ฟูจิตสึ เปิดตัวพันธมิตรในไทยส่งโซลูชั่น "โรงเรียนแห่งอนาคต" สานแผนขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดภาคการศึกษาเต็มพิกัด
นายวรงค์ ลีละหุต ผู้อำนวยการฝ่ายค้าปลีก ฝ่ายขายในประเทศ บริษัท ฟูจิตสึ ซิสเต็ม บีสซิเนส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ฟูจิตสึ มีแผนรุกตลาดการศึกษาในประเทศไทยอย่างเต็มตัว เนื่องจากเห็นแนวโน้มของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับภาคการศึกษามากขึ้น ตลอดจนความพร้อมด้านงบประมาณของลูกค้ากลุ่มนี้
ขณะเดียวกัน บริษัทก็จะปรับแนวทางทำตลาดในลูกค้ากลุ่มนี้ โดยจะเสนอเป็นโซลูชั่นแบบครบวงจร ที่มีพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศเป็นผู้พัฒนา และร่วมพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการลูกค้า จากเดิมที่แยกนำเสนอแยกเป็นส่วนๆ
ด้าน โซลูชั่น "โรงเรียนแห่งอนาคต (ฟิวเจอร์สคูล)" จะประกอบด้วย 4 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 1.ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบยืนยันตัวตนนักเรียน โดยมีบริษัท ไอที เวิร์คส์ เป็นผู้พัฒนาระบบให้ 2.ระบบการจัดการห้องสมุด และระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ 3.ระบบคลังข้อสอบ และระบบตรวจข้อสอบอัตโนมัติ ซึ่งบริษัท อี-โมชั่น มีเดีย พลัส เป็นผู้พัฒนา และ 4.ระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยมีคู่ค้าคือ บริษัท บีนายน์ ซึ่งมีฐานตลาดในกลุ่มโรงเรียนที่เป็นลูกค้าอยู่แล้ว
"เบื้องต้นเราจะเริ่มจากลูกค้าในกลุ่มโรงเรียนมัธยมก่อน ตั้งเป้าไว้ 50-100 โรงเรียน โดยจะเปิดตัวโดยการไปนำเสนอให้ผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประมาณ 3 พันแห่ง ซึ่งจะจัดประชุมกันวันที่ 16-19 ก.พ. นี้ เพราะผู้บริหารโรงเรียนเหล่านี้หลายๆ แห่ง สามารถรวมงบประมาณกันเพื่อจัดซื้อเป็นแพ็คเกจ ซึ่งจะทำให้ได้โซลูชั่นราคาที่ถูกลงด้วย" นายวรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ ฟูจิตสึ มองว่าโซลูชั่นดังกล่าว จะรองรับการพลิกโฉมของการเรียนการสอนยุคใหม่ที่น่าจะเกิดขึ้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งหลักสูตรการเรียนจะไม่ถูกจำกัดอยู่แต่กับหนังสือเรียนและในห้องเรียน แต่นักเรียนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีราคาถูกลงเรื่อยๆ เป็นเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ และติดต่อกับครูผู้สอนได้ทั้งจากเครือข่ายในและนอกโรงเรียน
ด้าน นายกีรติพงศ์ เกษมสัมพันธ์ ซีอีโอ บริษัท เดอะ บีนายน์ กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทเน้นสื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพราะเป็นปัญหาที่ภาคการศึกษาไทยเผชิญอยู่ ขณะที่ ซอฟต์แวร์ด้านนี้จากต่างประเทศราคาแพง เพราะคิดค่าไลเซ่นต่อคอมพิวเตอร์ เป็นต้นทุนที่ทำให้โรงเรียนส่วนใหญ่มีงบประมาณไม่พอสำหรับจัดซื้อให้ครบทุกเครื่อง
ขณะที่ ในส่วนของบริษัทนั้นเปิดกว้างให้นักเรียนสามารถดาวน์โหลดจากระบบที่ติดตั้งให้กับโรงเรียน เพื่อนำไปเรียนรู้ด้วยตัวเองต่อได้ที่บ้าน ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าจะช่วยเพิ่มการเรียนรู้ได้ถึง 3-5 เท่า เมื่อเทียบกับการเรียนแต่ในโรงเรียน
นายสร้างบุญ แสงมณี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไอที เวิร์คส์ จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับฟูจิตสึ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดการศึกษา ซึ่งบริษัทเห็นศักยภาพมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเตรียมต่อยอดการพัฒนาระบบความปลอดภัยและระบบยืนยันตัวตนให้กับลูกค้ากลุ่มองค์กร มาสู่ระบบการลงเวลาเข้า-ออกโรงเรียน โดยอาจผ่านระบบอาร์เอฟไอดี, สแกนนิ้วมือ เป็นต้น
ทั้งนี้ เมื่อนักเรียนผ่านหน้าประตูโรงเรียนเข้ามา ระบบจะบันทึกข้อมูลโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและพิมพ์เป็นรายงานออกมา รวมถึงอาจมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ กรณีที่เมื่อเลยจากเวลาเข้าเรียนไประยะหนึ่งแล้ว นักเรียนยังมาไม่ถึงโรงเรียน ก็จะมีเอสเอ็มเอสส่งไปยังเบอร์มือถือที่ผู้ปกครองลงทะเบียนไว้
"ปัจจุบันพ่อ-แม่ มักวิตกกังวลว่าลูกอาจหายไประหว่างทางมาโรงเรียน ซึ่งกรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ยิ่งรับทราบเร็วเท่าไร ก็ยิ่งปลอดภัยกับเด็กมากขึ้น" นายสร้างบุญ กล่าว
นายวรงค์ กล่าวเสริมว่า แอพพลิเคชั่นต่างๆ ในโซลูชั่นฟิวเจอร์ สคูล ทางโรงเรียนสามารถจัดซื้อเพื่อนำไปติดตั้งกับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่แล้วได้ หรือกรณีที่จัดซื้อทั้งระบบโดยบันเดิลลงไปในฮาร์ดแวร์จากฟูจิตสึ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์, สแกนเนอร์ บริษัทก็พร้อมนำเสนอราคาพิเศษ
ด้านนายกีรติพงศ์ กล่าวว่า การที่ฟูจิตสึมีนโยบายจับมือกับผู้พัฒนาระบบรายเล็กๆ ร่วมกันรุกตลาดการศึกษาครั้งนี้ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยในการเข้าโครงการใหญ่มากขึ้น เพราะจะช่วยค้ำประกันเรื่องความน่าเชื่อถือ และความมั่นคงด้านการเงิน รวมถึงฟูจิตสึ ก็ดูแลส่วนที่เป็นโครงการใหญ่ๆ ไป และพันธมิตรธุรกิจเป็นผู้พัฒนาระบบงานส่งให้ ขณะที่ สถาบันการศึกษาก็มีทางเลือกในการจัดซื้อด้วยงบที่ถูกลง 30-40%
Tags : ฟูจิตสึ
