เว็บไซต์สังคมออนไลน์ "เมดอินไชน่า" สุดเฟื่อง เหตุเข้าใจถ่องแท้ตลาดอินเทอร์เน็ตใหญ่สุดในโลก แถมออกแบบสำหรับผู้ใช้จีนโดยเฉพาะ
ด้าน chinaSMACK.com ขึ้นแท่น "เว็บสะพาน" สะท้อนความคิดผู้คนหลังกำแพง "เกรท ไฟร์วอล" สู่โลกตะวันตก
ซิสี ติง บรรณาธิการนิตยสารสำหรับผู้หญิง เป็นชาวจีนรายล่าสุดที่ลงทะเบียนเข้าร่วมใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ท้องถิ่น "Weibo" ผู้ให้บริการไมโครบล็อกกิ้งของจีน โดยติงบอกว่าหากไม่ลงมือสมัครเสียแต่ตอนนี้คงล้าหลังและไม่ทันเพื่อนฝูงหรือพลาดการรับรู้ข่าวสาร
เว็บไซต์สังคมออนไลน์ท้องถิ่นอย่าง Weibo กำลังเฟื่องฟู เพราะมีความเข้าใจถ่องแท้ในตลาดอินเทอร์เน็ตใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ ขณะที่คู่แข่งต่างชาติอย่างเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และยูทูบ มัววุ่นอยู่กับการถูกเซ็นเซอร์
ปัจจุบันมีผู้ออนไลน์ 384 ล้านคนในจีน ดินแดนซึ่งแทบอยู่ไม่ได้หากไม่มีการสร้าง "สายสัมพันธ์" จำนวนผู้ออนไลน์ที่สูงลิ่วดังกล่าวช่วยหนุนเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์ให้ติดลมบน โดยเฉพาะเว็บที่ให้บริการส่งข้อความด่วนและแบ่งปันวีดิโออย่าง QQ และ Youku ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ารัฐบาลซึ่งวิตกว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์อาจมีพลังในการระดมผู้คนกลุ่มใหญ่ ได้บล็อกเว็บไซต์ต่างชาติอย่างทวิตเตอร์เป็นพักๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้คนจีนหันไปลงทะเบียนกับเว็บไซต์ท้องถิ่นแทน
"รัฐบาลจีนจงใจสนับสนุนเว็บในประเทศซึ่งโดยทั่วไปแล้วควบคุมง่ายกว่ามาก นี่เป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญในกลไกเซ็นเซอร์ของจีน ซึ่งเป็นการสร้างกำแพงการค้าสำหรับตลาดอินเทอร์เน็ตใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน" นายเสี่ยว เชียง แห่งไชนา ดิจิทัล ไทมส์ เว็บไซต์ในสหรัฐที่ติดตามพัฒนาการในจีน แสดงทัศนะ
ทั้งนี้ ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊คถูกบล็อกเมื่อเดือนก.ค. ปีที่แล้ว ช่วงเกิดจลาจลที่มณฑลซินเจียง ขณะเมื่อเดือนที่แล้ว กูเกิลขู่ปิดกูเกิลดอทซีเอ็น หรือเครื่องมือสืบค้นภาษาจีน และยุติการดำเนินงานในจีน เพราะไม่พอใจการเซนเซอร์และการโจมตีทางไซเบอร์ซึ่งพุ่งเป้าไปที่อีเมลของนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนชาวจีน
อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์มองว่าปัญหาสำหรับเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างชาติมีมากกว่านั้น เพราะเว็บเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้คนจีนเป็นการเฉพาะ
