กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 10:15

ซังโดลี ขับเคลื่อนโมโนฯเริ่มทศวรรษที่2สู่บริษัทแพลตฟอร์ม

ซัง โด ลี ขับเคลื่อนโมโนฯเริ่มทศวรรษที่2สู่บริษัทแพลตฟอร์ม

ซัง โด ลี ขับเคลื่อนโมโนฯเริ่มทศวรรษที่2สู่บริษัทแพลตฟอร์ม

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"โมโน เทคโนโลยี" หลังการวางโพสิชั่นเว็บ และจัดระเบียบใหม่ธุรกิจ ปีที่ 11 ของการทำธุรกิจ กลุ่ม"โมโน" จึงน่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง

 "ซัง โด ลี" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด ผู้บริหารชาวเกาหลี เปิดใจให้สัมภาษณ์ (เป็นภาษาไทย) ถึงการเริ่มต้นทศวรรษที่ 2 ของธุรกิจว่า "ปีนี้โมโนฯ ขึ้นปีที่ 11 เราผ่านการลองผิดลองถูกมาเยอะพอสมควร จนกระทั่งปี 2551 เริ่มปรับโครงสร้างบริษัททำให้ภาพเราเริ่มชัดเจนขึ้นว่าเราทำธุรกิจขายคอนเทนท์ และก็เริ่มหวังว่าจะมีผู้ใช้บริการเว็บเราเพิ่มเป็น 10 ล้านคนในปีนี้ เพื่อสานเป้าหมายการเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดแพลตฟอร์มให้ได้"

ปรับรับเป้าหมายใหม่
 เขาบอกว่า ตั้งแต่โมโน กรุ๊ป เริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ให้เหลือเพียง 3 บริษัทหลักคือ "โมโน เทคโนโลยี" เป็นบริษัทแม่ ดูแลเว็บไซต์ทั้งหมด, "โมโน เจเนอเรชั่น" สำหรับตลาดธุรกิจบันเทิง เช่น นิตยสารกอสสิปสตาร์ และค่ายเพลง ส่วน "โมโน ทราเวล" จะดูแลตลาดในกลุ่มอีคอมเมิร์ซทั้งหมด ทำให้ธุรกิจเริ่มชัดเจน และมีเป้าหมายการทำตลาดมากขึ้น

 ทั้ง 3 บริษัทนี้ มี "โมโน เทคโนโลยี" เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้สูงสุดราว 45% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่ "โมโน เจเนอเรชั่น" ทำรายได้ราว 40% ส่วน "โมโน ทราเวล" เป็นส่วนที่สร้างรายได้ยังไม่มากนักเพียง 15%

 "เป็นเพราะบทบาทของโมโน เทคโนโลยีนับจากนี้คือ การเป็นบริษัทแพลตฟอร์มที่จะสามารถให้บริการได้ครอบคลุม ทั้งเว็บไซต์บนเครื่องพีซีทั่วไป และโมบาย คอนเทนท์ ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีรายได้จากธุรกิจในกลุ่มนี้เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก ขณะที่กำไรสุทธิขยับขึ้นมาเป็น 2 เท่าตัวแม้ในห้วงเวลาแห่งวิกฤติของโลก"

 แต่เขาก็ยอมรับว่าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากพายุเศรษฐกิจมากที่สุดคือ โมโนทราเวล โดยปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ลดลงถึง 30%

คอนเทนท์ "บุก!"
 อย่างไรก็ตาม บริษัทก็เริ่มขยับขยายเข้าไปศึกษาตลาดประเทศรอบๆ บ้าน ได้แก่ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เพื่อนำเสนอคอนเทนท์ เช่น ดูดวง, เซ็กซี่ และกีฬา รวมถึงหาโอกาสในประเทศอื่นๆ เช่น รูปแบบการเจรจากับ "Content Aggregrater" เพื่อขายคอนเทนท์เซ็กซี่ และอัลลัวร์ ฮอต เกิร์ล ในประเทศกลุ่มยุโรป และออสเตรเลีย เนื่องจากคอนเทนท์กลุ่มดังกล่าวกำลังได้รับความนิยม

 นอกจากนี้ ยังเดินหน้าแผนการ "ซินเนอร์ยี่" การดำเนินธุรกิจในเครือระหว่าง "โมโน กรุ๊ป" และ "จัสมิน กรุ๊ป" ซึ่งอยู่ภายใต้ผู้ถือหุ้นใหญ่รายเดียวกัน

