กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 19 มีนาคม 2553 01:00

คอมมาร์ตชี้พิษการเมืองคนเดินลด15%

คอมมาร์ต ประเมินพิษการเมือง ทำคนเดินช้อปไอทีหด 15% ยอดเงินสะพัดหล่น 500 ล้าน สั่งเข้มมาตรการปลอดภัยทุกจุด หวัง4วันยอดขายแตะ3 พันล้านบาท

คอมมาร์ต ประเมินพิษการเมือง ทำคนเดินช้อปไอทีหด 15% ยอดเงินสะพัดหล่น 500 ล้าน สั่งเข้มมาตรการปลอดภัยทุกจุด หวัง4วันยอดขายแตะ3 พันล้านบาท

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

คอมมาร์ต ประเมินพิษการเมือง ทำคนเดินช้อปไอทีหด 15% ยอดเงินสะพัดหล่น 500 ล้าน สั่งเข้มมาตรการปลอดภัยทุกจุด หวัง4วันยอดขายแตะ3 พันล้านบาท

 นายปฐม อินทรโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า งานคอมมาร์ต ครั้งนี้ จะมียอดคนมาเดินจับจ่ายซื้อสินค้าไอทีภายในงานลดลง 15% เพราะการเมืองที่ยังไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งครั้งนี้ ได้ประสานกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์และสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณงาน บริเวณใกล้เคียง และจัดระเบียบจราจรที่จะเข้ามาในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 "ผมยังเชื่อว่า ตัวงานยังดึงคนเข้ามาเดินซื้อสินค้าไอทีในงานได้ คาดมีเงินสะพัดภายในงานทั้ง 4 วันไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท ซึ่งลดลงจากเดิมเราตั้งไว้ 3,500 ล้านบาท เพราะสถานการณ์จึงต้องลดตัวเลขลงมา"

 นายปฐม กล่าวว่า แม้การเมืองจะสร้างความไม่มั่นใจในการออกมาจับจ่ายสินค้าไฮเทค แต่กลุ่มผู้บริโภคกว่า 80% รอที่จะซื้อสินค้าไอทีในงานครั้งนี้ โดยเห็นว่าตลาดไอทีฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2552 มาต่อเนื่อง ซึ่งเติบโตกว่า 10% และจะโตได้ถึง 20% ในกลางปีนี้

 เมื่อมีสถานการณ์การเมืองเข้ามาเป็นตัวแปร ทำให้การคาดการณ์ตัวเลขเติบโตลดลงราว 10% แต่ยังเป็นบวกอยู่  ซึ่งคาดปีนี้ตลาดไอทีจะเติบโต 10%

 "ตลาดรวมคอมพิวเตอร์ปีนี้อยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท เติบโต 10% จากปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 72,000 ล้านบาท ปีนี้ คอมมาร์ตจึงขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพิ่ม เช่น เยาวชน โดยมีสินค้าไอที และเกมโซนเข้ามารองรับลูกค้า ขณะที่กลุ่มคอนซูเมอร์ คอร์ปอเรท เอสเอ็มอี ยังมีการเติบโตอยู่ในระดับ 25%"

 เขายังระบุ ด้วยว่า สถานการณ์การเมืองแบบนี้ ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อสินค้าไอทีของลูกค้า "เร็วขึ้น" โดยลูกค้าจะให้ความสำคัญกับแบรนด์สินค้าใหญ่ๆ มากกว่า

 ส่วนห้าอันดับสินค้าไอทียอดนิยมในงานครั้งนี้ ได้แก่ 1.โน้ตบุ๊ค 2.สมาร์ทโฟน 3.แอลซีดีทีวี 4.กล้องดิจิทัล และ 5.สตอเรจพกพา 

 ด้าน นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์การเมือง อาจจะมีผลทำให้ยอดคนเข้ามาเดินซื้อในงานลดน้อยลง โดยเฉพาะช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงที่ยอดขายพุ่งมากที่สุด แต่ช่วงเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่การเมืองแรง ส่งผลให้ยอดคนเดินตามห้างไอทีมอลล์ลดน้อยลง แต่ยอดขายในงานคาดจะไม่ลด เพราะคอมพิวเตอร์ยังเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ จึงตั้งเป้ายอดขายภายในงาน โดยเฉพาะโน้ตบุ๊คไว้ 5-6 พันเครื่อง

 ขณะที่ นายบุญชัย เงาวิศิษฐ์กุล รองผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการจับจ่ายซื้อสินค้า เพราะยังเป็นสิ่งจำเป็น จึงตั้งเป้ายอดขายในงาน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าโน้ตบุ๊ค และเดสก์ทอป 300-400 ล้านบาท แบ่งเป็นโน้ตบุ๊ค 1.5 หมื่นเครื่อง และเดสก์ทอป 2 พันเครื่อง

 ด้าน นายพงศ์ธวัช พิเชฐเลอมานวงศ์ เอชพี กล่าวว่า เอชพีไม่ได้คาดหวังยอดขายสินค้าไอที แค่เฉพาะในงานคอมมาร์ตเท่านั้น เพราะยังมีงาน "เอชพี เอ็กซ์โป" ที่จัดขึ้นในร้านค้าไอทีที่มีโซนของเอชพีอยู่ ดังนั้น ยอดขายภายในงานคอมมาร์ตจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

 ขณะที่ สีสันภายในงาน นอกเหนือจากโปรโมชั่นทั้งฝั่งของโน้ตบุ๊ค และเดสก์ทอปที่ขนมาประชันกันของทุกแบรนด์แล้ว บูธของเอสวีโอเอ ยังสร้างสีสันด้วยการเปิดตัวโน้ตบุ๊คลายเสือ ที่วาดโดยจิตรกรชาวจีน รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น มีทั้งหมด 50 เครื่อง  ราคา 20,000+ บาท

 

Tags : คอมมาร์ต

advertisement

advertisement

advertisement