"แม้กรณีที่เฟซบุ๊คและยูทูบไม่ถูกบล็อกในจีน ก็ไม่อาจแข่งขันได้กับเว็บที่ได้รับความนิยมอย่าง Kaixin (หรือเทียบเท่ากับเฟซบุ๊คของจีน) Youku และอื่นๆ เรื่องนี้ก็เหมือนกรณีของ Baidu กับกูเกิลในจีน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วกูเกิลดีกว่าในแง่ของเทคโนโลยีและแบรนด์ แต่คนจีนส่วนใหญ่ชอบใช้ Baidu" นายต้วน หงพิน นักวิเคราะห์ไอทีแห่งบริษัทที่ปรึกษาแอนเบาด์ ระบุ
นายหงพินอธิบายว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกระแสชาตินิยม แต่กำแพงด้านภาษาเป็นเหตุผลหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องปกติที่คนจีนจะใช้อินเทอร์เฟซภาษาจีน มีคนท่องเว็บไม่มากนักในจีนที่ชอบใช้อินเทอร์เฟซภาษาอังกฤษ ปัจจุบันมีบล็อกที่มีผู้เข้าไปอัพเดทประจำประมาณ 180 ล้านบล็อกในจีน และไมโครบล็อกกิ้งอย่างทวิตเตอร์ก็ได้รับความนิยมมากเมื่อปีที่แล้ว เห็นได้จากการเว็บไซต์ทำนองนี้เป็นดอกเห็ด และทุกเว็บล้วนเป็นภาษาจีน
Youku ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 5 เท่าเมื่อปีที่แล้วเป็น 200 ล้านหยวน ปฏิเสธว่าไม่ได้ "โคลนนิง" มาจากยูทูบ โดยนายหลิว เต๋อเล่อ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่การเงินของบริษัท บอกว่ายูทูบไม่ค่อยได้รับความนิยมในจีนตั้งแต่ก่อนถูกบล็อกแล้ว
ขณะเดียวกัน จีนก็มีเว็บ chinaSMACK.com ที่รวบรวมความคิดเห็นของชาวจีนในเรื่องต่างๆ ไว้เป็นที่แรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสหรัฐขายอาวุธให้ไต้หวัน ไปจนถึงการเปรียบเทียบภาพยนตร์มหากาพย์ "ขงจื๊อ" กับภาพยนตร์ยอดนิยมอย่าง "อวตาร" เว็บไซต์นี้จะคอยเสาะหาข้อมูลตามเว็บไซต์ยอดนิยมอื่นๆ แปลเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อนำเสนอความคิดเห็นของประชาชนที่อยู่ภายในกำแพง "เกรท ไฟร์วอล" ของรัฐบาลกรุงปักกิ่งที่พยายามควบคุมอินเทอร์เน็ต
"ชาวจีนมองว่าอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่พวกเขามี" ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ chinaSMACK.com ที่ใช้นามแฝงว่า "ฟาวนา" ให้สัมภาษณ์ผ่านอีเมล
chinaSMACK.com ระบุว่า มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ 1.3 ล้านหน้า และผู้เยี่ยมชมมากกว่า 500,000 รายในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เว็บไซต์แห่งนี้กลายเป็นสะพานเชื่อมเรื่องราวต่างๆ ภายในจีนกับนักท่องเว็บนานาชาติ
ฟาวนา ที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเว็บและเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ไม่พอใจ กล่าวว่า เธอเริ่มตั้งเว็บไซต์เมื่อ 18 เดือนก่อนเพื่อปรับปรุงภาษาอังกฤษของตัวเอง
