"นายกฯ-กรณ์"เบรกไอซีทียื้อเวลารื้อสัมปทาน ด้าน ชิน คอร์ป. แถลงข่าวแจงเรื่องที่ถูกโยงเกี่ยวพันคดียึดทรัพย์วันนี้ (10 มี.ค.)
นายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วานนี้ (9มี.ค.) ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้เสนอให้ที่ประชุม ครม. ขยายระยะเวลาแนวทางการแก้ไขสัญญาสัมปทานระหว่างภาคเอกชนกับ บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท โทรคมนาคม ตามแนวทางการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) ที่จะสิ้นครบกำหนดในเดือนมี.ค.นี้ ออกไปอีก 90 วัน
อย่างไรก็ตาม ครม. เห็นว่าควรขยายระยะเวลาพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปเพียง 60 วัน หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ก็ให้รายงานให้ ครม. รับทราบเพื่อพิจารณาต่อไป
พร้อมกันนี้ ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวณิชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สอบถามในที่ประชุม ครม. ว่าเหตุใดกระทรวงไอซีที จึงขอขยายเวลาออกไปอีก 90 วัน จากก่อนหน้าที่ได้ให้เวลาไปเร่งแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
ด้านร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว. ไอซีที กล่าวว่า ไอซีที ได้ขอขยายเวลาดังกล่าว เพื่อรอดูความคืบหน้าว่าในระหว่างนี้คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งตามกำหนดจะต้องยื่นภายใน 30วัน จึงอาจจะต้องมีประเด็นเพิ่มเติมก่อนเข้า ครม.
ขณะที่ การประเมินผลความเสียหายที่กระทบกับหน่วยงานในสังกัดไอซีที ขณะนี้คงยังไม่ชัดเจน เพราะต้องรอดูคำพิพากษาชุดสมบูรณ์ก่อน เพื่อนำมาประเมินในภาพรวมว่าท้ายที่สุดแล้วจะสามารถกลับไปสู่สภาพเดิมได้หรือไม่ ทั้งยังต้องอาศัยการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ด้วย เนื่องจากไอซีทีไม่สามารถทำงานคนเดียวได้
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า บริษัทยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ เพิ่มเติมในกรณีการแก้ไขสัญญาสัมปทาน ส่วนจะมีผลย้อนหลังหรือไม่นั้นคงต้องประเมินก่อนว่ากรณีดังกล่าวเป็นคดีความหรือไม่ ซึ่งหากเป็นก็คงต้องดำเนินไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย
"ถ้ากฤษฎีกาตีความว่าผิดจริง แล้วเอไอเอสต้องชดใช้ค่าเสียหาย ก็เชื่อว่าบริษัทพร้อม เพราะเครดิตและสถานะทางการเงินของบริษัทระดับเอไอเอส ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าใครจะหาได้" นายวิเชียรกล่าว
ในส่วนของบริษัทจะยังเดินหน้าลงทุนปกติ โดยต้องเริ่มเร่งลงทุนตามแผนที่ตั้งงบไว้ 6,000 ล้านบาท สำหรับขยายโครงข่ายรองรับดาต้าโดยเฉพาะ
ด้านนายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า หลังจากที่คณะทำงานซึ่งมีนายมนต์ชัย หนูสง เป็นประธาน ได้ประเมินมูลค่าเสียหายในส่วนของทีโอทีไว้ประมาณ 1 แสนล้านบาท ขั้นตอนจากนี้ไป ต้องให้กระทรวงไอซีที เป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการเช่นไรต่อไป
ขณะที่ นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ชิน คอร์ปอเรชั่น และผู้บริหารในเครือ มีกำหนดแถลงข่าวชี้แจงความจริง และทำความเข้าใจที่ถูกต้อง อันเนื่องมาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาวันที่ 26 ก.พ. 2553 ซึ่งมีประเด็นที่ดึงกลุ่มชิน เข้าไปเกี่ยวข้อง วันนี้ (10 มี.ค.)
