"เอคเซนเชอร์" เปิดผลสำรวจมือการตลาดทั่วโลกพบ "โซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง-เจนวาย" ต้นเหตุความต้องการตลาดเปลี่ยน
นายนิค สมิธ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจการตลาดเชิงวิเคราะห์และปฏิรูป บริษัท เอคเซนเชอร์ กล่าวว่า แนวโน้มแผนการตลาดในองค์กร จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นต่อการเติบโต โดยเฉพาะช่วงนี้ซึ่งกระแสการใช้งานโซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง และการขยายตัวของคนรุ่นใหม่ (เจเนอเรชั่น วาย) กำลังทำให้รูปแบบการตลาดแบบเดิมมีประสิทธิภาพลดลง
ทั้งนี้ จากผลสำรวจประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (ซีเอ็มโอ) ทั่วโลกล่าสุดพบว่า 62% เชื่อว่าองค์กรของพวกเขาจะต้องถูกเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี ทั้งยังพบแนวโน้ม 6 ข้อที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงตลาด ตั้งแต่การขยายตัวของประชากร การสร้างมูลค่าเพิ่มของแบรนด์ การปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัล ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายมากขึ้น การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และเทคโนโลยีที่รองรับ และการตลาดที่จะช่วยผลักดันการเติบโตตามลำดับ
เขาประเมินว่า ตลาดไทยอยู่แนวโน้มช่วงที่ 3 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับทั่วโลก ที่องค์กรส่วนใหญ่ยังต้องการเวลา เพื่อปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี อาทิเช่น โซเชียล เน็ตเวิร์ค ที่กำลังเป็นที่นิยมของกลุ่มคนรุ่นใหม่
"เอเชียเป็นตลาดที่แบรนด์ต่างๆ ก็โฟกัสที่จะเข้ามาทำตลาด เพราะเติบโตสูง ซึ่งไทยแม้จะไม่ใช่ประเทศใหญ่ แต่ก็มีโพเทนเชียลการเติบโตสูง รวมทั้งเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของบริษัท ซึ่งเป็นโอกาสที่เราจะเข้าไปช่วยวิเคราะห์ และวางแผนการใช้ข้อมูลให้กับธุรกิจ เพราะเท่าที่ดูตอนนี้ เห็นว่า องค์กรไทยส่วนใหญ่มีดาต้า แวร์เฮ้าส์ ของตัวเอง แต่ยังไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ หรือมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ทำให้เกิดการต่อยอดทางธุรกิจได้เร็ว" นายสมิธกล่าว
ขณะที่นายนนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการ บริษัท เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนของธุรกิจส่วนใหญ่ในไทยปีนี้ เชื่อว่ายังเน้นการลงทุนพัฒนาระบบเพื่อลดต้นทุนองค์กรมากกว่าต่อยอดธุรกิจ หรือขยายตลาดใหม่ โดยกลุ่มที่คาดว่าจะมีแนวโน้มลงทุนระบบวิเคราะห์ข้อมูลสูงสุด คือ สถาบันการเงิน และโทรคม
ล่าสุด 2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งประกาศความร่วมมือกับ "แซส" ผู้พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลชั้นนำ เพื่อตั้งกลุ่มธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกสำหรับทำงานร่วมกันระดับโลก ตั้งแต่การวางแผนทำพรีบิลท์ สร้างเทมแพลตสำหรับการให้บริการระบบวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้บริการลูกค้าร่วมกันได้เร็วขึ้น
"ที่ผ่านมา เรากับแซสทำงานร่วมกันมานานแล้ว เพราะเราไม่มี Asset เป็นของตัวเอง ขณะที่แซสก็ต้องการผู้ที่สามารถวิเคราะห์ หรือเข้าใจความต้องการของลูกค้าเหมือนกับเรา ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เหมือนกับเป็นการยกระดับความร่วมมือมากขึ้น และเริ่มมีฐานลูกค้าร่วมกันมากขึ้น" นายนนทวัฒน์ กล่าว
พร้อมระบุว่า บริษัทยังยืนยันนโยบายทำตลาดเฉพาะกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ โดยเน้นการต่อยอดฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่ รวมทั้งเจาะตลาดลูกค้าใหม่ในกลุ่มสถาบันการเงิน และธุรกิจค้าปลีก ซึ่งปีนี้ เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น โดยคาดว่าจะเติบโตสูงกว่าตลาดรวม
Tags : เอคเซนเชอร์