เรื่องราวที่ฟาวนาแปลเป็นภาษาอังกฤษส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับความรุนแรง เพศและอื้อฉาว แต่เธอและเพื่อนร่วมทีมอีก 4 คน ไม่มีเจตนานำเสนอแต่เรื่องหรือข้อความที่รุนแรง โดยกฎของพวกเธอ คือ แปลหัวข้อการสนทนาที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดอย่างเรียบง่าย และพยายามหลีกเลี่ยงหัวข้อทางการเมือง
"สิ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเว็บชาวจีน มักจะน่าตกใจและมีข้อถกเถียงค่อนข้างมาก" ฟาวนา กล่าว พร้อมอธิบายคำว่า "SMACK" ที่ใช้เป็นชื่อเว็บไซต์ คือ ความรู้สึกเมื่อผู้ใช้บริการเข้าชมเว็บไซต์เป็นครั้งแรก
หัวข้อที่โพสต์ลงบนเว็บไซต์เมื่อเร็วๆ นี้ คือ ความเห็นเกี่ยวกับ "งานเลี้ยง 50 เซนต์" ว่าเปรียบเสมือนการทำงานล่วงเวลาอย่างไร หลังมีข้อกล่าวหาว่าข้าราชการพลเรือนจะได้รับเงินคนละ 0.5 หยวนต่อการโพสต์บนเว็บไซต์นิยมรัฐบาล 1 ครั้ง รวมถึงเรื่องของชายรายหนึ่งที่แต่งงานกับคู่หมั้นในงานศพของเธอ เหล่าทหารที่ถูกฝังครึ่งคอในหิมะเพื่อฝึกให้อดทนต่อความหนาวเย็น และ "เลียวพาร์ด ปรินท์ แมน" ชายที่โด่งดังจากการสวมเสื้อผ้าประหลาดไปปรากฏตัวบนรถไฟใต้ดินในนครเซี่ยงไฮ้
บางหัวข้อ เช่น ปฏิกิริยาเหยียดสีผิว "ลู จิง" เด็กหญิงผิวดำชาวจีนที่ไปออกรายการเรียลลิตี้โชว์แบบเดียวกับอเมริกันไอดอลของสหรัฐ ก็ได้รับความสนใจจากสื่อในประเทศและต่างประเทศ หลังจากเรื่องของเธอปรากฏบนเว็บไซต์ chinaSMACK.com
ฟาวนา ระบุว่า 1 ใน 3 ของผู้อ่าน chinaSMACK.com อยู่ในสหรัฐ 18% อยู่ในจีน ขณะที่อังกฤษ แคนาดาและสิงคโปร์เท่ากันที่ 5%
"บล็อกสะพานกลายเป็นแหล่งข้อมูลอันล้ำค่าอย่างไม่น่าเชื่อ ผมหวังว่าจะมีเว็บไซต์แบบนี้มากขึ้น และรายงานสิ่งที่ผู้คนพูดถึงในวงกว้างขึ้น" ไกเซอร์ กั๊วะ ที่ปรึกษาด้านอินเทอร์เน็ตในกรุงปักกิ่ง กล่าวพร้อมชี้ว่า แม้จะไม่มีประเด็นหนักๆ แต่ chinaSMACK.com สามารถจับกระแสอินเทอร์เน็ต เช่น เรื่องตลก ความคิดและวลียอดฮิต ที่กำลังสร้างวัฒนธรรมออนไลน์ของจีน
ขณะที่ ฌอน ไรน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทไชน่า มาร์เก็ต รีเสิร์ช กรุ๊ป มองว่า chinaSMACK.com คือ เครื่องมือบอกทิศทางของกระแสวัฒนธรรม เหมือนกับเว็บไซต์ TMZ.com ของสหรัฐ
ไรน์ เผยว่า เขาต้องอ่านเว็บไซต์นี้ทุกวัน เพราะสามารถจับวัฒนธรรมดิจิทัลและเยาวชนมานำเสนอได้ค่อนข้างดี
"พวกเขามีความรู้ความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตของจีน ซึ่งมีพลังและน่าตื่นเต้นกว่าที่ชาวอเมริกันคิด" ไรน์ กล่าว
ฟาวนา สรุปว่า จุดมุ่งหมายของเธอส่วนหนึ่ง คือ ขจัดความเข้าใจผิดว่าชาวจีนมีความคิดเห็นเหมือนกันหมด
"ฉันหวังว่าเว็บไซต์แห่งนี้สามารถแสดงให้โลกรู้ว่ามีนักท่องเว็บชาวจีนจำนวนมากและพวกเขาก็ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด นักท่องเว็บชาวจีนนิสัยดี เห็นอกเห็นใจกัน ตลก เหลวไหล ใจแคบและน่ารังเกียจ พวกเขาก็เหมือนกับคนทั่วไป"
Tags : สังคมออนไลน์
