โรงพยาบาลเวชธานี ลงทุนระบบไอทีก้าวสู่เว็บเบส เพิ่มศักยภาพงานหลังบ้าน รองรับเป้าหมายดึงลูกค้าต่างชาติมากขึ้น หวังก้าวสู่โรงพยาบาลชั้นนำระดับ
โรงพยาบาลเวชธานี ลงทุนระบบไอทีก้าวสู่เว็บเบส เพิ่มศักยภาพงานหลังบ้าน รองรับเป้าหมายดึงลูกค้าต่างชาติมากขึ้น หวังก้าวสู่โรงพยาบาลชั้นนำระดับโลก ทั้งเตรียมแต่งตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใน 2 ปี
นายชาคริต ศึกษากิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า โรงพยาบาลกำลังปรับกลยุทธ์เทคโนโลยีไอซีทีครั้งสำคัญ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินภารกิจขององค์กร และให้บุคลากรใช้ไอซีทีอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ โรงพยาบาลใช้งบลงทุนด้านไอทีประมาณปีละ 50 ล้านบาทต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว และปีนี้ ก็จะใช้งบใกล้เคียงปีก่อน ซึ่งเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลอื่นๆ ถือเป็นงบประมาณการลงทุนที่สูง เพื่อการจัดซื้อฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบเครือข่าย
ด้านการลงทุนดังกล่าว เป็นไปตามความมุ่งมั่นของโรงพยาบาล ที่ต้องการพัฒนาระบบบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ เพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ รองรับเป้าหมายการเพิ่มลูกค้าที่เป็นคนไข้ต่างชาติ จากปัจจุบันมีสัดส่วน 40% ของลูกค้าทั้งหมด และหวังจะเพิ่มเป็น 50% ต่อไป
ล่าสุด โรงพยาบาลได้ติดตั้งโซลูชั่นระบบการเงินพีเพิลซอฟต์ เอ็นเตอร์ไพร้ซ ไฟแนนเชียล แมเนจเมนต์ เวอร์ชั่น 9.0 ของออราเคิล ซึ่งเป็นระบบงานหลังบ้าน ที่จะปรับปรุงระบบการเงิน และเพิ่มความคล่องตัวแก่ระบบงานขององค์กร รองรับเป้าหมายเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีก 2 ปีข้างหน้า และการเป็นโรงพยาบาลระดับโลก
นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีแผนพัฒนาระบบซีอาร์เอ็ม และระบบเอชไอเอส (Hospital Information Systems) หรือระบบงานหน้าบ้านให้เป็นเว็บเบส สอดคล้องนโยบายคุณภาพการรักษาพยาบาลระดับสากล บริการผู้ป่วยได้รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น
ด้านนางปิยรัตน์ อุกฤษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอนเวอร์เจนส์ ซิสเต็ม จำกัด ผู้ติดตั้งระบบ กล่าวว่า ได้ติดตั้งโซลูชั่นดังกล่าวแก่โรงพยาบาลเทียบเท่าโรงพยาบาลต่างประเทศ ตั้งแต่กลางปี 2552 และเริ่มใช้งานต้นปีนี้ ซึ่งเป็นระบบบริหารทางการเงินและคลังสินค้า เวอร์ชั่นล่าสุด ครอบคลุมระบบบัญชี การเงิน และจัดซื้อ ทำงานเป็นเว็บเบส รองรับการทำมาตรฐานการเงินของไทย ที่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ จะต้องมีภายใน 2 ปีข้างหน้า
ระบบนี้จะช่วยให้การจัดซื้ออุปกรณ์ และซัพพลายยาทำได้เร็วขึ้น ทั้งดูงบประมาณการเงินได้ภายใน 5-6 วัน จากระบบเดิมต้องใช้เวลาประมาณ 15 วัน รวมทั้งการจัดการสินค้าคงคลังจะดีขึ้น เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ การทำงานของโมดูลต่างๆ ที่ติดตั้งจะเชื่อมการทำงานในระบบ ลดกระดาษเกือบทั้งหมด และมีฟีเจอร์การแลกเปลี่ยนข้อมูลภายใน และภายนอก ส่งข้อมูลเชื่อมคลังสินค้า ช่วยลดต้นทุนจากการที่โรงพยาบาลไม่ต้องสำรองยาคงคลังไว้มากเกิน สามารถส่งข้อมูลคำสั่งซื้อเป็นอิเล็กทรอนิกส์ การคิดเงินรองรับระบบอัตราแลกเปลี่ยนได้
