“เอไอเอส” ย้ำภาพผู้นำตลาดผนึกโอเปอเรเตอร์ข้ามฝั่งแม่น้ำโขง เปิดตัว “ซิมฝั่งโขง” เพิ่มทางเลือกโทรข้ามประเทศประหยัดสูงสุด90%
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า บริษัทร่วมกับ “เอ็มโฟน” ผู้ให้บริการระบบเครือข่ายไร้สายในกัมพูชา และ “ลาว เทเลคอม” จากลาว ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่นเช่นเดียวกัน พัฒนาแพ็คเกจค่าโทรอัตราพิเศษ เจาะกลุ่มลูกค้าวัน-ทู-คอล ! ที่เดินทางไปกัมพูชาหรือลาวสามารถโทรกลับบ้าน, โทรในประเทศนั้นๆ ในอัตราค่าโทรนาทีละ 6 บาท และส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ได้เพียงครั้งละ 6 บาท ช่วยให้ประหยัดสูงสุดกว่า 9 0%
ทั้งนี้โดยมีชื่อและรูปแบบที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคของแต่ประเทศ
สำหรับ “เอไอเอส” ได้จัดทำแพ็คเกจซิมใหม่ในระบบพรีเพด “ซิมฝั่งโขง” จากวัน - ทู - คอล ! เพื่อให้ลูกค้าที่เปิดใช้บริการในไทยสามารถนำไปใช้งานในทุกพื้นที่ของประเทศกัมพูชาและลาว โดยเลือกเครือข่าย “เอ็มโฟน” ในกัมพูชา และ “ลาว เทเลคอม” ในลาว ซึ่งไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศใดใน 2 ประเทศนี้ ก็สามารถโทรข้ามประเทศหากัน และโทร local ในประเทศนั้นๆได้ ในอัตราค่าโทรพิเศษนาทีละ 6 บาท หรือส่งเอสเอ็มเอส ข้อความละ 6 บาทเช่นกัน ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าประหยัดได้สูงสุดถึง 90%
“ นอกเหนือจากกลยุทธ์ Partnership Marketing ที่เอไอเอสร่วมกับพันธมิตรในหลากหลายธุรกิจเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ามาโดยตลอดแล้ว อีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดที่สำคัญของเอไอเอสที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องก็คือ การผสานกำลังกันระหว่างบริษัทในเครือ เพื่อร่วมกันพัฒนาสินค้าและบริการในรูปแบบต่างๆ ให้สามารถตอบโจทย์ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละ segment ได้อย่างโดนใจ” นายสมชัยกล่าว
พร้อมกับเผยว่า ปัจจุบันตลาดมือถือไทยเข้าสู่จุดอิ่มตัวแล้ว หรือมีอัตราการใช้งานต่อประชากร 100% และคาดว่าจะเพิ่มอีกราว 4 ล้านรายในปีนี้ (จาก 65 ล้านเบอร์เป็น 69 ล้านเบอร์)
ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเพราะการเติบโตของผู้ใช้กลุ่มใหม่ เช่น นักเรียนระดับประถม, การใช้ดาต้า เซอร์วิส และโซลูชั่นระดับองค์กร
นอกจากนี้ยังมีช่องว่างในตลาดระดับภูมิภาค ซึ่งจากผลสำรวจของบริษัทพบว่า ในบางภูมิภาคยังมีอัตราการใช้งานมือถือต่อประชากรไม่สูงนัก เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 55%
เขาระบุว่า จากการทำตลาดที่เข้าถึงและใกล้ชิดกับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด ทำให้บริษัททราบถึงความต้องการและพฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์มือถือของลูกค้ากลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี และพบว่ามีกลุ่มชาวไทยจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในเขตชายแดนไทย กัมพูชา และลาว เดินทางเข้า - ออกระหว่าง 3 ประเทศเป็นประจำ
ทั้งการเดินทางไปติดต่อธุรกิจ หรือเพื่อการท่องเที่ยว โดยระหว่างการเดินทางมีการติดต่อสื่อสารผ่านบริการข้ามแดนอัตโนมัติในอัตราค่าโทรค่อนข้างสูง จึงเป็นโจทย์ที่ทั้ง 3 โอเปอร์เรเตอร์ คือ เอไอเอส - ประเทศไทย , เอ็มโฟน - ประเทศกัมพูชา และลาว เทเลคอม – ประเทศลาว ต้องมาร่วมกันตอบโจทย์เพื่อทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และความคุ้มค่ามากที่สุด โดยร่วมกันออกแบบแพ็คเกจค่าโทรในอัตราพิเศษ โดยมีชื่อและรูปแบบที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคของแต่ประเทศ
ความร่วมมือในครั้งนี้นอกจากจะร่วมกันออกแพ็คเกจซิมใหม่ ยังได้มีการถ่ายทอดมิตรภาพระหว่างเพื่อนบ้านผ่านทางภาพยนตร์โฆษณา ที่ร่วมกันผลิตเป็นเรื่องเดียวกัน และจัดทำเป็น 3 เวอร์ชั่น 3 ภาษา ทั้งภาษาไทย, กัมพูชา และลาว โดยใช้นักแสดงจากทั้ง 3 ประเทศมาร่วมกันถ่ายทอดความพิเศษของแพ็คเกจซิมใหม่นี้ให้กับกลุ่ม เป้าหมายของแต่ละประเทศ
