ตลาดบีบีระอุ2ค่ายมือถือลุยเต็มสูบชิงที่1"เอไอเอส" รุกจับมือมีเดียฯพร้อมเดินหน้าหาพันธมิตรขยายตลาดสู่คอนซูเมอร์ "ดีแทค"เปิดเซอร์ไพร์ซมี.ค.นี้
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดสมาร์ทโฟนปีนี้ โดยเฉพาะแบล็คเบอร์รี่ (บีบี) การเติบโตโดยภาพรวมไม่ต่ำกว่า 100% โดยทิศทางของเอไอเอสจากนี้ จะเน้นใช้กลยุทธ์พาร์ทเนอร์ชิพ จับมือกับกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มจะใช้บีบี เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ธุรกิจได้ ซึ่งต้องการขยายกลุ่มลูกค้าจากองค์กร กลุ่มเซเลบ ไปยังกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปให้ได้มากขึ้น
ล่าสุด เอไอเอสได้จับมือกับบริษัทมีเดีย สตูดิโอ นำเอไอเอส แบล็คเบอร์รี่รุ่นล่าสุด โบลด์ 9700 ให้ทีมข่าวช่อง 7 ไว้ใช้ในการรายงานข่าว 30 เครื่อง โดยเป็นข้อตกลงทางธุรกิจร่วมกันระหว่าง 2 บริษัท และยังถือเป็นครั้งแรกที่ธุรกิจด้านมีเดียหันมาใช้บีบี เป็นเครื่องมือรายงานข่าว
นางชาลอต โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดีย สตูดิโอ กล่าวว่า เอไอเอส แบล็คเบอร์รี่ จะใช้ในรายการข่าวช่อง 7 รวม 3 รายการ คือ รายการเช้านี้ที่หมอชิต รายการประเด็นเด็ด 7 สี และรายการเจาะ เกาะติด
"นักข่าวช่อง 7 ที่มีบีบีรายงานข่าวจะสามารถรับ-ส่งข้อมูลข่าวสาร ประเด็นเด็ด ไฟล์ภาพ คลิปวีดิโอ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เข้ามายังถังรับข้อมูลข่าวของรายการได้ตลอดเวลา ถือเป็นการสร้างเครือข่ายออนไลน์ของคนข่าว กับแหล่งข่าวในทั่วประเทศ" นางชาลอตกล่าว
กระตุ้นยอดบีบีเข้ากลุ่มแมส
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเอไอเอสมียอดขายบีบีราว 1 แสนเครื่อง คาดว่า สิ้นปี 2553 จะทำยอดขายได้อีก 1 แสนเครื่อง หรือประมาณเดือนละ 1 หมื่นเครื่อง จาก 5 ปีที่ผ่านมา เอไอเอสมียอดขายสะสมบีบี 1 แสนเครื่อง ส่วนแบ่งตลาด 80% ถึงสิ้นปีนี้ จะมียอดรวม 2 แสนเครื่อง เป็นส่วนแบ่งการตลาดเกิน 50%
"เราจะไม่หยุดที่พาร์ทเนอร์ด้านข่าว แต่ภายในไตรมาสแรก เราจะเปิดตัวพาร์ทเนอร์ที่นำบีบีเราไปใช้อีก 2 รายใหญ่ เพื่อเป็นการปูพรมในตลาดคอนซูเมอร์ให้มีสัดส่วนในการบีบีให้เพิ่มมากขึ้น"
ทั้งนี้ ฟังก์ชันของเอไอเอส แบล็คเบอร์รี่ ที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทีมข่าวอย่างเห็นได้ชัด อาทิเช่น กองบรรณาธิการสามารถรับ และตรวจแก้ไขสคริปท์ข่าวผ่านพุชเมลได้ตลอดเวลา การค้นหาข้อมูลข่าวสารผ่านทางเอไอเอส แบล็คเบอร์รี่ พอร์ทัล เพื่ออัพเดทสถานการณ์ความคืบหน้าของข่าวสาร อาทิเช่น การแชทเป็นกลุ่มระหว่างนักข่าว ที่สามารถส่งได้ทั้งข้อความ ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว
ดีแทคมุ่งสมาร์ทโฟน
ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ปีนี้ สมาร์ทโฟนจะเป็นตลาดที่มาแรง และจะกลบกระแส 3 จี และดีแทคเองก็หันมาเน้นตลาดนี้อย่างเต็มตัว ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่จะสร้างรายได้เพิ่มให้ดีแทคปีนี้ด้วย โดยราวเดือน มี.ค. นี้ ดีแทคจะมีเซอร์ไพรส์ในตลาดสมาร์ทโฟน และจะได้เห็นทิศทางของการทำธุรกิจสมาร์ทโฟนของดีแทคอย่างชัดเจน ซึ่งนอกจากแบล็คเบอร์รี่แล้ว จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ด้วย ขณะนี้ กำลังหารือกับโมโตโรล่าอยู่ รวมถึงเอชทีซี และซัมซุงด้วย
