ใช้งาน 8 แสนราย ปีนี้ตั้งเป้าจะมีเพิ่มเป็น 1 ล้านราย
Tags : สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ • เอไอเอส

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น