บริษัทวิจัย การ์ทเนอร์ เปิดเผยตัวเลขประมาณการณ์แนวโน้มตลาดมือถือจอสัมผัส (ทัชโฟน) ว่ายังเติบโตได้ถึง 97%
บริษัทวิจัย การ์ทเนอร์ เปิดเผยตัวเลขประมาณการณ์แนวโน้มตลาดมือถือจอสัมผัส (ทัชโฟน) ว่ายังเติบโตได้ถึง 97% โดยมียอดขาย 362.7 ล้านเครื่องจากจำนวน 184.3 ล้านเครื่องเมื่อปีที่ผ่านมา รวมทั้งยกให้เทคโนโลยีการใช้งานแบบสัมผัส (ทัช อินเตอร์เฟซ) ขึ้นชั้นหนึ่งในนวัตกรรมหลักปีนี้
ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะเป็นตลาดใหญ่สุดของมือถือกลุ่มทัชโฟน โดยปีนี้จะครองสัดส่วน 35.6% จาตลาดโลก
พร้อมกันนี้ การ์ทเนอร์ ยังคาดการณ์ว่าทัชโฟน จะมีส่วนแบ่ง 58% ของยอดจำหน่ายมือถือทั่วโลกในปี 2556 และมีสัดส่วนมากกว่า 80% ในตลาดที่พัฒนาแล้วอย่างอเมริกาเหนือ และยุโรปตะวันตก
นางสาวโรเบอร์ตา คอซซา หัวหน้าทีมวิจัยของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า แนวโน้มข้างต้นได้ปัจจัยหนุนจากผู้ผลิตทัชโฟนมีเพิ่มขึ้น รวมทั้งราคาที่ปรับลดลง ทำให้มือถือกลุ่มนี้ไม่ถูกจำกัดอยู่แต่เครื่องรุ่นไฮเอ็นด์อีกต่อไป
นอกจากนี้ ปัจจุบันมือถือทัชโฟนมีลูกเล่นการใช้งานต่างๆ เพิ่มขึ้น ขณะที่ ผู้บริโภคก็ตระหนักถึงประโยชน์ของทัช อินเตอร์เฟซมากขึ้น และผู้ค้ามือถือก็ขานรับตลาด โดยส่วนหนึ่งถือเป็นความต่อเนื่องจากความสำเร็จของไอโฟน
ขณะเดียวกัน การที่ทั้งอุตสาหกรรมและผู้ผลิตมือถือ ต่างก็ให้ความสำคัญกับยูสเซอร์ อินเตอร์เฟซ (ยูไอ) แบบสัมผัส จะกระตุ้นให้เทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่นๆ ด้วย
นักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตมือถือต้องให้ความสำคัญกับการนำเสนอประสบการณ์ให้ผู้ใช้ มากกว่าการมุ่งตัวสินค้า เพราะผู้บริโภคคงไม่ต้องการซื้อมือถือเพราะแค่การใช้งานแบบสัมผัสได้
เนื่องจากเทคโนโลยีระบบสัมผัส เป็นเพียงตัวช่วยที่ไม่มีขีดจำกัดที่จะสร้างประสบการณ์ให้ผู้ใช้งาน โดยต้องรวมถึงการออกแบบยูสเซอร์ อินเตอร์เฟซที่ดี แอพพลิเคชั่น และบริการ ซึ่งสามารถทั้งสร้างและทำลายตัวผลิตภัณฑ์ได้
พร้อมทั้งแนะนำว่า ผู้ผลิตมือถือควรคำนึงถึงการนำเทคโนโลยีระบบสัมผัสเข้ามาใช้ในรูปแบบอื่นๆ ด้วย เช่น การใช้กับแป้นพิมพ์ตัวเลข หรือแป้นพิมพ์ที่เป็น Qwerty ซึ่งจัดวางเรียงตัวอักษรให้ง่ายต่อการพิมพ์ข้อความส่งผ่านมือถือ เนื่องจากยูสเซอร์อินเตอร์เฟซที่เป็น "ทัช ยูไอ" ยังไม่สามารถเติมเต็มได้ทุกการใช้งาน
Tags : การ์ทเนอร์ • ทัชโฟน