 ผู้บริหารวัย 34 ปีอัพเดทให้ฟังว่า การทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มจัสมินและโมโนฯ ทำให้การซินเนอร์นี่เกิดขึ้นในหลายๆ ด้าน เช่น โมโนฯ พัฒนาคอนเทนท์ป้อนให้แก่บริการไอพีทีวี 2 ช่องของทริปเปิล 3 บรอดแบนด์ ทั้ง "Zaa network" และ "อัลลัวร์ ชาแนล" และยังมีบริการ "มูฟวี่ บุฟเฟต์" ในสต็อกอีกกว่า 100 เครื่องให้บริการดูผ่านระบบออนไลน์ โดยโมเดลรายได้จะแบ่งกันระหว่าง 2 บริษัท

 ขณะเดียวกัน ยังมีแผนทำ "แซทเทลไลท์ ทีวี" อีก 1 ช่อง โดยเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับวัยรุ่น และคอนเทนท์ที่วาไรตี้ โดยกำลังทดสอบระบบ ซึ่งเขาเชื่อว่า การทำทีวีดาวเทียมก็เพื่อสนับสนุนคอนเทนท์เดิมที่มีอยู่ให้แพร่หลายมากขึ้น ซึ่งหากเป็นไปได้ในอนาคตก็อาจจะขายโฆษณาด้วยได้

 ส่วนเว็บไซต์เดิมที่มีอยู่ทั้งหมดก็จะปรับให้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะ "เย็นตา4" ที่กำลังจะทำรีลอนซ์ใหม่ภายในไตรมาส 2 ปีนี้เพื่อจับกลุ่มวัยรุ่น วัยเรียน ซึ่งเว็บไซต์อายุ 5 ปีแห่งนี้ กำลังไล่จี้ท็อป 2 มาติดๆ ด้วยยอดผู้เข้าชมเว็บ 4 แสนต้นๆ ต่อวัน  ขณะที่ เว็บอันดับ 1 และ 2 มีคนเข้าใช้ราว 4.5-6.5 แสนคนต่อวัน

3จี เปิดทางรายได้ใหม่
 แต่สำหรับหนึ่งในตลาดที่น่าจับตาปีนี้ เขายอมรับว่า "3จี" มีแนวโน้มจะเป็นไปได้มากขึ้น ซึ่งในมุมของผู้พัฒนาคือ เป็นระบบที่สามารถให้บริการริช มีเดียได้ และเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

 เขาบอกว่า ที่ผ่านมาโมโนฯ ได้เริ่มทำงานร่วมกับผู้ให้บริการระบบรายหลัก 2 รายอยู่แล้ว ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวโน้มที่ "โมบาย คอนเทนท์" จะต้องทำงานร่วมกับ "โอเปอเรเตอร์" เพราะบทบาทของผู้ให้บริการระบบ ควรเชี่ยวชาญในการทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกันผ่านระบบได้ง่ายขึ้น มากกว่าจะเป็นผู้พัฒนาคอนเทนท์เอง

 "3จี ไม่มีไม่ได้ เพราะก็คงเหมือนกับอินเทอร์เน็ตเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ใครจะคิดว่าจะถูกนำมาใช้งานแพร่หลายอย่างในวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเทคโนโลยีเติบโตทุกปี ซึ่งการยอมรับมาใช้งานก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ พื้นฐานทางเศรษฐกิจ และพฤติกรรมของผู้ใช้งาน แต่ท้ายที่สุดก็ต้องมา เพราะเกือบทั้งโลกไปกันเกือบหมดแล้ว ฉะนั้น 3จีของไทยมาแน่นอน"

 พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่า ปีนี้ธุรกิจของโมโนฯ จะมีรายได้เติบโตอย่างแน่นอน 30% กำไรสุทธิจะเป็นหลักร้อยล้านบาท ขณะปีที่ผ่านมารายได้โต 12-15% แต่กำไรโต 2 เท่า จากปี 2551 รายได้ 750 ล้านบาท กำไรสุทธิประมาณ 80 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจคอนเทนท์เป็นสินค้าในประเภทคอนซูเมอร์ โปรดักท์

  ขณะเดียวกัน เขาไม่เชื่อว่า "พฤติกรรมของผู้ใช้งาน" จะเปลี่ยนไปได้ในชั่วเวลาข้ามคืน ซึ่งบริษัทยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การจับตาดูแนวโน้ม และพฤติกรรมของผู้ใช้งาน เพื่อออกแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งต่อไปอีก 5 ปีข้างหน้าดิจิทัล คอนเทนต์ยังโตได้ 2 หลักทั้งรายได้ และกำไรสุทธิ

 

Tags : โมโน เทคโนโลยี

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement