คุมเกมค้าปลีกไอทีอาเซียน โดยได้รับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Executive Director)
แม้จะต้องการเกษียณตัวเองจากธุรกิจไอที ที่คลุกคลีมายาวนานใน 2-3 ปีข้างหน้า หากด้วยประสิทธิภาพเต็มเปี่ยม นาย "ณรงค์ อิงค์ธเนศ" ประธานบริหาร บริษัท เดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Executive Director) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท อีซีเอส โฮลดิงส์ จำกัด มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลด้านระบบปฏิบัติการธุรกิจทั้งหมดของภูมิภาคนี้
นาย "เดวิด ลี" ประธานคณะกรรมการบริหาร อีซีเอส โฮลดิงส์ ให้เหตุผลถึงการแต่งตั้งผู้บริหารใหม่ว่า ได้ทบทวนโครงสร้างการบริหารงานในกลุ่มอีซีเอสใหม่ เนื่องจากนาย "เทย์ เอ็ง โฮ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอีซีเอส ประกาศเกษียณตัวเองไปเมื่อสิ้นเดือน ก.พ. 2553 จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในแง่ของโครงสร้างการบริหารงานและการปฏิบัติการ โดยแต่งตั้งนายณรงค์ ขึ้นรองรับการเติบโตของตลาดในภูมิภาคนี้
ตำแหน่งของนายณรงค์จะขึ้นกับส่วนงานบริหารสูงสุดของอีซีเอส (Corporate Executive Office) โดยขึ้นตรงต่อทั้งประธานบริหารของกลุ่มอีซีเอส คือ นายเมอร์วิน เหมา และตัวนายเดวิด ที่เป็นประธานคณะกรรมการบริหารของอีซีเอส โฮลดิงส์ รวมทั้งนายณรงค์ยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของบริษัทสาขาอีซีเอส แทนตำแหน่งของนายเทย์ เอ็ง โฮ อีกด้วย
"เป็นที่ทราบกันดีว่านายณรงค์เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งอีซีเอส กรุ๊ป ที่เพียบพร้อมด้วยประสบการณ์อันโชกโชนในด้านอุตสาหกรรมไอซีที และยังมีสายสัมพันธ์อันดีเยี่ยมกับเหล่าเวนเดอร์ของบริษัท ด้วยเหตุนี้เราจึงเชื่อมั่นว่านายณรงค์จะร่วมมือกับทีมบริหารของอีซีเอส ช่วยผลักดันและสร้างโอกาสการเติบโต รวมถึงวางรากฐานอันแข็งแกร่งให้องค์กรของเรา สามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสง่างาม"
จากไทยสู่อาเซียน
นายณรงค์ เล่าว่า ที่ผ่านมา ได้เป็นหนึ่งในทีมบริหารของกลุ่มอีซีเอสมาตั้งแต่เริ่มต้น ถึงขณะนี้เป็นเวลา 12 ปีแล้ว ที่ทำหน้าที่ดูแลการดำเนินธุรกิจของประเทศไทยให้กลุ่มอีซีเอส ขณะเดียวกัน ก็นั่งเป็นประธานให้กลุ่มที่สิงคโปร์ด้วย
"ความจริงทุกวันนี้ ผมก็เริ่มจะลดบทบาทของตัวเองลง 6-7 ปีหลังเข้าไปตั้งกองทุนสนับสนุนเอสเอ็มอี นำความรู้และประสบการณ์ที่มีไปช่วยเหลือเขา ถึงวันนี้ลงทุนไป 6-7 บริษัทแล้ว แต่พอดีนายเทย์ เอ็ง โฮ ซีอีโอของกลุ่ม ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งอีซีเอส โฮลดิงส์ มากับผมขอเกษียณตัวเองที่อายุ 57 ปี และทางกลุ่มก็ขาดผู้บริหารจะเข้ามาดูแลตรงนี้ นายลีเลยขอให้ผมเข้ามาช่วย แต่ผมขอดูแลธุรกิจเฉพาะภูมิภาคอาเซียน ไม่รวมจีน และรับตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารให้ทุกบริษัทในเครือของกลุ่ม"
การรับผิดชอบธุรกิจอาเซียนของนายณรงค์ ประกอบด้วย ประเทศไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งทั้ง 5 ประเทศต่างก็คุ้นเคยกับผู้บริหาร และกรรมการผู้จัดการทุกคนที่ล้วนเป็นคนเก่ง และมีความสามารถ
