กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 10 มีนาคม 2553 11:24

"กสท"ทุ่มศูนย์อาร์แอนด์ดีหวังเทียบชั้นยักษ์เอเชีย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"กสท" เล็งผุดศูนย์วิจัยพัฒนาครบวงจร หวังเทียบชั้นบริษัทระดับโลกสัญชาติเอเชีย ทั้งซัมซุง สิงเทล

"กสท" เล็งผุดศูนย์วิจัยพัฒนาครบวงจร หวังเทียบชั้นบริษัทระดับโลกสัญชาติเอเชีย ทั้งซัมซุง สิงเทล พร้อมดัน "แคท อคาเดมี" โครงการฝึกอบรมบุคลลากรทั่วประเทศ หนุนสร้างองค์กรเติบโตยั่งยืน เลี้ยงตัวเองได้ หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน หวังลดการพึ่งพารายได้สัมปทานเหลือเพียง 30%
 

นายกฤษดา กวีญาณ กรรมการ คณะกรรมการบริหาร บมจ. กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า  กสท เตรียมงบไม่ต่ำกว่า 600-1,200 ล้านบาท สำหรับลงทุนในศูนย์วิจัยและพัฒนา เพื่อคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ต่อยอดบริการของ กสท ในอนาคต  โดยอาจปรับส่วนงานวิจัย และพัฒนาที่มีอยู่เดิม ซึ่งที่ผ่านมาไม่สามารถหนุนให้เกิดการต่อยอดนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์อาร์แอนด์ดีที่ครบวงจร
 

ขณะเดียวกัน ศูนย์ดังกล่าวยังจะเป็นที่พัฒนาบุคลากรของ กสท ภายใต้โครงการ "แคท อคาเดมี"  ฝึกอบรมบุคคลากร รวมถึงช่างเทคนิคต่างๆ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พร้อมจะออกไปให้บริการลูกค้า โดยช่วงแรกอาจจะใช้พื้นที่ใน กสท บางรัก สำหรับศูนย์วิจัยพัฒนา ขณะที่ แคท อคาเดมี อาจกระจายศูนย์ออกไปสู่ต่างจังหวัด เพื่อฝึกอบรมวิศวกรของ กสท ในแต่ละพื้นที่ได้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญมากขึ้น
 

เขาย้ำด้วยว่า ในฐานะที่ กสท เป็นผู้ให้บริการโทรคม ก็ต้องตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ทัน ดังนั้นการมีศูนย์อาร์แอนด์ดี ก็จะทำให้สามารถทดลองพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ได้ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นบริการสู่ลูกค้า
 

ในส่วนของ กสท ตั้งเป้าหมายปีนี้ไว้ว่า จะให้ความสำคัญกับการปรับองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า ต้องมีศูนย์วิจัย และพัฒนาที่สามารถคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน
 

"เราอยากเป็นเหมือนซัมซุง เป็นแบบสิงเทล (สิงคโปร์ เทเลคอม) ที่มีโมเดลการคิดค้นนวัตกรรมควบคู่ไปกับการให้บริการ เราจะได้ตามเขาทัน" นายกฤษดา กล่าว
 

ทั้งนี้ นวัตกรรมแรกๆ ที่คาดว่าจะเห็นจากศูนย์อาร์แอนด์ดีของ กสท ได้แก่ เทคโนโลยีวอยซ์โอเวอร์ไอพี (วีโอไอพี)  ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าของการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมซึ่ง กสท จะทดสอบ ทดลอง และพัฒนาทำเป็นบริการที่เหมาะสมกับการใช้งานของคนไทยได้ 
 

นอกจากนี้ ปีนี้ กสท เตรียมเดินหน้าปรับโฉม "แคท ชอป" สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ กระจายไปทั่วประเทศ โดยอยู่ระหว่างศึกษาถึงรูปแบบธุรกิจ คาดว่าไม่เกินไตรมาส 3 น่าจะได้เห็นตัวอย่างของหน้าร้าน และรูปแบบแฟรนไชส์ที่ชัดเจน
 

"ภายในปี 54 แฟรนไชส์ของแคท ชอป จะต้องเสร็จทั่วประเทศ และมีการรับรู้รายได้ ซึ่งหากเราทำได้ทั้งสามส่วน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์อาร์แอนด์ดี โครงการแคท อคาเดมี และร้านแฟรนไชส์ได้สำเร็จ กสท จะมีรายได้เลี้ยงตัวเอง สามารถลดการพึ่งพารายได้จากสัญญาสัมปทานลงจาก 60% เป็น 30% ได้ในอนาคต ทั้งยังเป็นการปูทางธุรกิจใหม่ๆ หากสัญญาสัมปทานหมดอายุลงด้วย" นายกฤษดากล่าว
 

ทั้งนี้ เขาประเมินว่า ส่วนธุรกิจใหม่ จะสามารถดันรายได้ในส่วนของบริการดาต้าคอม (ไม่รวมค่าสัมปทาน) ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท อาจเพิ่มขึ้นถึง 14,000 ล้านบาทในอนาคต 
 

นายกฤษดา ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการไฟเบอร์ออฟติกทั่วประเทศ หรือเอฟทีทีเอ็กซ์ว่า ขณะนี้ได้รับอนุมัติเงินจากสภาพัฒน์ฯ แล้วจำนวน 6 พันล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี และอยู่ระหว่างการรอเข้า ครม. เพื่ออนุมัติต่อไป คาดว่า โครงการนี้จะเกิดการรับรู้รายได้ราวปี 2555

 

Tags : กสท โทรคมนาคม

advertisement

advertisement

advertisement