"ปีนี้ ตลาดสมาร์ทโฟนจะแรงมาก ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นบางฟังก์ชันของสมาร์ทโฟนลงสู่เครื่องระดับโลว์เอนด์มากขึ้น ส่วนของดีแทคตอนนี้ เรามียอดขายแบล็คเบอร์รี่ประมาณ 35,000 เครื่อง ที่จดทะเบียนเป็นลูกค้าดีแทค ซึ่งสิ้นปีนี้ เราตั้งเป้าว่าจะครองส่วนแบ่งตลาดบีบี 40%"
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเมินกันว่าตลาดรวมบีบีทั้งตลาด เฉพาะที่เป็นลูกค้าของทั้ง 3 ค่ายมือถือ อยู่ที่ 160,000 เครื่อง แบ่งเป็นเอไอเอส 120,000 เครื่อง ดีแทค 35,000 เครื่อง และทรูมูฟ 10,000 เครื่อง
ควบคู่ผลักดัน 3 จี 2.1 กิ๊ก
นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวว่า ทิศทางปี 2553 จะยังคงมุ่งที่การรักษาฐานลูกค้าคุณภาพ เดินตามแนวทางไมโครเซ็กเมนเทชั่น และการบริหารควบคุมค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ดีแทคจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดสมาร์ทโฟน ซึ่งรวมถึงการสร้างรายได้จากบริการเสริม โดยมีงบลงทุนด้านเครือข่ายที่ไม่รวม 3 จี ปีนี้ 6 พันล้านบาท
"ในส่วนของบริการ 3 จี ดีแทคจะยังคงมองหาแนวทางนำคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ มาใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดระหว่างที่ยังไม่มีการออกใบอนุญาต 3 จี บนความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ โดยเราจะยื่นขอ บมจ. กสท โทรคมนาคม เพื่อเพิ่มสถานีฐานทดสอบ 3 จี บนคลื่น 850 ให้ครบ 1 พันสถานีฐาน เพื่อให้ลูกค้าในเครือข่ายได้ทดสอบเต็มพื้นที่ใน กทม. และหัวเมืองต่างจังหวัด เราก็หวังว่า 3 จี จะได้ใช้ปีนี้ แต่ถ้าไม่ได้ ก็แข่งกันให้บริการฟรีแบบทดสอบไปก่อน"
ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าผลักดัน 3 จี บนคลื่น 2.1 อย่างต่อเนื่อง โดยจะไม่เข้าไปร่วมทำโรมมิ่งกับทีโอทีในคลื่นเดิม เพราะหากทุกคนไปให้ความสนใจคลื่นเดิม ก็จะไม่มีใครผลักดันคลื่น 2.1 ซึ่งดีแทคให้ความหวัง และเตรียมเงินลงทุนไว้สำหรับคลื่นใหม่นี้มาก
"ถ้าเรามัวแต่ไปเน้นคลื่นเดิม ก็จะไม่มีใครผลักดันคลื่นใหม่ ที่สำคัญ ควรจะปล่อยคลื่น 2.1 ให้เร็ว เพราะไม่เช่นนั้น ตลาดก็จะไม่ขยาย เพราะจะมีแค่รายใดรายหนึ่งที่ทำตลาดได้ และถ้างบ 2 หมื่นล้านบาท ของทีโอทีอนุมัติ ก็จะยิ่งสร้างความกดดันให้ปล่อยคลื่น 2.1 ออกมา เพราะไม่เช่นนั้น ก็จะมีแค่ทีโอทีรายเดียวที่ทำตลาด ซึ่งมันไม่ยุติธรรม"
นายทอเร่ ประเมินว่า กระบวนการผลักดัน 3 จี น่าจะเห็นเด่นชัดอีกครั้งราวครึ่งปีหลัง เพราะ กทช. ต้องหาคณะกรรมการให้ครบก่อน และคาดว่าสิ้นปี 2553 น่าจะได้เห็นการใช้งานที่จริงจัง
ทั้งนี้ ดีแทคคาดว่าทั้งอุตสาหกรรมจะมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นสุทธิ 3-4 ล้านเลขหมาย โดยดีแทคจะรักษาส่วนแบ่งการตลาดที่มีอย่างต่อเนื่อง แต่จะให้ความสำคัญต่อคุณภาพของลูกค้ามากกว่า พร้อมกันนั้น ยังตั้งเป้ากระแสเงินสดปี 2553 อยู่ที่ระดับ 1.6 หมื่นล้านบาท ผ่านการเพิ่มขึ้นของรายได้ และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คาดว่าบริษัทจะมีรายได้รวมเติบโตเพิ่มขึ้น 7-9% จากปี 2552 ที่มีรายได้ 65,700 ล้านบาท