เนื่องจากรู้จักและคุ้นเคยกับประธานบริหารของแต่ละบริษัทเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ดังนั้น การเข้าไปบริหารงาน ก็จะใช้สไตล์การทำงานแบบเดียวกับที่ประเทศไทย คือ เน้นการทำงานเป็นทีม และมีการประชุมร่วมกับทีมบริหารเพื่ออัพเดทข้อมูลข่าวสารและแสวงหากลยุทธ์ใหม่ๆ กันอย่างสม่ำเสมอ
ใช้เทคโนโลยีบริหาร
นายณรงค์ ย้ำว่า เขายังคงนั่งบริหารงานอยู่ที่ประเทศไทยเหมือนเดิม ทุกวันนี้ การทำงานไม่เหมือน 20 ปีก่อน เทคโนโลยีสะดวกขึ้น ทำงานเวอร์ช่วลได้ เพียงมีไอโฟน สักเครื่อง มีวอยซ์ มีดาต้า อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้แล้ว
ส่วนธุรกิจของประเทศไทยจะปล่อยให้ทีมงานของแวลลูฯ ที่มีผู้นำ คือ นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานกรรมการบริหาร ที่ได้รับการแต่งตั้งตั้งแต่ต้นปี 2552 รับผิดชอบมากขึ้น
"ผมเองก็ค่อนข้างวางใจ เพราะที่ผ่านมา พวกเขาก็ได้ทำงานแสดงฝีมือกันเต็มที่อยู่แล้ว โดยที่ผมเองเพียงแต่นั่งอยู่ข้างหลังและคอยซัพพอร์ตเท่านั้น"
อย่างไรก็ตาม การรับผิดชอบ 5 ประเทศงานต้องหนักขึ้นกว่าสมัยก่อน ตามปรัชญาการทำงานของกลุ่ม การเดินทางต้องบ่อยขึ้น เพื่อประชุมร่วมกับเวนเดอร์ระดับภูมิภาค ซึ่งมีจำนวนมากตามความหลากหลายของสินค้า ที่อยู่ทั้งสิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ทั้งมีประชุมกับบริษัทสิงคโปร์เดือนละ 1 ครั้ง ประชุมระดับเอ็กซ์เซ็กคลูทีฟไตรมาสละ 1 ครั้ง
ดันรายได้เพิ่มสองเท่า
ปัจจุบัน อีซีเอส 5 ประเทศ มีพนักงานรวมกันเกือบ 1,500 คน รายได้รวมประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 2 แสนล้านบาท ซึ่งปีที่ผ่านมา รายได้ของทั้งกลุ่มดีขึ้น กระทั่งไตรมาสที่ 1/2553 ก็ยังเติบโตดีมาก กำไรเพิ่ม ค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดี
"โดยเฉพาะช่วง 2 ปีมานี้ อินโดนีเซียดีมาก โตก้าวกระโดด เพราะการเมืองนิ่ง สถานการณ์ในประเทศมั่นคง การลงทุนขยายมาก เป็นประเทศขนาดใหญ่ ประชากร 300 ล้านคน จีดีพีโต 6-7% อัตราการใช้ไอทีต่อหัวยังน้อยโอกาสขยายการเติบโตจึงมีมาก ขณะที่ไทยเติบโตติดลบ 2% ดังนั้น จะมุ่งซัพพอร์ตอินโดนีเซียให้ขยายการเติบโตเต็มศักยภาพ"
ตามแผนงานปีนี้ทั้ง 5 ประเทศรวมกันจะมีอัตราการเติบโตเป็นเลขสองหลักที่มากกว่า 20% แต่ถ้าแยกรายประเทศ อินโดนีเซียจะโต 150-200% มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย อาจโต 15-20% ขึ้นกับแต่ละประเทศ ส่วนสิงคโปร์ที่ตลาดอิ่มตัวแล้วอาจโตที่ 10%
เขาบอกว่า ตลาดมีขนาดใหญ่ แต่ค่าใช้จ่ายไม่ได้โตตามยอดขาย ผลกำไรจึงน่าจะออกมาดี ส่วนประเทศไทยที่สถานการณ์อาจคาราคาซัง จึงยังบอกถึงไตรมาสที่ 2 และ 3 ไม่ได้ หากไตรมาสแรกที่ผ่านมาเติบโตดี
นายณรงค์ เผยความตั้งใจด้วยว่า จะใช้เวลาวางระบบให้อีซีเอส 2-3 ปี และหาคนอื่นมาช่วย เพราะงานไอทีต้องมีคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามา พอถึงอายุ 55 ปี ก็น่าจะหันไปทำธุรกิจอื่น หรือเกษียณตัวเอง ไปทำงานสังคม ลงทุนด้านอื่นๆ และสะสมงานศิลปะที่ชอบ ซึ่งก่อนหน้านี้ เขาบอกว่าตั้งใจจะทำ "หอศิลป์" จากความชอบสะสมรูปภาพมานานกว่า 10 ปี
Tags : ณรงค์ อิงค์ธเนศ • อีซีเอส โฮลดิงส์
