เอไอเอส-ทรู จี้กทช.ต้องชัดเจนใบอนุญาต3จีจะเดินหน้าต่อหรือรอกฎหมายใหม่ ย้ำหากหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องนิ่งเฉย กระทบแผนธุรกิจ-นักลงทุน
นายสมประสงค์ บุญยะชัย รองประธานกรรมการ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวในวงเสวนาโต๊ะกลม เรื่อง "โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี เพื่อไทยเข้มแข็ง" ที่จัดโดยคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา ว่า รัฐบาลต้องชัดเจนในการวางทิศทางประเทศ เพื่อให้แข่งขันได้ และให้เรียลเซ็คเตอร์ทำงานได้
ทั้งนี้ การที่เรียลเซ็คเตอร์จะทำงานได้มีประสิทธิภาพ ต้องมีทิศทางจากรัฐบาล ที่รวมถึงการตรากฎหมายใหม่ และยกเลิกกฎหมายพ้นสมัย โดยปัจจุบันปลายทาง คือ ผู้ใช้งาน หรือผู้บริโภคเข้าใจการใช้บริการข้อมูล และเป็นเรื่องตื่นตัวกันมาก ผู้จัดจำหน่ายก็เตรียมความพร้อมและพัฒนาไปกันมาก แต่ประเทศไทยอยู่กลุ่มสุดท้ายของโลก ทั้งๆ ที่ประเทศไม่ควรตกอยู่ในภาวะเช่นนี้
"อุปสรรคอยู่ที่ภาครัฐบาล ทำไม่เริ่มกระบวนการออกใบอนุญาตไม่ได้ เพราะไม่ใช่เพิ่งเกิด 1-2 เดือน ใบอนุญาต 3 จีได้ให้แก่ทีโอที มาตั้งแต่ปี 2548 จนขณะนี้ ทีโอทีได้ให้บริการแล้ว จึงไม่เป็นที่สงสัยว่า 3 จีควรมีหรือไม่"
ฉะนั้น จึงมีคำถามว่า ทำไมต้องรอกฎหมายใหม่ หรือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ เพราะโดยธรรมดาประเทศต้องมีกฎหมายอยู่แล้ว
อีกประการที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมคือประเทศไทยอยู่ในสังคมโลก ต้องมีเงินลงทุนจากภายนอกเข้ามา ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ต้องมีแนวทางชัดเจนให้ทุนต่างชาติพิจารณาได้ว่าควรจะเข้ามาลงทุนหรือไม่ ซึ่งการพิจารณาจะต้องทราบถึงกระบวนการว่าจะทำอย่างไร มีใครรับผิดชอบ
ขณะที่ นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายกฎหมาย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ขณะนี้ การออกใบอนุญาต 3 จี คลื่นความถี่ใหม่ช้าไปมากแล้ว โดยเมื่อพิจารณาแง่กฎหมายไม่มีข้อห้ามไม่ให้เดินหน้า 3 จี แต่ถ้ามองเรื่องมารยาทอาจต้องรอให้มีกรรมการ กทช. ครบ 7 คนก่อน อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็ซ้อนกันอยู่
ส่วนเฉพาะเรื่องนี้ กทช. มีแนวทางเลือก 2 ทาง คือ ตัดสินใจกล้าทำเลย กับการตรวจสอบไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่าทำได้ไหม ซึ่งจะตัดสินใจทำอย่างไร กทช. ต้องตัดสินใจ และบอกแก่ประชาชนถึงการตัดสินใจนั้นๆ ว่าอย่างไร ไม่ใช่เงียบไปเฉยๆ เช่นเดียวกับการปฏิบัติของต่างประเทศ ที่ตัดสินใจเช่นไรจะประกาศออกมาชัดเจน ผู้เกี่ยวข้องจะได้ทำตัวถูก มิฉะนั้น จะบริหารงานไม่ได้
"จะทำอะไรควรบอกออกมา จะรอหรือไม่รอ จะเดินก็ไม่เดินทำอุตสาหกรรมเสียหาย เพราะทำให้เกิดการคาดคะเนต่างๆ นานา มีผลกระทบต่อการวางแผนงาน ถึงไม่สะดุดแต่ไม่ทราบจะเดินอย่างไร จะปรับปรุงทางธุรกิจอย่างไร" นายอธึกกล่าว

ความคิดเห็นที่ 4
JJ , 9 กุมภาพันธ์ 2553 08:44
ทีโอที เป็นบริษัทไม่ใช่เหรอครับ เรากำลังเอื้อประโยชน์แก่เอกชนรายเดียว (บริษัท ทีโอทีจำกัด มหาชน) ใช่หรือไม่
ความคิดเห็นที่ 3
doj , 8 กุมภาพันธ์ 2553 15:12
กทช ฝากตอบมาว่าความชัดเจนคือความไม่ชัดเจน
ความคิดเห็นที่ 2
มร , 8 กุมภาพันธ์ 2553 11:29
กทชรับโบนัสคนละเป็นล้านต่อปี ทำไม่ได้เกือบทุกอย่างที่ประกาศในปี 2552 เช่น 3G, Wimax, number port,interconnect house ช่างน่าวังเวงชะมัด
ประเทศรอบบ้าน operator ที่มาจากรัฐเช่น Singtel, telecom malay, PLDT เขาก็แข่งกับพวกข้ามชาติได้กันทั้งนั้น
ความคิดเห็นที่ 1
ความมั่งคงของชาติ , 8 กุมภาพันธ์ 2553 10:55
การสื่อสาร โทรคม ยังเป็นเรื่อง ความมั่งคงของชาติ คนไทยต้องสนับสนุนให้ กสท. และ ทีโอที ต้องสามารถแข่งกับ เอกชนที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติได้ ....... แต่ ที่ต้องทำควบคู่กันไป คือ กำจัด คอรัปชั่นใน 2 หน่วยงานนี้ ที่มีอยู่มหาศาล ให้น้อยลงมาก ๆ ผู้เสียภาษีต้องช่วยตรวจสอบ ........ อีกอย่างที่ 2 หน่วยงานต้องปรับตัวเอง คือ เรื่องการให้บริการ ........ ถ้าเป็นไปได้ ต้องควบรวมกิจการ ลดการลงทุนซ้ำซ้อน ซึ่งผมว่าจะไม่เกิดในประเทศไทย เพราะ ทำให้กิน ยากขึ้น 555