กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 31 กรกฎาคม 2553 08:00

สบท.ปลุกผู้บริโภคอย่ายอมถูกยึดค่าโทร

สบท.ปลุกผู้บริโภคอย่ายอมถูกยึดค่าโทร

สบท.ปลุกผู้บริโภคอย่ายอมถูกยึดค่าโทร

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

สบท. เตือนผู้บริโภคใช้สิทธิ อย่ายอมถูกยึดค่าโทรระบบเติมเงิน หลังพบผู้ใช้บริการเจอปัญหาโดนยึดเงินเฉลี่ยรายละกว่า 1 พันบาท

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่า จากสถิติการรับเรื่องร้องเรียนช่วงครึ่งปี 2553 มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ ปัญหาร้องเรียนจากระบบเติมเงินซึ่งมีผู้ใช้บริการถึง 90% ของโทรศัพท์มือถือ โดยมีเรื่องร้องเรียน 107 เรื่อง หรือราว 1 ใน 6 ของทั้งหมด

ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ โดนยึดเงิน ซึ่งเกิดจาก 2 กรณี คือ เติมเงินไม่ทัน 59 เรื่อง และต้องการยกเลิกบริการแต่มีเงินค้างอยู่ในระบบ  5 เรื่อง

ทั้งนี้จากจำนวนผู้ร้องเรียนมี 47 เรื่องแจ้งยอดเงินชัดเจน พบว่า ถูกยึดเงินไปทั้งสิ้น 51,413.73 บาท หรือเฉลี่ย 1,093.90 บาทต่อราย จำนวนเงินที่ถูกยึดสูงสุด 4,312 บาท ต่ำสุด 18 บาท เปรียบเทียบปี 2552 มีผู้ถูกยึดเงิน 36 กรณี รวมเป็นเงิน 26,451.07 บาท จำนวนสูงสุดที่ 6,888.69 บาท

“หากดูจำนวนเรื่องร้องเรียน 107 เรื่อง เหมือนไม่มาก แต่ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการพรีเพดมากกว่า 60 ล้านราย ดังนั้นแค่มีผู้บริโภคที่ใช้บริการระบบเติมเงินเพียง 1% หรือ 6 แสนราย ประสบปัญหานี้ ก็เท่ากับมีเงินของผู้บริโภคมากกว่า 600 ล้านบาทที่อาจถูกยึดจากผู้ให้บริการ”

เขา กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเสมือนเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่การยึดเงินในระบบและเบอร์โทรศัพท์นั้น ตามประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ข้อ 11 ระบุว่า การให้บริการโทรคมนาคมในลักษณะที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการเป็นการล่วงหน้าจะต้องไม่มีข้อกำหนดอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ซึ่งจนถึงขณะนี้คณะกรรมการยังไม่มีมติในเรื่องดังกล่าว ดังนั้น บริษัทจึงไม่มีสิทธิที่จะยึดเงินและยึดเบอร์โทรศัพท์ของผู้บริโภค

ดังนั้น หากใช้บริการระบบเติมเงินแล้วถูกยึดเงินไป ผู้ใช้สามารถเรียกร้องขอเงินคืนเข้าระบบได้โดยติดต่อโดยตรงไปยังเครือข่ายที่ใช้บริการ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบของ สบท. พบว่า ขณะนี้แต่ละบริษัทมีแนวทางการให้บริการระบบเติมเงิน คือ แฮปปี้ หากวันหมดไม่เติมเงินช่วง 30 วันแรก จะรับสายได้ แต่โทรออกไม่ได้ เติมเงินและตรวจสอบยอดเงินได้ ทบยอดเงินที่เหลือให้เมื่อเติมเงินใน 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 31-45 จะรับสายและโทรออกไม่ได้ เติมเงินและตรวจสอบยอดเงินที่เหลือได้ แต่จะไม่ทบยอดเงินที่เหลือให้ วันที่ 46 จะถูกยึดเบอร์โทรศัพท์

ส่วนวันทูคอล รักษาเบอร์ไว้ให้ 30 วัน รับสายได้แต่โทรออกไม่ได้ จากนั้นจะถูกยกเลิกบริการ ด้านทรูมูฟ 15 วันแรกรับสายได้ โทรออกไม่ได้ วันที่ 16-17 รับสายและโทรออกไม่ได้ วันที่ 18 ถูกยึดเบอร์

Tags : สบท.

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Video

advertisement

advertisement

advertisement