"ดีแทค" เพิ่มทางเลือกลูกค้าเข้าสู่ยุคออนเน็ต/ออฟเน็ต เปิดแพ็คเกจ "วัน" ให้สิทธิโทรใน-นอกเครือข่ายเท่ากันนาทีละ 1 บาท นำร่องตลาดโพสต์เพด
นายเพ็ตเตอร์ เฟอร์เบิร์ก รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานพาณิชย์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า บริษัทมองภาพรวมตลาดไตรมาส 3 เป็นบวก ซึ่งเป็นปกติของตลาดเมื่อเทียบกับการเติบโตในไตรมาส 2 และคาดว่าดีแทคจะยังมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับสูง (7-9%) โดยเป็นผลจากการขยายตัวของลูกค้าระบบเติมเงิน (พรีเพด) ในภูมิภาค การใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้น และภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น
อย่างไรก็ตามหลังจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีข้อกำหนดให้คิดค่าโทรในและนอกเครือข่ายอัตราเดียวกัน (ออนเน็ต/ออฟเน็ต) ทำให้บริษัทต้องหาทางเลือกให้ลูกค้า ล่าสุดเปิดตัวแพ็คเกจ "วัน" คิดค่าบริการโทรในเครือข่ายและนอกเครือข่ายนาทีละ 1 บาท 24 ชั่วโมง ค่าบริการเริ่มต้น 200 บาท พร้อมสิทธิโทรฟรี 200 นาที
บริษัทเลือกเปิดแพ็คเกจกลุ่มลูกค้าใช้นานระบบรายเดือน (โพสต์เพด) ก่อน เนื่องจากกลุ่มนี้มีลูกค้ามากกว่า 80% เน้นการใช้งานด้านเสียง (วอยซ์) เป็นหลัก ใช้เอสเอ็มเอสบ้างเล็กน้อย ทั้งการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานส่วนใหญ่กลุ่มนี้ต้องการอะไรที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ซึ่งแพ็คเกจดังกล่าวจะเน้นความเรียบง่าย พร้อมทั้งมีแพ็คเกจเสริมสำหรับผู้ใช้ที่เน้นโทรในเครือข่าย โดยคิดค่าธรรมเนียมการใช้งาน 100 บาทต่อแพ็คเกจ คิดค่าโทรเพิ่มเติมต่ำสุดที่ 0 บาท (ฟรีกลางคืน)
บริษัทจะให้สิทธิดังกล่าวสำหรับลูกค้าทั้งรายใหม่และเก่า โดยลูกค้าปัจจุบันสามารถเปลี่ยนแพ็คเกจได้ฟรีที่ *1888 กด 1
เขาคาดว่าจะมีลูกค้าใช้บริการโพสต์เพดรายใหม่เพิ่มราว 3 หมื่นรายต่อเดือน จากปัจจุบันมีลูกค้าใหม่เฉลี่ย 5 หมื่นรายต่อเดือน ทั้งยังได้เตรียมเปิดตัวแพ็คเกจใหม่ที่สอดคล้องกับนโยบายออนเน็ต/ออฟเน็ตสำหรับลูกค้าพรีเพดช่วงกลางเดือน ส.ค.นี้
นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์องค์กร ดีแทค ให้ความเห็นว่า นโยบายของ กทช.ต่อประเด็นออนเน็ต/ออฟเน็ตยังไม่ชัดเจน เนื่องจากยังไม่เป็นลายลักษณ์อักษรให้โอเปอเรเตอร์ปฏิบัติ ทำให้บริษัทจำเป็นต้องเดินหน้าไปแบบกล้าๆ กลัวๆ ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้ยกเลิกโปรโมชั่นเดิมที่มีอยู่ แต่เป็นการทำแพ็คเกจเพิ่มเป็นทางเลือกให้ลูกค้าก่อน พร้อมทั้งได้ส่งหนังสือชี้แจงต่อ กทช. ถึงรายละเอียดการทำแพ็คเกจดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังไม่การตอบกลับใดๆ
อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทมีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) โพสต์เพดราว 600 บาทต่อเดือน ซึ่งคาดว่าแพ็คเกจดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการโทรได้มากขึ้น เนื่องจากการคิดค่าบริการอัตราเดียวจะทำให้ลูกค้าไม่ต้องคิดว่าต้องหยุดการโทรเมื่อเกินข้อกำหนดของแพ็คเกจเดิม
พร้อมกันนี้เขาให้ความเห็นถึงกรณีค่าโทรที่เรียกร้องให้ถูกลงมากกว่าปัจจุบันว่า ประเด็นสำคัญควรอยู่ที่ กทช.มากกว่าที่จะต้องเป็นผู้กำหนดกฎระเบียบต่างๆ เพื่อกระตุ้นการแข่งขัน เนื่องจากหากจะบังคับให้โอเปอเรเตอร์ทำราคาถูกก็จะกระทบต่อคุณภาพของการให้บริการอย่างแน่นอน
"กฎระเบียบกับกาaรทำตลาดในปัจจุบัน มันเป็นแบบกฎนำตลาด ทำให้เราก็ต้องหาแพ็คเกจเพื่อตอบโจทย์ แต่สำคัญคือ กทช.ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะต้องทำหรือไม่ เพราะไม่มีคำสั่งมาชัดเจน ทำให้แต่ละรายก็ต้องลองหาทางของตัวเอง ซึ่งดีแทคจะเป็นแบบ Flat ราคาเดียว ส่วนเอไอเอสก็จะซับซ้อนกว่า" นายธนากล่าว
Tags : ดีแทค

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น