อย่างไรก็ตาม สำหรับ “ซิมฝั่งโขง” จำหน่ายในราคาซิมละ 99 บาท ตั้งแต่วันนี้ที่ร้านค้าทั่วไปใน 13 จังหวัดที่ติดชายแดนประเทศลาวและกัมพูชา ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี , เลย , หนองคาย , นครพนม , มุก ดา หาร , อำนาจเจริญ , ศรีษะเกษ , สุรินทร์ , บุรีรัมย์ , จันทบุรี , ตราด, สระแก้ว และบึงกาฬ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอไอเอส คอลล์ เซอร์เตอร์ 1175
นายทันสมัย กมมสิทธิ์ ผู้อำนวยการทั่วไป บริษัท ลาว เทเลคอม กล่าวว่า หลังจากประเทศลาวเปิดให้มีใบอนุญาต (ไลเซ่น) 3จีมาตั้งแต่ปี 2551 นั้น เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมให้ขยายตัวได้มาก แม้ว่าปัจจุบันในประเทศลาวจะมีผู้ใช้บริการ 3จีเพียง 30,000 เลขหมายเท่านั้น ซึ่งยังถือเป็นจำนวนที่ต่ำอยู่ เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วประเทศที่มี 7 ล้านราย แต่เชื่อว่าจากประสิทธิภาพการใช้งานการรับส่้งข้อมูลที่ดีนั้น จะยิ่งช่วยให้จำนวนคนใช้ระบบ 3จีแพร่หลายมากขึ้น โดยคาดว่าสิ้นปีจะมีผู้ใช้งาน 1 แสนราย
ทั้งนี้ เห็นว่า จากกระแสที่ประเทศไทยจะเปิดให้ประมูลไลเซ่น 3จีก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจาก ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีระบบ 3จีใช้กันเกือบครบทุกประเทศแล้ว ในส่วนของลาว เทเลคอม ถือเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือมา 14 ปีแล้ว มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นรัฐบาลในสัดส่วน 51% และบริษัท ไทยคม ถือหุ้น 49% โดยลาว เทลคอม เป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ของตลาดมีมาร์เก็ตแชร์ 52% จากจำนวนโอเปอเรเตอร์ 4 ราย จำนวนผู้ใช้งาน 3 ล้านราย แต่ที่เป็นผู้ใช้งานจริง (Active User) จำนวน 1.4 ล้านราย
ในส่วนของการเปิด 3จีในประเทศลาวนั้น รัฐบาลให้ไลเซ่น 3จีฟรีไม่ต้องมีการประมูล ใบอนุญาตหนึ่งใบมีคลื่นความถี่ 25 เมกกะเฮริตช์ ใบอนุญาตไม่มีวันหมดอายุ สำหรับค่าธรรมเนียมที่ต้องนำส่งให้รัฐบาล จะไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับรายได้แต่ละปี คิดตามภาษีของจำนวนลูกค้าที่มีอยู่ โดยในปี 2552 บริษัทจ่ายรายได้คืนให้รัฐจำนวน 2 ล้านเหรียญดอล่าร์ ส่วนรายได้รวมทั้งปีมีจำนวน 140 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ มีกำไร 40 ล้านเหรียญ และในปีนี้ตั้งเป้าว่า รายได้จะเพิ่มขึ้น 15-20%
ขณะที่ นายอดิศัย สุนทรรัตนรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มโฟน จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดให้มีบริการ 3จี ทั้งในระบบ 800 900 และ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ การแข่งขันในกัมพูชาถือว่าแข่งขันกันรุนแรงมาก โดยเฉพาะการทำสงครามราคา โดยในกัมพูชาเองมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 15 ล้านราย คิดเป็นอัตราการใช้งานต่อจำนวนประชากร 25% แต่หากวัดรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือนแล้วพบว่า จริงๆแล้วมีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือเพียง 3.5 ล้านรายเท่านั้น ขณะที่มีโอเปอเรเตอร์ให้บริการมากถึง 9 ราย
เอ็มโฟนเองมีมาร์เก็ต แชร์ใหญ่เป็นอันดับ 3 มีจำนวนผู้ใช้งาน 8 แสนราย โดยในปีนี้ตั้งเป้าหมายจะมีผู้ใช้งานเพิ่มเป็น 1 ล้านราย ส่วนผู้ให้บริการเบอร์ 1 เป็นแบรนด์ โมบิเทล มีผู้ใช้งาน 1.2 ล้านราย อันดับ 2 คือ เวียดเทล มีผู้ใช้งาน 1 ล้านราย ซึ่งจะเห็นได้ว่าจำนวนลูกค้าของผู้ให้บริการแต่ละราย ไม่แตกต่างกันมาก ดังนั้น การทำตลาดของเอ็มโฟน จะหันมาเน้นที่ประสิทธิภาพการให้บริการ ความคุ้มค่าเป็นหลัก เพื่อฉีกแนวการทำตลาดที่เน้นแต่ตัดราคาเพื่อแย่งชิงลูกค้าเท่านั้น
Tags : เอไอเอส • ลาว เทเลคอม • เอ็มโฟน




ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น