กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ไอที-นวัตกรรม

วันที่ 26 มกราคม 2553 01:00

ยิบอินซอยเล็งบุกแบงก์ ลุยระบบรับไอเอเอส39

ยิบอินซอยเล็งบุกแบงก์ ลุยระบบรับไอเอเอส39

ยิบอินซอยเล็งบุกแบงก์ ลุยระบบรับไอเอเอส39

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ยิบอินซอย หวัง 3 จีกระตุ้นยอด แจงลูกค้าเชื่อมั่น "ซัน" แม้ช่วงแรกจะมีคำถาม เชื่อ "ออราเคิล" ช่วยดันความแข็งแกร่ง

 นายสุภัค ลายเลิศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ยิบอินซอย จำกัด กล่าวว่า หาก 3 จีในประเทศไทยเกิดก็เท่ากับ "ทำนบ" ทลาย การลงทุนจะเกิดขึ้นมหาศาล จากปัจจุบันลูกค้าโทรคมนาคมชะลอโครงการใหญ่ รอ 3 จี และของเดิมใกล้หมดอายุสัมปทาน ถ้าได้ใบอนุญาตใหม่ ไปจัดซื้อตอนนั้นจะดีกว่า

 อย่างไรก็ตาม แม้การลงทุนของลูกค้าโทรคมนาคมจะเป็นเช่นนี้ แต่ศักยภาพการซื้อเพียงแค่บำรุงรักษาระบบเดิมก็เป็น "เค้ก" ก้อนใหญ่ ซึ่งส่วนของบริษัทกำลังสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มนี้ มีรายได้กลุ่มนี้ไม่ถึง 10% และถึงจะซื้อเพื่อบำรุงรักษาบริษัทก็ยังอยู่ได้ เพราะไม่ได้ตั้งเป้าการเติบโตหวือหวา

 "ยอมรับว่า คอนเซอร์เวทีฟ บริษัทกำลังจะฉลองก้าวสู่ปีที่ 84 ภารกิจรุ่นของผม คือ การรักษากิจการให้อยู่ได้ ไม่ตั้งเป้าการเติบโตสูง การจะทำอะไรต้องรอบคอบ ไม่ทำให้เกิดความเสียหาย"

 ทั้งนี้ ตลาดหลักของบริษัทเป็นลูกค้าราชการ ทำรายได้สัดส่วน 55-60% โดยเน้นการเป็นผู้รวบรวมระบบ (เอสไอ) และเขียนโปรแกรมเพิ่มเติม (คัสตอมไมซ์) ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย ยอดขายปีที่แล้วจบใช้ได้ ผลกำไรยังดี และในฐานะที่เป็นตัวแทนทำตลาดซันรายหนึ่ง ยืนยันว่า ยอดผลิตภัณฑ์ซันไม่ตก แถม "ขึ้น" ด้วยซ้ำ

 พร้อมอธิบายว่า ช่วงแรกที่มีข่าวซันโดนซื้อกิจการ ลูกค้าจะกังวล สอบถามมาก แต่เมื่ออธิบายก็เข้าใจ เพราะการเป็นเอสไอของบริษัทหากเกิดปัญหาใดๆ แก่ลูกค้า บริษัทจะเป็นผู้เข้าไปแก้ปัญหาทุกขั้นตอน ฉะนั้น ลูกค้าจึงคลายกังวล และเชื่อว่า โครงการราชการ และเอกชนปีนี้จะ "ดี" ขึ้น โดยเฉพาะการจบ "ดีล" ออราเคิล และซัน จะส่งผลดีต่อบริษัทแน่นอน การมีออราเคิลเข้ามาจะเสริมให้ซันยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ของซันทำรายได้ให้บริษัทสัดส่วน 60-70%

 เขา กล่าวว่า ตลาดราชการจะคึกคักช่วงกลางๆ ปี แต่จากโครงการที่มีในมือเวลานี้ มีโครงการขนาดใหญ่ 5-10 โครงการ ที่อาจเกิดขึ้นปีนี้ โดยกำลังรองบประมาณ เขียนทีโออาร์ มูลค่าเฉลี่ยโครงการละ 150 ล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดว่าจะชนะเกินครึ่งของโครงการเหล่านี้ ทั้งยังมีโครงการคาดหวังจากกรมศุลกากรอีกมาก

 ส่วนตลาดเอกชนที่เป็นธนาคาร ทำรายได้ 25-30% แก่บริษัท ที่บริษัท "จับ" ตลาดรอง ไม่เข้าโครงการใหญ่อย่างคอร์ แบงกิ้ง แต่เป็นการทำซอฟต์แวร์รอบๆ ที่ควบคุมด้วยกฎระเบียบนานาชาติ ได้แก่ ไอเอเอส 39 ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้มีข้อมูลพร้อมใช้ปี 2555

 ดังนั้น ธนาคารต่างๆ ควรจะเริ่มต้นลงทุนระบบประมาณปีนี้ เพื่อให้เสร็จทันใช้งานตามกำหนด เฉลี่ยจะต้องลงทุนธนาคารละ 50 ล้านบาท และบริษัทยังศึกษาการทำระบบให้แก่ลูกค้าธนาคารมาประยุกต์ใช้กับบริษัทขนาดเล็ก

 "โครงการพวกนี้ โพรฟิตดี ไม่ต้องเคาะราคาแข่งกันเท่าไร ลูกค้าจะดูความสามารถของพาร์ทเนอร์เป็นหลัก บริษัทจึงมีความคาดหวังต่อตลาดตรงนี้" ปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจไอที 15% จากปี 2552 รายได้เท่ากับปี 2551 ประมาณ 2 พันล้านบาทต้นๆ แต่มียอดตกค้างมาปีนี้กว่า 200 ล้านบาท ทั้งล่าสุดได้เปิดธุรกิจใหม่ด้านเทคโนโลยีสำหรับกองทัพ

 

Tags : ยิบอินซอย

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement