กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 10 มีนาคม 2553 11:08

4 อรหันต์ใหม่ กทช. ดรีมทีมปลุกฝัน ความหวังโทรคม

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) 4 รายใหม่

หลังสมาชิกวุฒิสภามีมติคัดเลือกคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) 4 รายใหม่ มาเสริมทีมชุดเก่าที่มีผู้ลาออกไป และมีบางส่วนครบวาระ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผ่านมา พ.อ.นที ศุกลรัตน์, นายบัณฑูร สุภัควณิช, นายพนา ทองมีอาคม และนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร ก็ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ถือเป็นอันว่าครบ 7 อรหันต์วงการโทรคมนาคมอีกครั้ง หลังจากที่ต้องอยู่ในสภาพรักษาการมานานกว่า 1 ปี
 
การกลับมาครบ "ดรีมทีม" ในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นที่คาดหวังของคนในแวดวง หากยังเป็นการรอคอยของคนทั้งประเทศที่จะได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็น 3จี ไวแม็กซ์ ที่ยังไม่อาจเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ถูกคาดหวังว่า หลังจากการเลือกตั้งประธาน กทช. ชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อย น่าจะมีผลให้งาน และนโยบายต่างๆ สามารถขับเคลื่อนต่อได้เร็วขึ้น

ติดเครื่องลุยสางงานเก่า
"นายสุรนันท์" อดีตเลขาธิการ กทช. ที่ขยับขึ้นมารับตำแแหน่งเป็น 1 ใน 4 กทช.ใหม่ บอกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องลำดับความสำคัญในแง่ของการเป็นคณะกรรมการ กทช. ขณะเดียวกัน ก็ต้องสานต่องานตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดการกับงานที่คั่งค้าง ซึ่งถ้าทำได้ทั้งหมดในช่วงนี้ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายระดับหนึ่งแล้ว
 
นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงที่ กทช. หน้าใหม่ต้องเร่งปรับฐานความรู้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้สามารถสานต่องานต่างได้อย่างราบรื่น
 
“เรื่องของเรื่องคือ ประชาชนคาดหวังกับเราไว้มาก ดังนั้นเราก็ต้องรีบ ทั้งเรื่องที่ค้างคา ไม่ว่าจะเป็น Number Portability ซึ่งฟันธงได้เลยว่าได้เห็นแน่ปีนี้ เพราะทุกอย่างก็ก้าวหน้าไประดับหนึ่งแล้ว"
 
ส่วนเรื่องที่ทิ้งไม่ได้แน่ๆ ก็คือ ต้องดูแลคุณภาพของการให้บริการทั้งโทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ตทุกอย่าง ซึ่งก็มีมาตรฐานกำหนดไว้อยู่แล้ว แต่ต้องทำคู่ขนานกันไปกับการออกใบอนุญาตใหม่ทั้งไวแม็กซ์ และ 3จี ซึ่งเขามองว่า อย่างน้อยการที่มี กทช. ครบทีมทั้ง 7 คน ก็น่าจะทำให้งานมีความก้าวหน้าขึ้นมาบ้างแน่นอน

ชูเร่ง 3จี แจ้งเกิด
ขณะที่ ความเห็นของ กทช. ทั้งหมดส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับการเดินหน้า "3จี" เป็นอันดับแรก เนื่องจากมีผลสำรวจยืนยันค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าทุกครั้งที่มีการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้ และมีผู้ใช้งานมากกว่า 10% ขึ้นไปจะส่งผลต่อการเติบโตของจีดีพีประเทศราว 1-2% 
 
ในประเด็นนี้ "นายบัณฑูร" เชื่อว่า "3จี" กำลังเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น ทั้งความคาดหวังจากผู้ให้บริการเทคโนโลยี 3จี ซึ่งแน่นอนว่า ในฐานะผู้ประกอบการก็ต้องมุ่งหาประโยชน์ หรืออีกมุมหนึ่งก็คือ หน้าที่ของ กทช. ที่ต้องดูความเหมาะสม และหารือกันอย่างรอบคอบ ซึ่งมุมมองที่ผ่านมาเขาก็เชื่อว่า การดำเนินงานของ กทช. ก็เป็นไปได้ดีพอสมควรแล้ว
 
ส่วน "นายพนา" ให้ความมั่นใจว่า ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามปกติ การออกไลเซ่น 3จี ก็ไม่น่าจะช้า เพราะถือเป็นภารกิจหลักของ กทช. ที่ต้องเข้ามาดูแลการใช้ทรัพยากรของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
ทั้งนี้ไม่เฉพาะเพียงมุมของผู้บริโภคที่ต้องการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว ในมุมของรัฐบาล "3จี" ก็ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่มีผลต่อการผลักดัน ให้เกิดเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์ตามนโยบายได้
 
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเปิดกว้างให้เกิดการพัฒนาทั้งผู้ประกอบการรายเดิม และผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งในยุคของการหลอมรวมสื่อ เทคโนโลยีใหม่เช่น 3จี หรือบรอดแบนด์ จะเริ่มมีบทบาทในเรื่องของขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้น

เมินรอ กสทช.
 นอกจากนี้ เขายังเชื่อมั่นว่า ตราบใดที่ยังต้องทำตามกฎหมาย การเดินหน้าเทคโนโลยีใหม่ยิ่งเป็นเรื่องที่จะรอไม่ได้ แม้หลายเสียงจะยังท้วงติงถึงการรอการมาของ "กสทช."
 
"การทำตามกฎหมายมันชะลอไม่ได้ หรือการไม่ทำอะไรเพื่อรอกฎหมายใหม่ผมมองว่าเป็นความคิดที่ผิด เพราะในระหว่างที่กฎหมายใหม่ยังไม่มา เราก็ต้องทำตามกฎหมายที่มีผลบังคับใช้อยู่ คือเรามีใจค่อนข้างตรงกันว่า (3จี) เป็นสิ่งที่ต้องทำให้บ้านเมือง ฉะนั้นก็คงไม่ช้า คิดว่า 3 เดือนก็น่าจะประกวดราคาได้ ถ้าไม่มีอุปสรรคไม่คาดคิดเกิดขึ้น" นายพนาย้ำ
 
ขณะที่ "พ.อ.นที" กทช. เลือดใหม่อีกรายเสริมว่า ภารกิจสำคัญที่สุดของ กทช. ก็คือ การคุ้มครอง ซึ่งสิ่งใดที่ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน ไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี ก็ต้องมีหน้าที่เข้าไปดูแล ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ กทช. ทุกท่านต้องปรับสภาพตัวเองเพื่อให้เดินไปข้างหน้าได้ เพราะอดีตแม้จะติดตามความเคลื่อนไหวของ กทช. แต่ก็ยังได้รับข้อมูลเหมือนกับคนวงนอก ซึ่งต่างกับการเป็นคนวงในที่จะได้รับข้อมูลที่ละเอียดและชัดเจนกว่า
 
อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงเรื่องหนักใจ เขาก็ยังเชื่อว่า หากอุตสาหกรรมมีการแข่งขันที่ดี และมีโอกาสที่เทคโนโลยีจะเข้าถึงทุกคน ก็จะส่งผลให้ราคาปรับลดลงเป็นธรรมดา แต่ในฐานะ กทช. ก็ต้องประเมินด้วยการแข่งขันนั้นๆ จะต้องไม่เป็นการเอาเปรียบกัน โดยเฉพาะไม่ให้ผู้ให้บริการรายใหญ่เอาเปรียบรายเล็ก
 
"งานเราจะสำเร็จหรือไม่ ตอนนี้ก็เหมือนลงเรือลำเดียวกันแล้ว ต้องช่วยกันให้มุ่งสู่ความสำเร็จให้ได้"
 .

Tags : กทช.

advertisement

advertisement

advertisement